ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/448537
.jpg)
รายงานพิเศษ : ขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำยั่งยืน
“ขณะนี้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีหลายโครงการที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ซึ่งโครงการเหล่านี้คงต้องอาศัยความร่วมมือหลายๆ ส่วน ขับเคลื่อนให้เป็นจริง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมองระยะไกลมากๆ มีพระราชดำริโครงการพัฒนาแหล่งน้ำหลายโครงการ ที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย ส่วนโครงการพระราชดำริที่มีอยู่แล้ว ก็จะนำมาปรับปรุงให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งแนวพระราชดำริ หรือศาสตร์พระราชามาใช้ประโยชน์แก้ปัญหาเรื่องน้ำของประเทศ” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) กล่าว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตระหนักดีว่าเนื้อแท้ที่เป็นปัญหาความยากจน ซึ่งล้วนมีรากฐานจากน้ำเป็นสำคัญ ทรงเข้าถึงปัญหาและความรู้สึกนึกคิดของราษฎรอย่างถ่องแท้ จนเป็นที่มาของการพัฒนาหรือจัดการน้ำแบบยั่งยืน ทำให้ราษฎรมีน้ำทำกิน มีอาหาร มีรายได้ และอยู่ได้อย่างมั่นคงซึ่งการพัฒนาแหล่งน้ำของพระองค์จะเริ่มที่ปัญหาของราษฎรทรงเสาะหาข้อมูลจากราษฎร โดยรับฟังความเห็น ตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้น และความต้องการจากราษฎร จากนั้นนำมาเทียบเคียงกับข้อมูลจากส่วนราชการ และข้อมูลส่วนพระองค์จากอุปกรณ์ที่ติดพระวรกาย ไม่ว่าแผนที่ ดินสอ กล้อง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อที่ดินทำกินของราษฎร รวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนตกผลึกเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีกว่า 3,000 โครงการ ที่แก้ปัญหาเรื่องน้ำได้อย่างแท้จริง และก่อให้เกิดเป็น “ศาสตร์พระราชา” ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา สืบสานและต่อยอดจนถึงปัจจุบัน
เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ทิศทางดำเนินงานของ สทนช.ยึดโยงกับแนวทางพระราชดำริ ว่าด้วยการบูรณาการหน่วยงานแก้ปัญหาน้ำร่วมกัน ดังกรณีการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานด้วยกัน ทำให้ขับเคลื่อนงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสทนช.นำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาใช้บูรณาการหน่วยงานด้านน้ำ เกิดการทำงานร่วมกันครบวงจร ทำให้การขับเคลื่อนโครงการมีประสิทธิภาพทุกด้าน ตอบโจทย์ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10พระราชทานแนวพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้หน่วยงานราชการรวมถึงพสกนิกร ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ด้วยทรงตระหนักดีว่า ศาสตร์พระราชานั้นผ่านการคิด กลั่นกรอง ปฏิบัติ และพัฒนา จนเป็นรูปธรรมชัดเจนมาแล้วทั้งสิ้น เป็นที่ยอมรับของสังคมไทยและในระดับนานาชาติ
สทนช.ได้บูรณาการข้อมูลและโครงการจากหลายหน่วยงานด้านน้ำนำมากำหนดเป็นนโยบาย โดยยึดถือสืบสานศาสตร์พระราชา รวมทั้งต่อยอดดำเนินโครงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ
.jpg)
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์
ล่าสุด สทนช.นำศาสตร์พระราชา ไปแก้ปัญหาลุ่มน้ำยมตอนบน
ดร.สมเกียรติกล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนมีฝนและปริมาณน้ำท่าค่อนข้างมาก ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมช่วงฤดูน้ำหลากเป็นประจำ ประกอบกับยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำเพียงพอ ก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำตามมาในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นปัญหารุนแรงอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่พบว่ามีลำน้ำสาขาของแม่น้ำยมหลายแห่งพัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำ หรือสร้างประปาภูเขาได้ผนวกกับการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้นำในพื้นที่ พบว่ามีแนวทางที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาดังกล่าวให้คนในพื้นที่ได้ ทั้งนี้มีชุมชนหลายแห่งในบริเวณลุ่มน้ำยมตอนบน ที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้วย “ศาสตร์พระราชา” โดยน้อมนำพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เข้ามาประยุกต์ใช้แก้ปัญหา อาทิ
โครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำปอง บ้านบุญแจ่ม ตำบลน้ำเลา อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ความจุ 6.76 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่เกิดปัญหาน้ำและโคลนไหลลงอ่างฯมากฤดูแล้งไม่มีน้ำ ชาวบ้านบุญแจ่ม จึงเข้าไปดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เห็นความสำเร็จ จากนั้นเริ่มต้นศึกษาศาสตร์พระราชารวมตัวตั้งกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า เริ่มปลูกป่า รณรงค์ไม่ให้เผาหรือทำลายป่า ทำฝายแม้วตามต้นน้ำช่วยชะลอกระแสน้ำ ให้ป่าซับน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นป่า เกิดเป็นจุดแข็งคือ มีแหล่งเก็บน้ำและอนุรักษ์ปลูกป่าควบคู่กันไป
“3-4 ปีผ่านไป เริ่มเก็บน้ำในอ่างฯได้มากขึ้น แม้เป็นฤดูแล้งเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพหลายกลุ่ม ซึ่งล้วนแต่เป็นการนำศาสตร์ของพระราชาไปใช้ และ สทนช.ก็นำไปไว้ในแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ด้วยเช่นกัน” ดร.สมเกียรติกล่าว
เลขาธิการ สทนช.กล่าวทิ้งท้ายว่า ตัวอย่างผลสำเร็จอย่างยั่งยืนที่เราได้เรียนรู้ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือการให้ชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมบริหารจัดการ ซึ่ง สทนช.จะได้นำเข้ามาผนวกกับการดำเนินการหาแหล่งเก็บน้ำเพื่อพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนที่จะยังดำเนินต่อไปตามแนวพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 และตามโครงการพระราชดำริอีกหลายโครงการที่รอการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ในเร็ววัน