‘ครูรัก-ศรัทธา’ เผยเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า กลับสู่ชีวิตปกติได้ เพราะ ‘เด็กไร้โอกาส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/431655

‘ครูรัก-ศรัทธา’ เผยเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า  กลับสู่ชีวิตปกติได้ เพราะ ‘เด็กไร้โอกาส’

‘ครูรัก-ศรัทธา’ เผยเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า กลับสู่ชีวิตปกติได้ เพราะ ‘เด็กไร้โอกาส’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หากยังจำกันได้ เมื่อประมาณปลายปี 2561 ครูรัก-ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ ผู้กำกับอารมณ์ดีแห่งวงการบันเทิง ตกเป็นข่าวว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากพบกับปัญหาหลายสิ่งเข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กัน ซึ่งครั้งนั้น ทำให้ ครูรัก ของเราจากคนที่เคยสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้าง กลับกลายเป็นคนที่ไม่มีรอยยิ้มและมองตัวเองไม่มีค่า จนถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ด้วยจิตใจที่ยังเข้มแข็ง บวกกับคนที่มองโลกกว้าง และรู้จักคำว่า “ให้” มาตลอด ทำให้ครูรัก รู้จักกับเด็กไร้โอกาส มูลนิธิบ้านพระพร-คริสเตียน เรือนจำพันธกิจ และเด็กไร้โอกาสกลุ่มนี้ คือคนที่คืนชีวิตปกติให้ครูรักได้กลับมาสร้างความสุขและเห็นคุณค่าในตนเองอีกครั้ง จนเกิดคณะละครจิตอาสาในชื่อ “คณะละครนกกระจิบของพ่อ”

จุดเริ่มต้นของการทำคณะละครจิตอาสา คืออะไร? “จุดเริ่มต้นของการทำคณะละครจิตอาสา คือครูรักได้นำเงินไปบริจาคที่มูลนิธิบ้านพระพร ซึ่งเป็นมูลนิธิเลี้ยงดูเด็กที่เกิดจากแม่ซึ่งถูกจำขังในเรือนจำ โดยมูลนิธิแห่งนี้ได้ดูแลเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างดี ทั้งการศึกษา ความเป็นอยู่ และจากที่ตนเองไปสัมผัส พบว่า เด็กกลุ่มนี้ยังขาดความรัก ความผูกพัน และพวกเขาจะรอคอยให้ทุกคนกลับมาหา

เด็กบ้านพระพร แม้จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ลึกๆ เราสัมผัสได้ว่าพวกเขารู้สึกว่าตนเองไม่เคยได้รับความรักเต็มที่ เพราะเวลาเราไปหาเด็กเหล่านี้มักจะถามว่า เมื่อไรจะมาอีก และคำว่า เมื่อไรจะมาอีก จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เราคิดว่า ถ้ามาที่นี่ จะมาทำอะไรทุกสัปดาห์ เพราะถ้าให้นำเงินหรือซื้อขนม ซื้อของมาแจก เราก็คงไม่มีกำลังทรัพย์มากพอขนาดนั้น จึงเกิดไอเดียในการนำความสามารถและสิ่งที่เรามีอยู่ในตัวเอง คือ การแสดง มาตั้งคณะละครจิตอาสา โดยประกาศหาคนร่วมคณะละครผ่านทางโซเชียลมีเดีย”

หลังจากประกาศหาทีมทำคณะละครอาสาก็มีคนสมัครเข้ามาจำนวนมากทั้งคนในวงการบันเทิง, ลูกศิษย์บ้าน AF, ผู้ปกครอง และเพื่อนๆ ในโซเชียลครูรัก บอกว่า เมื่อทุกคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองทำ มันทำให้เรามีกำลังใจดี โดยละครเรื่องแรกที่เราไปแสดงให้เด็กในบ้านพระพรรับชม คือเรื่องเด็กเลี้ยงแกะโดยทุกคนในคณะละครตั้งใจซ้อมกันมาก ส่วนตนเอง เขียนบท แต่งเพลง เพื่อให้เด็กๆ บ้านพระพรฯ มีความสุขและได้ข้อคิดดีๆ แฝงไปด้วยเมื่อชมละครเวทีจบ

ทำไมต้องชื่อว่า “คณะละครนกกระจิบของพ่อ”? “คำว่า “นกกระจิบ” คือ นกตัวเล็กๆที่สร้างรังแต่พอตัว แต่ถ้านกมันมาอยู่รวมกันหลายตัวก็กลายเป็นรังที่ใหญ่ขึ้นมาได้ ซึ่งก็เหมือนกับคณะละครตนเอง ที่ตนเองและทุกคนเป็นกลุ่มเล็กๆ ในสังคม ที่เมื่อมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ที่เชื่อว่าจะต่อยอดให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่ได้ ส่วนคำว่า“ของพ่อ” มาจากที่ตนเองต้องการระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้แนวทางของการทำความดี จิตอาสาและความพอเพียง ดังนั้น คำว่า “นกกระจิบของพ่อ” คือ การรวมตัวพลังเล็กๆ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตามความถนัดของตนเองโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองนั้นเอง”

คิดว่า คณะละครนกกระจิบของพ่อ ให้อะไรกับ ผู้ให้ และ ผู้รับ บ้าง ? “การทำคณะละครอาสานี้แน่นอนว่า ผู้ให้ จะได้รับความสุขของการเป็นผู้ให้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มาร่วมแสดงละคร พวกเค้าจะรู้จักการมีน้ำใจ ที่สำคัญมองเห็นค่าของคนที่ขาดโอกาสกว่าตนเอง และยังได้พัฒนาศักยภาพความสามารถด้านการแสดงควบคู่ไปด้วย ในขณะเดียวกันด้านเด็กในบ้านพระพร หรือเด็กในมูลนิธิที่ตนเองไปแสดงในฐานะผู้รับ พวกเค้าได้รับความสุข ความรัก และทำให้เกิดรอยยิ้ม ที่สำคัญพวกเค้ามีความหวังในการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในสังคม”

หากพูดว่า เด็กไร้ โอกาส เป็นวัคซีนให้ครูรักหายจากโรคซึมเศร้า ได้หรือไม่? “หากจะพูดแบบนั้นก็ได้ เพราะเมื่อตนเองได้มาทำคณะละครนกกระจิบของพ่อ ที่แม้ใน 1 เดือน จะแสดงเพียงแค่ 2 ครั้ง คือ ที่บ้านพระพร และบ้านทานตะวัน ทำให้ตนเองได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการเห็นรอยยิ้ม และ ความหวังของเด็ก ที่รอคอยตนเองและกลุ่มคณะละคร ที่สำคัญ ตนเองเชื่อว่า เด็กในมูลนิธิ มองว่า พวกเราคือ เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นไอดอลและแรงบันดาลใจให้พวกเขา ดังนั้น การใช้ศิลปะจึงถือเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการกล่อมเกลาจิตใจเด็กไร้โอกาสที่จะเติบโตไปสู่สังคมข้างหน้า”

ครูรัก ทิ้งท้ายว่า ตอนนี้แม้ตนเองจะหายหน้าหายตาไปจากหน้าจอบ้าง แต่ยังมีผลงานกำกับการแสดงละครเวที “สูตรเสน่หา เดอะมิวสิคัล” นำแสดงโดย เชียร์-ฑิฆัมพร และ เก้ง-เขมวัฒน์ พร้อมเปิดม่านการแสดงในวันที่ 27 กันยายนนี้ แต่สุดท้ายสำหรับคณะละครนกกระจิบของพ่อ ครูรัก ได้บอกว่า “ต่อให้ผมตายไป แต่อย่าให้คณะละครนี้ตายไปนะ”

Leave a comment