สมเด็จพระราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘วันสตรีไทย’ ทรงมีพระราชดำรัส สืบสาน รักษา และต่อยอด พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/430961

สมเด็จพระราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘วันสตรีไทย’  ทรงมีพระราชดำรัส สืบสาน รักษา และต่อยอด พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘วันสตรีไทย’ ทรงมีพระราชดำรัส สืบสาน รักษา และต่อยอด พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน” พร้อมทั้งพระราชทานเกียรติบัตรแก่สตรีไทยดีเด่น 150 คน และเยาวสตรีไทยดีเด่น 25 คน โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กราบบังคมทูลถวายรายงานเกี่ยวกับการจัดงาน นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของวันสตรีไทย พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าฯรับเสด็จ ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม อาคารชาลเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนเปิดงานวันสตรีไทยประจำปี 2562 และทรงมีพระราชดำรัสเปิดงานความว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกมีความยินดีและปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาร่วมงานวันสตรีไทย ประจำวันที่ 1 สิงหาคม พุทธศักราช 2562 ขอแสดงความยินดีต่อสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่นที่ได้ผ่านการคัดเลือกให้เป็นสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่นประจำปีนี้

ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณพระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี

ขอให้ทุกท่าน ณ ที่นี้ โปรดร่วมมือร่วมใจและเป็นกำลังร่วมกับข้าพเจ้าในการเผยแผ่สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน เหมือนดังที่ท่านได้ตั้งแนวความคิดของการจัดงานในปีนี้

คำสัตย์ปฏิญาณที่ทุกท่านได้กล่าวนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้ง และแอบกล่าวตามในใจอยู่ในที ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นสตรีไทยคนหนึ่ง บทบาทหน้าที่สำคัญที่สตรีไทยมีต่อสถาบันครอบครัว ตลอดจนการถ่ายทอด สั่งสอนการเป็นสตรีไทยที่ดีไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานนั้น นับเป็นรากฐานสำคัญสำหรับความมั่นคงของครอบครัว และจะนำพาไปสู่ความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติต่อไป

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมทั้งพระบารมีแห่งบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ จงปกป้อง คุ้มครอง ให้ท่านทั้งหลายมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน”

ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานเกียรติบัตรแก่สตรีไทยดีเด่น 150 คน และเยาวสตรีไทยดีเด่น 25 คน จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการและกิจกรรมของหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นิทรรศการของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกิจกรรมของหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ร้านจิตอาสา 904 และร้านโกลเด้น เพลส มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนิทรรศการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระวโรกาสให้ที่ปรึกษาและคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน คณะกรรมการอำนวยการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ คณะกรรมการดำเนินงานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ คณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมฉายพระฉายาลักษณ์ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้วันที่ 1 สิงหาคม ของทุกปี เป็น“วันสตรีไทย” โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริหน้าที่สำคัญเบื้องต้นของสตรีไทย 4 ประการ ได้แก่ 1.พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ 2.พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้สมบูรณ์ 3.พึงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย และ 4.พึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น ซึ่งสตรีไทยสามารถน้อมนำกระแสพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาตนเอง อันจะส่งผลให้ครอบครัวไทย สังคมไทย และประเทศไทยมีความสุข ความเจริญ นำไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และสตรีไทยจะเป็นที่ยกย่องชื่นชมของสังคมโลกได้ต่อไป พร้อมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญในบทบาท ความสามารถ และคุณค่าของสตรีไทย อีกทั้งได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้“ดอกกล้วยไม้ คัทลียา ควีนสิริกิติ์” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ ประจำวันสตรีไทย ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และและภาคีเครือข่าย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกันจัดงาน “วันสตรีไทย”สืบเนื่องมาเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี 2562 นี้ ได้กำหนดจัดงาน “วันสตรีไทย” ภายใต้แนวคิด “สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา ในวันที่12 สิงหาคม 2562 พร้อมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 41 พรรษา เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 อีกทั้ง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สตรีไทยได้มีความรู้และความสามารถเพิ่มขึ้น เป็นพลังในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป เพื่อให้สังคมไทยและประชาคมโลกตระหนักถึงบทบาทความสามารถและคุณค่าของสตรีไทย และเพื่อรวมพลังกลุ่มองค์กรสตรีทั่วประเทศ ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในอันที่จะพร้อมใจกันกระทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

Leave a comment