อนุทินเมินสหรัฐ จี้เลิกแบนไกลโฟเซต การันตีกก.ทำตามกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/449529

อนุทินเมินสหรัฐ จี้เลิกแบนไกลโฟเซต การันตีกก.ทำตามกม.

อนุทินเมินสหรัฐ จี้เลิกแบนไกลโฟเซต การันตีกก.ทำตามกม.

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“เสี่ยหนู”เมินสหรัฐส่งหนังสือให้ชะลอเลิกใช้ไกลโฟเซต เหตุยังหาสารทดแทนไม่ได้ ยันกรรมการวัตถุอันตรายทำตามกฎหมายไทย มีมติอย่างไรก็ต้องทำตาม ชี้สารทดแทนเป็นหน้าที่ก.เกษตรฯต้องจัดหาตัวที่ไม่ส่งผลร้ายแรง ย้ำถ้าไม่ปลอดภัยสธ.จะแบนอีก เล็งชงครม.หาทาง

เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ด้านอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรวางหรีดหน้ากระทรวงเกษตรฯ ซัดมติแบน3สารขาดการพิจารณาที่รอบคอบ ไม่เป็นไปตามคำสั่งนายกฯที่ให้เปิดรับฟังความเห็นปชช.

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส มีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ขณะที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ขอให้ไทยชะลอยกเลิกสารไกลโฟเซต เพราะยังหาสารทดแทนอื่นไม่ได้ว่า เราใช้กฎหมายไทย โดยคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยส่วนนี้คือคำตอบ ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติออกมาแล้วต้องทำตาม เมื่อมติบอกให้แบน แล้วคนอื่นจะมาบอกไม่ให้แบน จะมาใหญ่กว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้อย่างไร เพราะเขาทำภายใต้กฎหมาย

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนต้องส่งหนังสือชี้แจงกลับไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ก็แล้วแต่ เพราะหนังสือไม่ได้ส่งมาที่ตน แต่ขอย้ำว่าสธ. ดูแลเรื่องสุขภาพประชาชน ดังนั้น อะไรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สธ.สนับสนุนไม่ได้ ส่วนเรื่องหาสารทดแทน ไม่ได้เกี่ยวกับ สธ. เป็นหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่ต้องหาวิธี เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ต้องพยายามสุดความสามารถที่จะหาสารทดแทน ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้คุยกับน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯว่า มีสารตัวไหนมาทดแทนได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ชีวิตและสุขภาพของคน หาอะไรมาทดแทนไม่ได้ และหวังว่าสารทดแทนตัวใหม่ จะไม่มีผลร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน เพราะถ้ามีผลร้ายแรง สธ.ก็ต้องสั่งแบนอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเกษตรกรอาจได้รับผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น หากมีการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องมาว่ากัน เพราะตอนที่ไม่แบน ก็ถามว่าทำไมไม่แบน หาว่าไปรับเงินใครมาหรืออะไรมายัดปากหรือไม่ พอแบนให้ก็จะมีปัญหาอื่นตามมา แต่ต้องดูว่าอะไรเสียหายร้ายแรงกว่ากัน ตนมั่นใจกระทรวงเกษตรฯ จะมีมาตรการทดแทนช่วยเหลือ และหากมจำเป็นจริงๆ ก็ต้องนำไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการแบนสารเคมีพิษทั้ง 3 ชนิด แล้วรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ก็เป็นเรื่องต้องมีการหารือกันต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข อาจนำแนวทางนำงบประมาณที่เคยใช้ดูแลผู้ป่วย เมื่อแบนสารเคมีสำเร็จ ไม่ต้องนำเงินส่วนนั้นไปดูแลก็อาจส่งคืนกระทรวงการคลัง และให้นำเงินส่วนนั้นไปช่วยเหลือสนับสนุนแทนก็ได้

ส่วนที่มีเกษตรกรบางส่วนจะฟ้องศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองชั่วคราวนั้น นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถร้องได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ถ้ามีการฟ้องจริง ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของศาลปกครองจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ แต่มั่นใจว่ากระทรวงเกษตรฯจะมีมาตรการหาสารทดแทนและแนวทางอื่นช่วยเหลือ

วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอดิศักดิ์ ศรีศรรพกิจ อดีตอธิบกรมวิชาการ เกษตรนำพวงหรีด 4 พวง มาวางไว้ด้านหน้ากระทรวง เพื่อไว้อาลัย ต่อ มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้แบน 3 สารเคมี โดยนายอดิศักดิ์เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนตนเห็นว่า เป็นการประชุมไม่มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากข้อมูลที่นำไปพิจารณา ไม่เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ให้กระทรวงเกษตรไปประชุม กับผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด 4 ฝ่าย

นายอดิศักดิ์ยังตั้งข้อสังเกตต่อว่า ผลประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่าย ที่มีน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ รมช. เกษตรฯ เป็นประธานและนำไปให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายประกอบการตัดสินชี้ขาดนั้น ขาดความรอบคอบไม่ถูกต้องรอบด้าน เพราะคำสั่งของนายกรัฐมนตรีให้พิจารณารอบด้าน ซึ่งต้องทำประชาพิจารณ์จากผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่ใช้จริง ซึ่งการประชุมคณะกรรมการ4 ฝ่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่กี่ชั่วโมง มติที่เกิดขึ้นพิจารณาจากข้อมูลที่ไม่รอบด้าน เชื่อว่า น่าจะเกิดปัญหาต่อเนื่องมา

นายอดิศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มี นายภานุวัฒน์ ตริยางกรูศรี รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่ ก็เป็นเรื่องค่อนข้างแปลก เนื่องจากปกติการลงคะแนน ประธานต้องไม่ลงคะแนนเพื่อให้เป็นกลาง แต่จะลงเพื่อชี้ขาดกรณีเสียงเท่ากันเท่านั้น แต่กาประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ประธานลงคะแนน และมีความพยายาม ที่เป็นตัวชี้นำให้เกิดการแบน 3 สารเคมีด้วย ทั้งที่ข้อมูลประกอบการพิจารณาที่ไม่รอบด้าน ผิดหลักธรรมมาภิบาล ชัดเจน

“จากนี้ไป ผมคิดว่ากลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการแบน 3 สาร คงเดินหน้าคัดค้านการแบน โดยร้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมต่อไป จากนี้คงเป็นเรื่องหนักของกรมวิชาการเกษตรด้วย ที่ต้องไปอายัดสารคมีที่ถูกสั่งแบนทั้งหมด เพื่อทำลาย ซึ่งค่าทำลาย น่าจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท และผมไม่มั่นใจว่าต้องจ่ายค่าชดเชย ให้พ่อค้าที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายและนำเข้า หรือไม่ เพราะเขา ไม่ได้ผิด จากนี้ไป ต้อง รอดู ว่า ทางภาครัฐจะดำเนินการอย่างไร”นายอดิศักดิ์กล่าว

Leave a comment