ชู‘พะเยาโมเดล’ ดันราคาหอมมะลิพุ่ง1.8หมื่นบ./ตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/450211

x

ชู‘พะเยาโมเดล’ ดันราคาหอมมะลิพุ่ง1.8หมื่นบ./ตัน

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร “พะเยาโมเดล” ระหว่างเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงการซื้อขายข้าวหอมมะลิราคา 18,000 บาท/ตัน ระหว่างสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ในจ.พะเยา กับบริษัทข้าว ซี.พี. จำกัด ว่า กระทรวงเกษตรฯเริ่มนำร่องดำเนินการในสินค้า “ข้าวหอมมะลิ” ในจ.พะเยา สินค้าที่มีลักษณะเฉพาะอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อสร้างต้นแบบการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรที่มีคุณค่าเฉพาะและตลาดต้องการ ในเดือนพฤศจิกายนผลผลิตข้าวหอมมะลิในจ.พะเยา จะเริ่มออกผลและเริ่มเก็บเกี่ยว ซึ่งกระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายบริหารจัดการข้าวหอมมะลิประมาณ 151,900 ตัน ให้เกษตรกรจำหน่ายข้าวหอมมะลิ ณ ความชื้น 15% ได้ในราคา 18,000 บาท/ตัน สูงกว่าราคาประกันข้าวหอมมะลิของรัฐบาลที่ประกาศไว้ในปี 2562 ถึง 3,000 บาท/ตัน

“วันนี้เป็นการทำบันทึกข้อตกลงการซื้อขายข้าวหอมมะลิจ.พะเยา ราคา 18,000 บาท/ตัน (ความชื้น 15%) 40,000 ตัน ระหว่างสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พะเยา จำกัด กับบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด โดยรับซื้อข้าวหอมมะลิจ.พะเยา ซึ่งมีคุณภาพในราคาสูง โดยภาครัฐไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย เพราะเป็นราคาขายที่สูงกว่าราคาประกันข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ วันที่ 15 พฤศจิกายน บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด กำหนดจัดงาน“วันเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโลก”ที่อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา และเร็วๆนี้ จ.พะเยาเตรียมจัดเจรจาซื้อขายข้าวหอมมะลิระหว่างคู่ค้าเอกชนรายอื่นกับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในจ.พะเยา และขยายผลไปสู่การส่งเสริมให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ : GI) ของจ.พะเยา โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯกับผู้ประกอบการภาคเอกชน เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบาย“การตลาดนำการผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย” รมช.ธรรมนัส กล่าว

สำหรับแนวทางการดำเนินงาน “พะเยาโมเดล” มีเป้าหมายส่งเสริมคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้เกษตรกรไทยพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาดนำร่องไปสู่จังหวัดอื่น และขยายผลไปในสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าวหอมมะลิ ยางพารา ลำไย ลิ้นจี่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไข่ไก่ โดยส่งเสริมพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต เน้นสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และคุณค่าสินค้าที่มุ่งเน้นความเป็นสินค้าอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มนำไปสู่ความยั่งยืนในการผลิตสินค้าเกษตร

Leave a comment