สศก.ยันตัดGSPไม่กระทบสินค้าเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/450706

x

สศก.ยันตัดGSPไม่กระทบสินค้าเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยว่า รมว.เกษตรฯสั่งการให้ สศก. วิเคราะห์ติดตามผลกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารจากกรณีสหรัฐระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพีสินค้าไทย โดยสศก. ยืนยันว่าสินค้าเกษตรและอาหารหลักของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐจะไม่ได้ผลกระทบจากเรื่องนี้มากนัก และสอบถามอัคราชทูตฝ่ายการเกษตรไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และผู้แทนถาวรไทยประจำ FAO กรุงโรม พร้อมเชิญผู้แทนกระทรวงเกษตรสหรัฐและ FAO เข้าพบสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ การตัดจีเอสพีครั้งนี้เฉพาะสินค้า 573 รายการ เป็นสินค้าเกษตร(ภายใต้พิกัดศุลกากรตอนที่ 01-24)157 รายการ เป็นกลุ่มสินค้า ผักแปรรูป ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ชาเขียว ขิงป่น หูฉลาม เส้นพาสต้าผลไม้แปรรูป สำหรับกลุ่มประมงแปรรูปอื่นที่อาจถูกตัด GSP ครั้งนี้ มิใช่กลุ่มพิกัดสินค้าประมงหลักที่ไทยส่งออกไปตลาดสหรัฐ (ไม่ใช่สินค้ากุ้ง และปลาทูน่ากระป๋อง ซึ่งยังนำเข้าต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก) แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดสหรัฐที่มีต่อการดำเนินงานด้าน IUU ที่ไทยแสดงบทบาทนำเรื่องการจัดการด้านประมงและต่อต้าน IUU ทั้งในประเทศและระดับโลก ได้รับการยกย่องจากเวทีสหประชาชาติ ให้เป็น Presidential case ในการแก้ปัญหา IUU เผยแพร่แนวปฏิบัติให้ประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดจากการตัด GSP บางรายการ อาจมีผลทำให้สินค้าเกษตรข้างต้นของไทยอาจได้รับผลกระทบด้านราคาขายที่สูงขึ้น เช่นผลไม้แปรรูป ซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯในปี 2561 ประมาณ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ จะโดนเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเป็น 4-14%  และเส้นพาสต้า(ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐในปี 2561 ประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่จะโดนเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 6.4%

นายระพีภัทร์กล่าวอีกว่า สหรัฐออกประกาศคืนสิทธิ GSP ให้ไทยบางรายการในคราวนี้เช่นกัน ซึ่งมีสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ ดอกกล้วยไม้ สินค้ามูลค่าสูงที่ไทยมีศักยภาพผลิตและเพาะพันธุ์กล้วยไม้ใหม่เข้าตลาดสหรัฐได้มากขึ้น และโกโก้ สินค้าเศรษฐกิจใหม่ที่กระทรวงเกษตรฯมีแผนผลักดันให้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้เกษตรกร เพราะเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง จึงนับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายการผลิตสินค้าดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

นายระพีภัทร์กล่าวด้วยว่า เกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและอาหารของไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยให้เป็นที่เชื่อถือของตลาดต่างประเทศ จึงเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้สินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Leave a comment