อดีตบิ๊กเกษตรฯขึ้นศาลปค. ซัดแบน3สารพิษเปิดทางลักลอบใช้-ของปลอมทะลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/450695

อดีตบิ๊กเกษตรฯขึ้นศาลปค. ซัดแบน3สารพิษเปิดทางลักลอบใช้-ของปลอมทะลัก

อดีตบิ๊กเกษตรฯขึ้นศาลปค. ซัดแบน3สารพิษเปิดทางลักลอบใช้-ของปลอมทะลัก

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.55 น.

อดีตบิ๊กเกษตรฯเตรียมให้ข้อมูลศาลปกครอง ชี้มติคกก.วัตถุอันตรายแบน3สารพิษไร้ข้อมูลสนับสนุน แต่ถูกรมต.ชี้นำ เสี่ยงถูกฟ้อง ยันผลศึกษาไม่มีสารทดแทนที่ปลอดภัย เชื่อหลังยกเลิกมีลักลอบใช้-ของปลอมทะลัก

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างศาลปกครองกลาง พักการไต่สวนเพื่อพิจารณาว่าจะกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยระงับคำสั่งยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี คือ พาราควอต , ไกลโฟเสต และคลอร์ไพริฟอส ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติให้ยกเลิกตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ตามที่เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง พร้อมด้วยเครือข่ายผู้แทนเกษตรกร 6 จังหวัด รวม 1,091 คน ยื่นฟ้องหรือไม่นั้น

นายอนันต์ ดาโลดม อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมาเป็นพยานให้กับทางเครือข่ายฯ กล่าวก่อนให้ข้อมูลกับศาลในช่วงบ่าย ว่า หวังอำนาจศาลเป็นที่พึ่งสุดท้าย จะให้ความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาไม่มีตัวแทนเกษตรกรแท้จริงเข้าไปร่วมพิจารณา ทั้งในชั้นคณะกรรมการศึกษา คณะกรรมการวัตถุอันตราย ก่อนที่จะมีคำสั่งแบน 3 สารดังกล่าว ข้อมูลที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาเป็นข้อมูลเก่าทั้งสิ้น ไม่มีข้อมูลใหม่ และเห็นว่าการพิจารณามีการชี้นำของรัฐมนตรีในการลงมติ จึงเป็นมติที่ขาดความชอบธรรม และเสี่ยงต่อการถูกฟ้อง

“การประชุมใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ก่อนยกเลิก 3 สาร ไม่มีการศึกษาอย่างรอบด้าน สมัยผมเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จะแบนสารเคมี 4 ตัว ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี เพราะต้องศึกษาผลกระทบ สารทดแทนให้ครบถ้วน การพิจารณาก็โปร่งใสทุกขั้นตอน แต่ครั้งนี้ กรรมการเหมือนถูกกดดันได้รับคำสั่ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นการสู้กับกระบวนการที่ใหญ่มาก ภาคการเมืองเมื่อแบนแล้วไม่ได้สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรว่าจะเป็นอย่างไร” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ ยังกล่าวว่า ทางออกของเรื่องนี้ รัฐบาลควรมีการทบทวน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งให้มีการดูแลให้รอบคอบ เพราะท่านก็ทราบว่ายังไม่มีสารทดแทน ที่บอกกันว่ามีสารชีวะพันธุ์ทดแทนจากผลการศึกษาที่ผ่านมาก็พบว่ามีส่วนผสมของพาราควอต และไกลโฟเสต ทำให้ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน หรือที่ว่าจะใช้กลูโฟซิเนต ก็มีในประเทศไทยมานานแล้ว แต่เกษตรกรไม่ใช้เพราะราคาแพง และประสิทธิภาพการใช้ด้อยกว่า 3 สารเคมี และยังไม่แน่ว่าสารเคมีตกค้างอาจจะมากกว่า ขณะที่หากจะให้ใช้เครื่องจักรกลการเกษตร กับพืชไร่บางชนิด เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ก็ไม่สามารถใช้ได้ และอาจก่อมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม เพราะเครื่องจักรต้องใช้น้ำมันดีเซล รวมทั้งอย่าไปแนะนำให้เกษตรกรใช้วิธีถอนหญ้าในแปลงเกษตร ค่าแรงงานคนต่อไร่แพงกว่าและใช้เวลามากกว่า

นายอนันต์ ยังเชื่อว่า หลังจากนี้จะมีการลักลอบขาย 3 สารที่ถูกแบน และมีสารเคมีปลอมออกมาจำหน่าย พร้อมห่วงการนำเข้าสินค้าที่มีการใช้ 3 สาร จะเกิดผลกระทบจำนวนมาก การพิจารณาของรัฐมนตรีเอาแต่กระแสสังคม เอ็นจีโอ มากำหนดเป็นนโยบาย ปัญหานี้ยากต่อการแก้ไข รัฐบาลจะเอางบไหนมาชดเชยให้เกษตรกร

“เชื่อนายกฯ รับทราบผลที่ตามมาเป็นเรื่องใหญ่ ท่านเคยมีบัญชาจากปี 2561 และเมษายน 2562 ให้ศึกษา แต่พอมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วเรื่องก็ไปอยู่ในมือของรัฐมนตรี สิ่งที่นายกฯ มีบัญชามา แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกลับมติแบน” นายอนันต์ กล่าว

ด้าน นายสุกรรณ สังขะวรรณ์ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรกรปลอดภัย กล่าวว่า ทางเครือข่ายนำพยานมาให้ศาลไต่สวนรวม 10 ปาก ช่วงเช้าศาลได้ให้ น.ส.อัญชุลี ผู้ฟ้อง ชี้แจงประเด็นที่ฟ้อง และ นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงเพิ่ม บรรยายกาศการชี้แจงเป็นไปด้วยดี

Leave a comment