ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/437416

กระทรวงวัฒนธรรมดึงดีไซเนอร์ไทยและอาเซียน ต่อยอดความสำเร็จคอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้
กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับเหล่าแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยและดีไซเนอร์ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ (Contemporary Southern Batik by OCAC) พร้อมโชว์คอลเลคชั่นที่รังสรรค์ลวดลายบาติกบนผืนผ้าร่วมกับผู้ประกอบการบาติก 15 ชุมชน จาก 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์ยกระดับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาสู่ระดับสากล และจัดนิทรรศการแสดงผลงานไปเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าว โดยกล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้ส่งนักออกแบบชาวไทย 6 ท่าน และนักออกแบบอาเซียนจำนวน 4 ท่าน ลงพื้นที่ศึกษาบริบทชุมชน การทำงาน และสร้างความคุ้นเคยกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนใต้ โดยตลอดระยะเวลาของโครงการได้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาลวดลายผ้าใหม่ๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย และออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าร่วมกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ได้ชุดผลงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ออกมาเป็น 51 ชุดผลงาน และผลิตภัณฑ์ 36 ชิ้น
“จากการพัฒนาลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้นี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสทำโครงการนี้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ อีกทั้ง โครงการนี้ยังสามารถช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังขยายตลาดผ้าไทยออกสู่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ จนผ้าบาติกไทยได้รับความนิยมในพื้นที่แถบอาเซียน รวมถึงญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน ถือเป็นการยกระดับผ้าบาติกสู่ตลาดสากลมากยิ่งขึ้น สำหรับผลงานการออกแบบในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน ระหว่างผู้ประกอบการบาติก 15 ชุมชน จากกลุ่มผู้ผลิตผ้า 4 จังหวัดชายแดนใต้ และดีไซเนอร์ชื่อดังของไทย 3 ท่าน ได้แก่ เอก ทองประเสริฐ, ธีระ ฉันทสวัสดิ์ และ ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ สร้างสรรค์เป็นผลงานที่มีความร่วมสมัยแต่ยังคงอัตลักษณ์ผ้าไทยชุมชนชาวใต้ไว้อย่างงดงาม”
หนึ่งในดีไซเนอร์ที่ลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เอก ทองประเสริฐ ผู้สร้างแบรนด์ EkThongprasert กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้อาศัยการเดินทางลงพื้นที่เพื่อทำความรู้จักและศึกษา จนเกิดความเข้าใจอัตลักษณ์และคุณค่าของแต่ละพื้นที่ แต่ละกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งการเข้าถึงชุมชนทำให้เห็นรายละเอียดที่สามารถนำมาใช้ ในการออกแบบลวดลาย และได้รับแรงบันดาลใจที่ลึกซึ้งกว่า ซึ่งสามารถใส่เข้าไปในผลงาน จนเกิดเป็นผลงานลวดลายผ้าใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบและตัดเย็บเครื่องแต่งกาย และออกแบบผลิตภัณฑ์ผ่านมุมมองและเทคนิคของดีไซเนอร์ทั้ง 3 ท่านจนเกิดเป็นผลงานที่มีความร่วมสมัย โดยคงความซื่อตรงต่ออัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ไว้อย่างงดงาม และผ้าบาติกมีความโดดเด่นตรงที่เหมาะกับการสวมใส่ในประเทศไทย และยังเป็นผ้าที่มีความสนุกสนานสะท้อนถึงสีสันของธรรมชาติ ซึ่งสามารถเป็นตัวแทนให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้นผ่านผืนผ้า”
ธีระ ฉันทสวัสดิ์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ T-ra กล่าวว่า “จากการลงพื้นที่เข้าไปเรียนรู้กระบวนการทำงานเกี่ยวกับผ้าบาติก
ตั้งแต่ต้นกับกลุ่มผู้ผลิต ทำให้เราทราบขั้นตอนการทำผ้าบาติกแบบดั้งเดิมของชาวบ้านว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก จึงได้เข้าไปแนะนำพัฒนาผลงานร่วมกันกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ทำเป็นบาติกรูปแบบใหม่ ทำให้ดูร่วมสมัยเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า และทำให้ขั้นตอนในการผลิตลวดลายง่ายยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นผลงานลวดลายผ้า ต่างจากลายเดิมที่มักเป็นลายดอกไม้ หรือสัตว์ต่างๆ ในท้องทะเล และการจับคู่สีใหม่ๆ เปลี่ยนเฉดสี การไล่โทนสีที่กลมกลืนและอยู่ในกระแสแฟชั่น เช่น การออกแบบลวดลายคลื่น มีการผสมสีแบบไล่โทนสีของน้ำทะเล อย่างสีกรมท่า น้ำเงิน ฟ้า เทา ในบาติกผืนเดียวกัน แทนรูปแบบเดิมๆ ที่มักเน้นสีสดๆ ทำให้ดูมีมิติ มีค่ามากยิ่งขึ้น และสามารถส่งออกไปผลิตเป็นชุดกิโมโน ที่ประเทศญี่ปุ่น สร้างรายได้ต่อชุดเป็นหลักแสน
เรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งเหล่านี้สร้างรายได้เลี้ยงปากท้องของชุมชนชายแดนใต้ และที่เป็นความภูมิใจของเรานอกเหนือจากการช่วยเหลือในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรายังได้ช่วยให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทุกคนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าลูกหลานคนรุ่นใหม่กลับมาช่วยครอบครัวกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ผู้สูงอายุก็รู้สึกมีคุณค่าในการได้ถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ที่มีให้แก่ลูกหลาน”
ด้าน อานี ชูเมือง ผู้ประกอบการร้านรายาบาติก จังหวัดปัตตานี เปิดใจว่า “ชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญและพรสวรรค์ในการทำผ้าบาติก แต่การร่วมโครงการนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เปิดมุมมองใหม่จากสิ่งที่เขาคุ้นชิน ดีไซเนอร์ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยน แต่นำสิ่งที่มีอยู่มาเพิ่มความน่าสนใจ โดยดีไซเนอร์คอยแนะนำเรื่องการสร้างลวดลาย เทรนด์สีในกระแสแฟชั่น และการเลือกใช้วัตถุดิบ โดยนำสิ่งที่เราถนัดมาปรับให้ตรงกับความนิยม ซึ่งการทำงานกับดีไซเนอร์ทำให้เราได้เห็นว่า
บางสิ่งที่เรามีอยู่และอาจมองข้ามไป กลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจและตรงกับความต้องการของตลาด ที่สำคัญคือผู้ประกอบการแต่ละคนสามารถนำลายผ้าบาติกที่คิดร่วมกันไปต่อยอดในสินค้าของตัวเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านที่ไม่ได้เรียนดีไซน์มาเริ่มคิดตามและทำตาม และกลายเป็นเรื่องสนุกมากกว่าแค่ทำธุรกิจ”