ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/437595

กระดูกพรุน ภัยเงียบที่ต้องระวัง
กระดูกพรุน เป็นโรคที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นโรคที่เกิดแต่กับผู้สูงอายุ แต่แท้ที่จริงแล้ว กระดูกพรุนสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย หากไม่ดูแลรักษาหรือตรวจสุขภาพประจำปี อาจทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้โดยไม่รู้ตัว
นายแพทย์สุชาติ ฉายเพิ่มศักดิ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางข้อเข่าและสะโพก ศูนย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า โรคกระดูกพรุน เป็นภัยเงียบที่ไม่มีอาการใดบ่งบอกแน่ชัดว่าเป็นโรคกระดูกพรุน หากไม่ตรวจสุขภาพหรือสงสัยอาการผิดปกติจริงๆ ผู้ป่วยก็จะคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคกระดูกพรุนซึ่งโรคกระดูกพรุนผู้ป่วยอาจจะทราบได้ก็ต่อเมื่อมีอาการแสดง แต่เราก็สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ว่าเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนโดยสังเกตจากกระดูกข้อมือ แขน สะโพก และกระดูกสันหลังแตกหักได้ง่าย แม้ถูกกระแทกแบบไม่รุนแรง หลังค่อม หรือกระดูกสันหลังส่วนบนโค้งลง ความสูงลดลง อาจมีอาการปวดหลังเรื้อรังด้วย
ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนมีด้วยกันหลายกรณี เช่น อายุ ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น กระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มช้าลง การทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอก็จะเป็นไปได้ช้า ฮอร์โมน การลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิงอย่างการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก็อาจทำให้กระดูกพรุนและเปราะบาง ส่วนในเพศชายจะมีความเสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อมีการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) น้อยลงกรรมพันธุ์ ผู้ที่มีญาติใกล้ชิดทางสายเลือดมีประวัติป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับพันธุกรรมของโรคดังกล่าวไปด้วย
นอกจากนี้ พฤติกรรมการบริโภค กินอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในการสร้างกระดูกและการเจริญเติบโต หรือกินอาหารที่ทำให้แคลเซียมเสียสมดุล อย่างอาหารจำพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีความเป็นกรดสูง ดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ติดต่อกันปริมาณมากเป็นเวลานานพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การนั่งหรืออยู่ในอิริยาบถเดิมๆ หรือเป็นเวลานานๆ อยู่ในที่โล่งไม่โดนแสงแดด จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้สูง การใช้ยาบางชนิด ผู้ป่วยที่ต้องรักษาด้วยการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนเช่นกันเช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ประเมินอาการเบื้องต้น เพื่อสุขภาพที่ดีที่เริ่มได้ที่ตัวเรา
