ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/440312

‘เชนจ์ เอเจ้นท์-ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ ต้นแบบตัวจริงของชุมชน นำสังคมไทยสู่ยุคสูงวัยแบบกายฟิต-จิตดี-มีออม
พ.ศ 2562 “สังคมสูงวัย” คือหนึ่งในประเด็นเร่งด่วนระดับชาติ เพราะประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยในอัตราเร่งที่เร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และใน พ.ศ 2564 เราจะมีประชากรที่อายุเกิน 60 ปี มากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ทำให้สังคมไทยกลายเป็น สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในขณะที่ภาครัฐเร่งเครื่องกำหนดนโยบายด้านผู้สูงวัยเพื่อลดผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีความเป็นอยู่สุขภาพ แรงงานและการจ้างงาน เทคโนโลยี การศึกษาและการพัฒนาทักษะตลอดชีวิต และการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับ เป็นต้น ภาคเอกชน คือ “มูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย” และ “มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย” ได้ดำเนินโครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข (Pfizer Healthy Aging Society)” ควบคู่ไปด้วย ผลจากการดำเนินงานมา 3 ปี พบว่าภาคประชาชนและชุมชน คือหนึ่งในกลไกลที่สำคัญที่สุด ที่จะขับเคลื่อนและเตรียมพร้อมประเทศไทยให้เป็นสังคมสูงวัยได้อย่างมีคุณภาพอย่างยั่งยืนทัดเทียมนานาประเทศ
ดร.นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “โครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข” มีเป้าหมายหลัก คือ การสร้างรูปแบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับประชากรวัยก่อนสูงอายุและวัยสูงอายุ เพื่อนำไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพภายใต้แนวคิด “กายฟิต จิตดี มีออม” ในพื้นที่เป้าหมายคือ กรุงเทพมหานคร (เขตคลองเตย และเขตบางขุนเทียน) และอุบลราชธานี (อำเภอเมือง และอำเภอวารินชำราบ) ทำงานที่เชื่อมโยงทั้งระดับประเทศและชุมชน มีการคัดเลือกผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-59 ปี ใน 4 กลุ่มหลัก คือ อาสาสมัครสาธารณสุข ครู บุคลากรสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับท้องถิ่น เข้าร่วมภารกิจหลักของโครงการ คือ การพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ให้กลายเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents)” ที่ได้รับความรู้และทักษะจำเป็นเกี่ยวข้องกับสุขภาพกายสุขภาพจิตและความมั่นคงทางการเงิน ผ่านการอบรมและกิจกรรมภายใต้หัวข้อต่างๆ ได้แก่ โรคติดต่อเรื้อรัง,โภชนาการ, สุขภาพจิต, ความตระหนักรู้ทางการเงิน,การจัดสภาพแวดล้อมเอื้อต่อผู้สูงอายุ สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง, การวิเคราะห์ชุมชน เป็นต้น ซึ่งจากการดำเนินงานในระยะเวลา 3 ปี ทำให้เราได้ผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถกล่าวได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือ ต้นแบบ ของชุมชนอย่างแท้จริง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตน และขยายผลสู่สมาชิกในกลุ่มหรือชุมชน ด้วยการสร้างสรรค์โครงการที่ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเอง และจะนำเอาองค์ความรู้ไปพัฒนากลุ่มหรือชุมชนของตนให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนได้ต่อไป
ศรีรัตน์ นาผลงาม อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) เขตคลองเตย ต้นแบบของชาวเขตคลองเตย เล่าว่า “เป็นอสส. อยู่ในเขตพื้นที่คลองเตยถึง 12 ปี ปัญหาหลักที่พบคือคนสูงวัยจะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หรือโรค NCDs เป็นจำนวนมาก ปัญหาของเด็กๆ ในชุมชนถูกเลี้ยงแบบตามมีตามเกิดปล่อยให้ใช้ชีวิตไปกับการทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ พ่อแม่ต้องทำงานจนไม่มีเวลาดูแลลูกตัวเอง จึงคิดทำโครงการ “โยคะ-ตันเถียน ล็อค 6 และ นวดเท้าเพื่อสุขภาพ” ขึ้นเพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตของสมาชิกในชุมชนคลองเตย ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนส่งเสริมการสร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว”
ด้าน ผกาวรรณ กองพร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสอ.เมืองอุบลราชธานี หนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงอีกคนหนึ่งเล่าว่า “กลุ่มหมอยาพื้นบ้านในจังหวัดอุบลราชธานีที่มีความรู้เรื่องแพทย์แผนไทยด้านการรักษา การนวด การใช้สมุนไพร และการฝังเข็ม ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเข้าสู่วัยสูงอายุและเป็นผู้สูงวัย คนกลุ่มนี้ยังอยากรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ไม่ได้เป็นภาระให้กับสังคมและชุมชน สามารถเสียสละเวลาและแรงงานเพื่อร่วมกิจกรรมในชุมชนได้ จึงได้เกิดการรวมตัวขึ้น และนำจุดเด่นด้านปัญญาแพทย์แพทย์ไทยที่มีชื่อเสียงของชาวอุบลราชธานีมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำประโยชน์แก่สังคม ภายใต้โครงการ “พัฒนาศักยภาพหมอพื้นบ้านในการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่” ได้ผู้ที่มีความรู้เรื่องภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยเป็นตัวแทนของกลุ่มประมาณ 10 มาถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจในด้านนี้ และมีเด็กเยาวชนรุ่นใหม่จากโครงการ TO BE NUMBER ONEให้ความสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมถึง 50 คน”
นอกจากผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้งสองท่านนี้แล้ว ยังมีต้นแบบอีกหลายท่านที่เป็นผลผลิตจากโครงการไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข และได้สร้างสรรค์โครงการดีๆ เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเอง เพราะทางออกที่ดีที่สุดของปัญหาในแต่ละชุมชนต้องถูกคลายปมด้วยคนในชุมชน การขับเคลื่อนสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ จึงจำเป็นต้องอาศัย “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่เป็นคนในชุมชน ที่จะผลักดันหรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในชุมชนได้ แม้ว่าลักษณะแต่ละชุมชนจะมีบริบทที่แตกต่างกันไป แต่การเริ่มสร้างความร่วมมือร่วมใจจากในชุมชนก่อนจึงทำได้ง่ายกว่า เมื่อชุมชนเข้มแข็ง โอกาสในการขยายผลสู่ระดับสังคม และระดับประเทศย่อมเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
