นวัตกรรมการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/441420′

นวัตกรรมการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค  ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาว

นวัตกรรมการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในงานประชุมวิชาการด้านวัคซีนระดับโลก13th Vaccine Congress 2019 เมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์รีโน รัปปูโอลี  หัวหน้านักวิทยาศาสตร์และผู้อำนวยการด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนของบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น จำกัด (จีเอสเค) ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดอันดับสามของโลก ในสาขาวัคซีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยอิมพีเรียล และเป็นหนึ่งในผู้นำทางวิทยาศาสตร์ด้านวัคซีนระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อความยั่งยืนของระบบสาธารณสุข ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้ารับรางวัล 2019 Edward Jenner Lifetime Achievement Awardee จากการอุทิศตนในการพัฒนาแนวคิดทางการแพทย์และการคิดค้นพัฒนาวัคซีนเพื่อรักษาโรคต่างๆ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลกและเป็นประโยชน์ต่อวงการสาธารณสุขของโลก

ศ.รีโนกล่าวว่า“ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาวัคซีน ความสำเร็จนี้ไม่ใช่ของผมเพียงคนเดียวแต่เป็นผลจากความทุ่มเทของทีมงานกว่าร้อยชีวิต รวมถึงจีเอสเคที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาวัคซีนซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการพัฒนา วัคซีนนับว่าเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ดีที่สุดในรอบร้อยปีที่ผ่านมา เพราะวัคซีนช่วยให้ผู้คนทั่วโลกปลอดภัยจากโรคติดเชื้อหลายชนิดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุยืนยาว ซึ่งการพัฒนาวัคซีนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดเทคโนโลยีนวัตกรรม บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา ขณะนี้มีความสนใจที่จะศึกษาการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคหนองใน ซึ่งจะช่วยผู้คนกว่า 78 ล้านคนทั่วโลก ที่เป็นโรคนี้ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อดื้อยา ซึ่งกำลังเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก”ศ.รีโนได้ศึกษาวิจัยและริเริ่มแนวคิดการพัฒนาวัคซีนต่างๆที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ของวงการแพทย์สมัยใหม่ และถูกนำมาใช้ในการป้องกันโรคอย่างแพร่หลาย ได้แก่แนวคิด reverse vaccinology หรือการพัฒนาวัคซีนแบบย้อนกลับ โดยการศึกษาชุดข้อมูลพันธุกรรมของเชื้อโรคเพื่อศึกษาหาแอนติเจน หรือสารก่อภูมิต้านทานที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการปฏิวัติการพัฒนาวัคซีนและทำให้สามารถลดระยะเวลาในการพัฒนาวัคซีน รวมถึงแนวคิด Genetic detoxification หรือกระบวนการขับสารพิษโดยใช้วิธีทางพันธุกรรม ซึ่งแนวคิดเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อที่สำคัญหลายชนิด อาทิ วัคซีนป้องกันโรคไอกรนชนิดไร้เซลล์ ทำให้ผู้ได้รับวัคซีนมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนน้อยลง และวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น เพื่อป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ รวมถึงการคิดค้น CRM 197 ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในวัคซีนหลายชนิด เช่น วัคซีนไอพีดี (IPD) เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไอพีดี วัคซีนฮิบ (Hib) เพื่อป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (meningococcalvaccine) และยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการพัฒนายาเพื่อรักษาโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ดร.รีโน ยังมีผลงานวิจัยตีพิมพ์มากกว่า 690 ผลงานในวารสารวิชาการนานาชาติ

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การพัฒนาวัคซีนมความสำคัญมากต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้คนเพราะช่วยป้องกันโรคและยุติการแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาวัคซีนนวัตกรรมขึ้นได้โดยไม่ต้องรอนำเข้าจากเมืองนอกเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญคือ ทุกภาคส่วนต้องเห็นความสำคัญและร่วมมือกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่วางนโยบายสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการวางนโยบายเพื่อดึงดูดเอกชนที่มีความพร้อมในการลงทุนด้านการวิจัย รวมถึงนักวิจัยที่มีความสามารถและมีความกระตือรือร้นในการสร้างนวัตกรรม และท้ายสุดคือ การสร้างเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างนักวิจัยทั่วโลก อย่างงานประชุมวิชาการ VaccineCongress 2019 ในครั้งนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาวัคซีนคือ จะทำอย่างไรให้ได้วัคซีนนวัตกรรมที่ดีกว่าของเดิมหรือยังไม่เคยมีมาก่อน และจะทำอย่างไร จึงจะได้วัคซีนที่มีราคาเหมาะสมและสามารถช่วยเหลือคนทุกระดับ โดยเฉพาะคนด้อยโอกาสได้

วิริยะ จงไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือจีเอสเค กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2546 ถึงปี 2562 จีเอสเคได้ร่วมมือกับนักวิจัยไทยและสถาบันต่างๆ เพื่อการวิจัยทางคลินิกมากกว่า50 งานวิจัย อาทิ งานวิจัยวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสโรต้าที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเชื้อไวรัสเอชพีวีซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกโรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรนชนิดไร้เซลล์ โรคไข้หวัดใหญ่โรคไข้เลือดออก และโรคไข้กาฬหลังแอ่น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขและสุขภาพที่ดีของคนไทย ตามความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน”

Leave a comment