เปิดหนังสือ‘ปารีณา’ร้องขอความเป็นธรรมปมที่ดิน ขอส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/456382

เปิดหนังสือ‘ปารีณา’ร้องขอความเป็นธรรมปมที่ดิน ขอส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตใหม่

เปิดหนังสือ‘ปารีณา’ร้องขอความเป็นธรรมปมที่ดิน ขอส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตใหม่

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 12.49 น.

เปิดหนังสือ‘ปารีณา’ร้องขอความเป็นธรรมปมที่ดิน ขอส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวานนี้(25 พฤศจิกายน 2562) น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐได้เดินทางไปยังสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ซึ่งคาดว่าเดินทางมาเพื่อส่งหนังสือถึงนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก. โดยอ้างว่า แผนที่ที่ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ใช้ตรวจสอบแนวเขตซึ่งมี 2 ฉบับ โดยมาตราส่วนต่างกัน อาจทำให้ผลการตรวจสอบที่ดินคลาดเคลื่อน

สำหรับหนังสือที่ น.ส. ปารีณา ทำถึงเลขาธิการส.ป.ก. และอธิบดีกรมป่าไม้ มีใจความว่า “ขณะนี้ดิฉัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ถูกกล่าวหาว่าได้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้าย แม่น้ำภาชี ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ขอชี้แจงว่าดิฉันได้ครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว โดยสุจริตและเปิดเผยเป็นเวลานับสิบปีแล้ว โดยมีลักษณะการทำประโยชน์เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการใดตรวจสอบ หรือแจ้งว่าเป็นการกระทำผิด

ทั้งนี้จากการตรวจสอบตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บริเวณที่อาจอยู่นอกป่าสงวนแห่งชาติ โดยหลักฐานที่ดำเนินการเป็นแผนที่ท้ายกฎกระทรวงมีมาตราส่วน 1 ต่อ 400,000 และแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มีมาตราส่วน 1 ต่อ 100,000

จึงขอให้กรมป่าไม้และส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดินโดยละเอียดรอบคอบก่อนการดำเนินคดีใดๆ เนื่องจากบริเวณดังกล่าว นอกจากดิฉัน ยังมีราษฎร ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าวด้วย จะได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำโดยยังไม่มีการตรวจสอบเขตที่ชัดเจน”

ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า น.ส. ปารีณา มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ส.ป.ก. เช้าวานนี้ แต่ไม่ได้พบกัน เนื่องจากตนเดินทางไปชี้แจงงบประมาณที่รัฐสภา ซึ่งทางศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านปัญหาที่ดินได้รับหนังสือไว้ ในหนังสือนั้นร้องขอให้เลขาธิการส.ป.ก. ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ที่ดินที่ น.ส. ปารีณา ครอบครองนั้นอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือพื้นที่ป่าไม้กันแน่ เนื่องจากส.ป.ก. ใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 100,000  แต่กรมป่าไม้ใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 400,000 จึงเกรงว่า การรังวัดแนวเขตอาจคลาดเคลื่อนหรือมีการทับซ้อนของแนวเขตระหว่าง 2 หน่วงาน จึงขอความเป็นธรรมเพื่อที่ตนเองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้น.ส. ปารีณายังระบุว่า ทางครอบครัวเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวก่อนที่กรมป่าไม้จะส่งมอบให้ส.ป.ก. ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินในพ.ศ. 2536 เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกหลายราย อีกทั้งยืนยันว่า พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ

ทั้งนี้ ส.ป.ก. จะเร่งประสานกับกรมป่าไม้เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อตรวจสอบแนวเขตใหม่ โดยใช้แผนที่มาตราส่วนเดียวกัน เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องตรงกันแล้วจะทำตามขั้นตอนของแต่ละหน่วยงาน จากนั้นทางส.ป.ก. จะแถลงข่าวเพื่อให้สังคมรับทราบข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้เกิดความกระจ่าง

“ผ่านมาได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างโปร่งใสที่สุด แต่การจะกล่าวอะไรจำเป็นต้องมีหลักฐานชัดเจน ดังนั้นจึงจะต้องตรวจสอบร่วมกับกรมป่าไม้อีกครั้ง สำหรับพื้นที่ที่ตรวจสอบแล้วพบว่า อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จะนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์มอบส.ป.ก. 4-01 ให้แก่ผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมาย หากว่าน.ส. ปารีณาจะยื่นขอรับการจัดสรรสิทธิ์ก็สามารถทำได้ แต่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินระดับจังหวัดต้องตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดว่า เข้าเกณฑ์ที่จะเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ส.ป.ก. ได้หรือไม่เป็นมาตรฐานเดียวกับราษฎรรายอื่นๆ” นายวิณะโรจน์ กล่าว

Leave a comment