ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/444926

LINE ประเทศไทย จัดเสวนา STOP ‘FAKE NEWS’ รู้เท่าทัน เพื่อป้องกัน หยุดวงจร ‘สร้างข่าวปลอม’
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัทในเครือไลน์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมมือกับ สำนักข่าวเอพี เครือข่ายข่าวระดับโลก เดินหน้าให้ความรู้การหยุดยั้งข่าวปลอม (Fake News) ในภูมิภาคต่างๆ เริ่มที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก จัดงานSTOP “FAKE NEWS” ข่าวจริงหรือข่าวปลอมคิดก่อนกด งานสัมมนาและเวิร์กช็อปที่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย แก้ปัญหาการแพร่กระจายของข่าวปลอมและข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้องโดยบริษัท LINE ประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผู้คร่ำหวอดในด้านสื่อสารมวลชน
งาน STOP “FAKE NEWS” ข่าวจริงหรือข่าวปลอม คิดก่อนกด จัดขึ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขอนแก่นจังหวัดขอนแก่น โดยมี ดร.สมศักดิ์ จังตระกุลผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธาน ร่วมด้วย วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์,อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ บรรณาธิการเว็บไซต์ 77 ข่าวเด็ด, ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กอล์ฟ-กิตติพัทธ์ชลารักษ์ จากรายการ “เทย เที่ยว ไทย” มาช่วยชี้เป้าให้ผู้ผลิตสื่อและผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะของข่าวปลอม และวิธีการแชร์ข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบ นำไปสู่วิธีการรับสื่อและค้นหาข้อมูลในโลกดิจิทัลได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอวิธีป้องกันและทางแก้ไขที่เหมาะสมเมื่อต้องเจอกับข่าวปลอมเข้าอย่างจัง ซึ่งได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ร่วมงาน ทั้งนักเรียน นักศึกษาคณาจารย์ และผู้ที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชนทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะจุดประกายให้ทุกคนในสังคมตื่นตัวกับการป้องกันการแพร่กระจายข่าวปลอม รู้จักความร้ายกาจ เข้าใจพฤติกรรม มีสติรับสาร และเท่าทันวิจารณญาณของตนเองให้ “คิดก่อนกด” ทุกครั้ง
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท LINE ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า ในขณะที่ไลน์มีช่องทาง LINE TODAY รวบรวมคอนเทนต์จากแหล่งน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลได้อย่างวางใจ แต่ขณะเดียวกันแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 44 ล้านคน ในระยะเวลาที่คิดเป็นหนึ่งในสามของการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนไทย มีการแชร์ข้อมูลนับพันล้านครั้งต่อวัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจเป็นช่องทางในการส่งต่อข่าวปลอมด้วยเช่นกัน ซึ่งเรารับรู้และเฝ้าติดตามถึงปัญหาสังคมที่เกิดจากข่าวปลอมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เริ่มวางแผนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ ประกอบกับ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัท ในเครือไลน์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีได้ประกาศแคมเปญเพื่อสังคมทั่วโลก ในชื่อ STOP “FAKE NEWS” โดยร่วมมือกับสำนักข่าวเอพี (The Associated Press-AP) เครือข่ายข่าวระดับโลก เดินหน้าให้ความรู้ในภูมิภาคต่างๆ เริ่มที่ไทยเป็นที่แรก จึงเป็นหน้าที่และภารกิจสำคัญของ LINE ประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนและเป็นผู้สร้างความตระหนักรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนทุกคน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงทั้งหลาย โดยเฉพาะกระตุ้นให้คิดอย่างรอบคอบ และข้อมูลนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ ต้องชัวร์ก่อนถึงจะแชร์ออกไปได้นำไปสู่การเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนนิเวศข้อมูลข่าวสารคุณภาพของประเทศ

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ซีอีโอ ไลน์ ประเทศไทย
ทั้งนี้ เวิร์กช็อป STOP “FAKE NEWS ชี้ให้ทุกคนเห็นว่าปัญหาข่าวปลอมในไทยเป็นเรื่องใหญ่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเห็นได้จากความพยายามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดตั้งศูนย์สกัดกั้นข่าวปลอม (เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์) ขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าวว่า ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการกระตุ้นให้สังคมมีจิตสำนึกและคิดวิเคราะห์ในการรับสาร และจำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรและประชาชน ซึ่งมีแผนในการใช้แพลตฟอร์ม LINE Official Account จัดตั้งกลุ่มเพื่อมอนิเตอร์ข่าวปลอมนั้น จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เสพข่าวจากการแชร์ข่าวปลอมออกไป เป็นการแชร์เนื้อหาว่าข่าวใดเป็นข่าวปลอม ทั้งยังช่วยสานต่อสู่การแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่กันในอนาคต
จากนั้นก็มาถึงการให้ความรู้ความเข้าใจปัญหาเฟคนิวส์ในระดับโลก ซึ่ง ทาแมร์ฟาคาฮานี Deputy Director Global News Coordination สำนักข่าวเอพี ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบร้ายแรงจากการสำรวจ พบครึ่งหนึ่งของผู้ทำแบบสอบถามพร้อมที่จะส่งต่อข้อมูลทันทีโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน รวมทั้งยังกระตุ้นให้สื่อคำนึงถึงจรรยาบรรณ ยึดมั่นและรับผิดชอบต่อวิชาชีพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วนด้วยวิธีต่างๆ อาทิ สืบค้นจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ หรือแม้แต่จากบุคคลเจ้าของเรื่องหรือที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอข่าวสารข้อมูลนั้นสู่สาธารณชน ส่วนสถานการณ์ในไทยนั้น กนกพร ประสิทธิ์ผลผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสื่อใหม่ ไทยพีบีเอส ได้ชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลของการสร้าง Fake News และลักษณะต่างๆ ของข่าวปลอม ข่าวปลอมมักถูกสร้างขึ้นจากคน 4 กลุ่ม1.นักเลงคีย์บอร์ด โพสต์เพื่อความสนุกส่วนตัวคึกคะนอง 2.กลุ่มหวังเงินจากการโฆษณา สร้างโพสต์หวังยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดคนติดตามเพิ่มขึ้น 3.กลุ่มสร้างความเกลียดชัง จึงสร้างข้อความดูหมิ่น ยุยงในทางลบ 4.กลุ่มหลอกลวง สร้างข้อมูลเท็จ เพื่อหลอกขายสินค้าหรือฉ้อโกง รวมถึงวิธีการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เช่น การสังเกตลักษณะเว็บไซต์เบื้องต้น จากชื่อ โลโก้โฆษณา ฟ้อนต์ เป็นต้น พร้อมกระตุ้นให้สังคมเกิดDigital Literacy อย่างจริงจังอีกด้วย
สำหรับการรับมือกับข่าวปลอมนั้น จำเป็นต้องเข้าไปแก้ที่ต้นเหตุ รู้เขารู้เราให้ได้เสียก่อน ซึ่ง Fake News จะมีอิทธิพลกับเราก็ต่อเมื่อตรงจริตหรือตรงกับชุดความเชื่อ
ของเราอยู่แล้ว ดังนั้น ทุกคนควรจะรู้เท่าทัน ปล่อยวางหรือวางตำแหน่งตัวเองเป็นบุคคลที่ 3 ของข่าวที่กำลังเสพ ก็จะทำให้เรารับมือกับข่าวปลอมนั้นได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งการมีบุคคลที่น่าเชื่อถือปรากฏอยู่ในข่าว ก็ไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจในทันที เพราะด้วยเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลง ตัดต่อ แต่งภาพและเนื้อหา ให้กลายเป็นอีกเรื่องได้ พร้อมสรุปถึงการยึดหลักการ SPOT ในการตรวจสอบนั่นคือแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ (Source) ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงความถูกต้อง (Profit) ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อเกินจริง (Over) และต้องถูกที่ถูกเวลา (Time & Place)