‘วังหิ่งห้อย’ชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งธาตุ’ไฟ’ ชมหิ่งห้อยระยิบระยับนับร้อยกลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/445153

'วังหิ่งห้อย'ชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งธาตุ'ไฟ' ชมหิ่งห้อยระยิบระยับนับร้อยกลางกรุง

‘วังหิ่งห้อย’ชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งธาตุ’ไฟ’ ชมหิ่งห้อยระยิบระยับนับร้อยกลางกรุง

วันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.57 น.

‘วังหิ่งห้อย ร้านอาหารไทยในสไตล์ Thai Inspired Cuisine ชวนเปิดความอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งธาตุไฟ “พราะไฟคือพลังแห่งชีวิต เปรียบดั่งแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหิ่งห้อย”ที่ “วังหิ่งห้อย” มีการจําลองระบบนิเวศ เพื่อให้คนเมืองได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีหิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ เชื่อมโยงความเป็นเมือง ป่า คนเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ธาตุแห่งชีวิต’ ได้แก่ ดิน น้ํา ลม ไฟ ที่จะสื่อออกมาผ่านทุกความรู้สึก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

‘วังหิ่งห้อย’ ใช้พื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. จำลองระบบนิเวศและความสมบูรณ์ของป่ามาไว้ในเมือง เพื่อให้คนเมืองมีโอกาสใกล้ชิดกับป่า จึงเลือกใช้โครงสร้างเหล็กและการออกแบบตกแต่งอาคารที่สะท้อนความเป็นเมือง รวมไปถึงการสร้างความสมบูรณ์แบบของระบบนิเวศแบบปิด ซึ่งเป็นตู้กระจกขนาดใหญ่ที่จำลองระบบนิเวศ สำหรับผู้มาเยือน การได้รับชมแสงระยิบระยับของแมลงขนาดจิ๋วที่แทบไม่เคยพบเห็นได้ในเขตเมือง

 

 

วังหิ่งห้อยพร้อมเชิญชวน ให้คุณมาสัมผัสความอร่อยในธีมไฟ  ที่จะสร้างความตื่นตากับสุดยอดบรรดาอาหารและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากความเร่าร้อนของธาตุไฟ ซึ่งถูกตีความใหม่พร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกกระบวนการประกอบอาหาร ออกมาเป็นอาหารที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณให้ตื่นตัวแม้ยามค่ำคืน ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย พร้อมด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรพิเศษและครีเอทเมนูโดย เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์, เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ และเชฟอ้น-สุวิจักขณ์ แก้วสิริมงคล ซึ่งคอร์สเมนูในธีมไฟนี้ มีชื่อว่า Spirit of Fire และจำกัดเพียง 40 ที่นั่งต่อวัน ราคาท่านละ 2,890++ บาท (จับคู่กับค็อกเทล +550 บาท)

 

 

เริ่มเปิดความร้อนแรงกันด้วย ชนวน (Ignite) Amuse Bouche ตัวแรกที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของความร้อนแรง และเสน่ห์หาในธีมไฟ เป็นการเตรียมความพร้อมและปรับสมดุลร่างกายก่อนที่จะพบกับคอร์สถัดไป ปลุก (Awake) เมนูที่ทำมาจากหอยนางรมสดที่จะช่วยปลุกความร้อนแรง และมอบพลังงานสำหรับค่ำคืนนี้ เถ้าถ่าน (Ashes) ได้แรงบันดาลใจจากยำปลาสลิด โดยเชฟได้นำน้ำยำมาทำให้เป็นวุ้น ผสมเข้ากับรสของถ่าน เปรียบเสมือนการนำปลาแห้งมาย่างบนเตาถ่านที่ให้กลิ่นและรสชาติอันเย้ายวน อาบแดด (Sunbath) เนื้อหมักไซส์ A5 เซียร์บนหินร้อน แล้วจึงราดตามด้วยซอสลาวครบรส แสงเหนือ (Aurora) เป็นการผสมผสานกันระหว่างอาหารเรียบง่ายอย่างต้มจับฉ่ายกับวัตถุดิบใหม่ๆ พลุ (Firework) การจุดพลุในช่วงเทศกาล คือ แรงบันดาลใจของคอร์สนี้ แถมยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการพาย้อนกลับไปวัยเด็ก ด้วยสลัดผลไม้เคลือบ Pop Rock ที่ป๊อปในปาก และตกแต่งจานด้วยครีมซอสที่รสชาติที่ต่างกันออกไป โลกันต์ (Inferno) คอร์สที่รวบรวมความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศไทย ในรูปแบบของผัดฉ่า ด้วยปลาคังเนื้อแน่น เสิร์ฟพร้อมโฟมผัดฉ่า พริกไทยแดง ตัดด้วยริซอตโตครีมยี่หร่า พลุ่งพล่าน (Burst) เมนคอร์สที่ยกระดับแกงเทโพอันแสนจะเผ็ดร้อนให้มีรสละมุนมากยิ่งขึ้น เดือดดาล (Rage) ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก ซึ่งส่วนผสมจากสมุนไพรของโครงการหลวง ตบท้ายด้วย ไอซ์ลาวา (Ice Lava) ไอศกรีมข้าวหมักเปียกลำไย คลายความสงบหลังจากผ่านความเร่าร้อนมาทั้งเซตให้เย็นลง และ อาทิตย์อุทัย (Rising Sun) บิงซูนมสดท๊อปด้วยเฉาก๊วย โรยตามมาด้วยไอซิ่งกลิ่นกุหลาบ ได้แรงบันดาลใจมาจากการชมซากุระ และทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ พร้อมมอบความสดชื่นเป็นการปิดฉากธีมไฟไปพร้อมๆ กับพระอาทิตย์ตกดิน

 

เถ้าถ่าน (Ashes)

 

ปะทุ (Erupt)

 

แผดเผา 

 

โลกัญจ์ (Inferno)

 

อาทิตย์อุทัย (Rising Sun)

 

ชนวน  (Ignite)

 

เดือดดาล (Rage)

 

ไม่แพ้กัน ส่วนของเครื่องดื่มก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายเรื่องราวความเชื่อแบบไทยๆ ที่ทุกแก้วล้วนมีเซอร์ไพร์สให้คุณต้องหลงใหลไปกับรสชาติและการนำเสนอที่ครีเอทีฟสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น สุมไฟ (Sum Fai) มะพร้าวน้ำหอมจากบ้านแพ้ว สมุทรสาคร หวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมชื่นใจ ผสมผสานกับน้ำสับปะรดภูแลเชียงราย รสหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกถึงการดื่มด่ำบนชายหาด แผดเผา (Phaet Phao) พริกหัวเรืออีปาดจากศรีสะเกษที่มีความเผ็ดร้อนแรง นำมาตากแห้ง และเกลือสินเธาว์ มิกซ์ด้วยมะเขือเทศสดจากโครงการหลวง ร้อนรุ่ม (Ron Room) มีส่วนผสมของว่านพระอาทิตย์ที่มีสรรพคุณบำรุงและเสริมสมรรถภาพ กระตุ้นให้เลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงกระเจี๊ยบ และน้ำผึ้งจากโครงการหลวง รมควัน (Rom Khwan) น้ำส้มสีทองจากน่าน รวงผึ้ง และพีชจากโครงการหลวง และเพลิงนาง (Phloeng Nang) น้ำสับปะรดภูแลเชียงรายผสมผสานกับบีทรูทจากโครงการหลวง

 

 

นอกจากนี้ ยังมี Lighting Installation Art นิทรรศการศิลปะการติดตั้งไฟที่มีแสง สี และเสียง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน โดยทีม Artist อย่าง We Wide Wave และคุณ Alizz Vichchou Curator ชื่อดัง ทั้งสองทีมได้รับโจทย์คือ ต้องสะท้อนและแสดงถึงความเป็นธาตุไฟที่ท้าทายกว่าเดิม แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ในแบบฉบับของวังหิ่งห้อย โดยทีม Artist ตีความภายใต้แนวคิดของธาตุไฟว่า แสง หมายถึง แรงผลักดันทั้งทางจิตใจและร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดแรงขับเคลื่อนและพลังงาน แสงถูกนำมาเปรียบเทียบดังตัวกระตุ้น ซึ่งกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีชีวิตชีวา พลังของไฟส่งผ่านแสง ความร้อน และความอบอุ่น หรือแม้กระทั่งควันที่เกิดจากการเผาไหม้จากดวงอาทิตย์ไปสู่สิ่งอื่นๆ รวมไปถึงลาวา ซึ่งเกิดจากการหลอมรวมภายในจิตสำนึก ในขณะที่การปะทุของลาวาเป็นที่มาของดินแดนใหม่ ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของศิลปินที่จะนำเสนอต้นกำเนิดของชีวิต ความสมดุล และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังสื่อสารพลังงานผ่านแสงและสีที่ติดตั้งอยู่ในส่วนของกำแพงดิน, Coro bar รวมไปถึงการตกแต่งภายในร้าน เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้ครบทุกสัมผัสของประสบการณ์แห่งธาตุไฟ และที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ วังหิ่งห้อยได้รับการการันตีรางวัลจาก A.A.Taste Award, Hong Kong 2018 ในเมนูขนมหวาน ‘The Fallen Angel’ อีกด้วย

 

 

สำหรับใครที่อยากมาลองเปิดประสบการณ์แสนพิเศษ และร่วมส่งท้ายธีมไฟ ธีมสุดท้ายของซีรีส์ 4 Elements กับร้านอาหาร “วังหิ่งห้อย” ร้านอยู่บริเวณสนามกอล์ฟ RCA บนถนนกำแพงเพชร 7 หรือจะนั่ง MRT ลงสถานีเพชรบุรี แล้วต่อรถมายังร้านได้เช่นกัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.30-00.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 091-979-6226 เว็บไซต์: www.wanghinghoi.com และ Facebook: WangHingHoi

Leave a comment