ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/445153

‘วังหิ่งห้อย’ชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งธาตุ’ไฟ’ ชมหิ่งห้อยระยิบระยับนับร้อยกลางกรุง
‘วังหิ่งห้อย ร้านอาหารไทยในสไตล์ Thai Inspired Cuisine ชวนเปิดความอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งธาตุไฟ “พราะไฟคือพลังแห่งชีวิต เปรียบดั่งแสงสว่างที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหิ่งห้อย”ที่ “วังหิ่งห้อย” มีการจําลองระบบนิเวศ เพื่อให้คนเมืองได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีหิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ เชื่อมโยงความเป็นเมือง ป่า คนเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ธาตุแห่งชีวิต’ ได้แก่ ดิน น้ํา ลม ไฟ ที่จะสื่อออกมาผ่านทุกความรู้สึก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
‘วังหิ่งห้อย’ ใช้พื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. จำลองระบบนิเวศและความสมบูรณ์ของป่ามาไว้ในเมือง เพื่อให้คนเมืองมีโอกาสใกล้ชิดกับป่า จึงเลือกใช้โครงสร้างเหล็กและการออกแบบตกแต่งอาคารที่สะท้อนความเป็นเมือง รวมไปถึงการสร้างความสมบูรณ์แบบของระบบนิเวศแบบปิด ซึ่งเป็นตู้กระจกขนาดใหญ่ที่จำลองระบบนิเวศ สำหรับผู้มาเยือน การได้รับชมแสงระยิบระยับของแมลงขนาดจิ๋วที่แทบไม่เคยพบเห็นได้ในเขตเมือง

วังหิ่งห้อยพร้อมเชิญชวน ให้คุณมาสัมผัสความอร่อยในธีมไฟ ที่จะสร้างความตื่นตากับสุดยอดบรรดาอาหารและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากความเร่าร้อนของธาตุไฟ ซึ่งถูกตีความใหม่พร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกกระบวนการประกอบอาหาร ออกมาเป็นอาหารที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณให้ตื่นตัวแม้ยามค่ำคืน ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย พร้อมด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรพิเศษและครีเอทเมนูโดย เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์, เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ และเชฟอ้น-สุวิจักขณ์ แก้วสิริมงคล ซึ่งคอร์สเมนูในธีมไฟนี้ มีชื่อว่า Spirit of Fire และจำกัดเพียง 40 ที่นั่งต่อวัน ราคาท่านละ 2,890++ บาท (จับคู่กับค็อกเทล +550 บาท)

เริ่มเปิดความร้อนแรงกันด้วย ชนวน (Ignite) Amuse Bouche ตัวแรกที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของความร้อนแรง และเสน่ห์หาในธีมไฟ เป็นการเตรียมความพร้อมและปรับสมดุลร่างกายก่อนที่จะพบกับคอร์สถัดไป ปลุก (Awake) เมนูที่ทำมาจากหอยนางรมสดที่จะช่วยปลุกความร้อนแรง และมอบพลังงานสำหรับค่ำคืนนี้ เถ้าถ่าน (Ashes) ได้แรงบันดาลใจจากยำปลาสลิด โดยเชฟได้นำน้ำยำมาทำให้เป็นวุ้น ผสมเข้ากับรสของถ่าน เปรียบเสมือนการนำปลาแห้งมาย่างบนเตาถ่านที่ให้กลิ่นและรสชาติอันเย้ายวน อาบแดด (Sunbath) เนื้อหมักไซส์ A5 เซียร์บนหินร้อน แล้วจึงราดตามด้วยซอสลาวครบรส แสงเหนือ (Aurora) เป็นการผสมผสานกันระหว่างอาหารเรียบง่ายอย่างต้มจับฉ่ายกับวัตถุดิบใหม่ๆ พลุ (Firework) การจุดพลุในช่วงเทศกาล คือ แรงบันดาลใจของคอร์สนี้ แถมยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการพาย้อนกลับไปวัยเด็ก ด้วยสลัดผลไม้เคลือบ Pop Rock ที่ป๊อปในปาก และตกแต่งจานด้วยครีมซอสที่รสชาติที่ต่างกันออกไป โลกันต์ (Inferno) คอร์สที่รวบรวมความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศไทย ในรูปแบบของผัดฉ่า ด้วยปลาคังเนื้อแน่น เสิร์ฟพร้อมโฟมผัดฉ่า พริกไทยแดง ตัดด้วยริซอตโตครีมยี่หร่า พลุ่งพล่าน (Burst) เมนคอร์สที่ยกระดับแกงเทโพอันแสนจะเผ็ดร้อนให้มีรสละมุนมากยิ่งขึ้น เดือดดาล (Rage) ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก ซึ่งส่วนผสมจากสมุนไพรของโครงการหลวง ตบท้ายด้วย ไอซ์ลาวา (Ice Lava) ไอศกรีมข้าวหมักเปียกลำไย คลายความสงบหลังจากผ่านความเร่าร้อนมาทั้งเซตให้เย็นลง และ อาทิตย์อุทัย (Rising Sun) บิงซูนมสดท๊อปด้วยเฉาก๊วย โรยตามมาด้วยไอซิ่งกลิ่นกุหลาบ ได้แรงบันดาลใจมาจากการชมซากุระ และทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ พร้อมมอบความสดชื่นเป็นการปิดฉากธีมไฟไปพร้อมๆ กับพระอาทิตย์ตกดิน
.jpg)
เถ้าถ่าน (Ashes)
(1).jpg)
ปะทุ (Erupt)

แผดเผา
.jpg)
โลกัญจ์ (Inferno)
.jpg)
อาทิตย์อุทัย (Rising Sun)
.jpg)
ชนวน (Ignite)
.jpg)
เดือดดาล (Rage)
ไม่แพ้กัน ส่วนของเครื่องดื่มก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายเรื่องราวความเชื่อแบบไทยๆ ที่ทุกแก้วล้วนมีเซอร์ไพร์สให้คุณต้องหลงใหลไปกับรสชาติและการนำเสนอที่ครีเอทีฟสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น สุมไฟ (Sum Fai) มะพร้าวน้ำหอมจากบ้านแพ้ว สมุทรสาคร หวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมชื่นใจ ผสมผสานกับน้ำสับปะรดภูแลเชียงราย รสหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกถึงการดื่มด่ำบนชายหาด แผดเผา (Phaet Phao) พริกหัวเรืออีปาดจากศรีสะเกษที่มีความเผ็ดร้อนแรง นำมาตากแห้ง และเกลือสินเธาว์ มิกซ์ด้วยมะเขือเทศสดจากโครงการหลวง ร้อนรุ่ม (Ron Room) มีส่วนผสมของว่านพระอาทิตย์ที่มีสรรพคุณบำรุงและเสริมสมรรถภาพ กระตุ้นให้เลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงกระเจี๊ยบ และน้ำผึ้งจากโครงการหลวง รมควัน (Rom Khwan) น้ำส้มสีทองจากน่าน รวงผึ้ง และพีชจากโครงการหลวง และเพลิงนาง (Phloeng Nang) น้ำสับปะรดภูแลเชียงรายผสมผสานกับบีทรูทจากโครงการหลวง

นอกจากนี้ ยังมี Lighting Installation Art นิทรรศการศิลปะการติดตั้งไฟที่มีแสง สี และเสียง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน โดยทีม Artist อย่าง We Wide Wave และคุณ Alizz Vichchou Curator ชื่อดัง ทั้งสองทีมได้รับโจทย์คือ ต้องสะท้อนและแสดงถึงความเป็นธาตุไฟที่ท้าทายกว่าเดิม แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ในแบบฉบับของวังหิ่งห้อย โดยทีม Artist ตีความภายใต้แนวคิดของธาตุไฟว่า แสง หมายถึง แรงผลักดันทั้งทางจิตใจและร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดแรงขับเคลื่อนและพลังงาน แสงถูกนำมาเปรียบเทียบดังตัวกระตุ้น ซึ่งกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีชีวิตชีวา พลังของไฟส่งผ่านแสง ความร้อน และความอบอุ่น หรือแม้กระทั่งควันที่เกิดจากการเผาไหม้จากดวงอาทิตย์ไปสู่สิ่งอื่นๆ รวมไปถึงลาวา ซึ่งเกิดจากการหลอมรวมภายในจิตสำนึก ในขณะที่การปะทุของลาวาเป็นที่มาของดินแดนใหม่ ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของศิลปินที่จะนำเสนอต้นกำเนิดของชีวิต ความสมดุล และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังสื่อสารพลังงานผ่านแสงและสีที่ติดตั้งอยู่ในส่วนของกำแพงดิน, Coro bar รวมไปถึงการตกแต่งภายในร้าน เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้ครบทุกสัมผัสของประสบการณ์แห่งธาตุไฟ และที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ วังหิ่งห้อยได้รับการการันตีรางวัลจาก A.A.Taste Award, Hong Kong 2018 ในเมนูขนมหวาน ‘The Fallen Angel’ อีกด้วย

สำหรับใครที่อยากมาลองเปิดประสบการณ์แสนพิเศษ และร่วมส่งท้ายธีมไฟ ธีมสุดท้ายของซีรีส์ 4 Elements กับร้านอาหาร “วังหิ่งห้อย” ร้านอยู่บริเวณสนามกอล์ฟ RCA บนถนนกำแพงเพชร 7 หรือจะนั่ง MRT ลงสถานีเพชรบุรี แล้วต่อรถมายังร้านได้เช่นกัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.30-00.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 091-979-6226 เว็บไซต์: www.wanghinghoi.com และ Facebook: WangHingHoi
