ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/457022
x
โรคใบร่วงยางพาราลาม3.6แสนไร่ เกษตรกรนราธิวาส-ตรังสูญรายได้253ล.
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคใบร่วงในยางพารา ในพื้นที่ปลูกยางพาราภาคใต้ตอนล่างของประเทศ ว่า การยางแห่งประเทศไทยชี้แจงอาการที่ปรากฏบนใบยางพารา เป็นอาการใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของน้ำยาง ทำให้ผลผลิตลดลงกว่าร้อยละ 30- 0 ส่วนใหญ่พบในพันธุ์ยาง RRIM 600 พันธุ์ RRIT 251 และพันธุ์ PB 311 จากสถานการณ์ดังกล่าว สศก. โดยสศก.ที่ 9 จ.สงขลาลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ พบว่า ขณะนี้มีการระบาดของโรคดังกล่าว ในจ.นราธิวาส และตรัง รวม 365,883 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 17 ของเนื้อที่กรีดได้ (ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562) แบ่งเป็น จ.นราธิวาส 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยี่งอ รือเสาะ เจาะไอร้อง จะแนะ สุคิริน แว้ง ระแงะ สุไหงปาดี สุไหงโก-ลก ศรีสาคร และตากใบ รวมพื้นที่ 365,483 ไร่ ส่วนจ.ตรัง พบการระบาดเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองตรัง รวม 400 ไร่
หากวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดในยางพาราของจ.นราธิวาส และตรัง พบว่า จำนวนพื้นที่ระบาด 365,883 ไร่ ของทั้ง 2 จังหวัด จะคิดเป็นปริมาณผลผลิตทั้งปี รวม 93,305 ตัน ซึ่งหากผลผลิตลดลง ร้อยละ 30 – 50 ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2562 ส่งผลให้เกษตรกรเสียรายได้ภาพรวม คิดเป็นมูลค่า 253 – 423 ล้านบาทหรือ เฉลี่ยเดือนละ 126 – 211 ล้านบาท หากไม่สามารถควบคุมป้องกันการระบาดของโรคได้ จะทำให้ผลผลิตของ 2 จังหวัด ได้รับผลกระทบจากผลผลิตลดลงทั้งปี 2563 ประมาณ27,991 – 46,652 ตัน และอาจส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ในภาพรวม คิดเป็นมูลค่า 1,255 – 2,093 ล้านบาทต่อปี หรือ เฉลี่ยเดือนละ 104 – 174 ล้านบาท
เลขาธิการ สศก.กล่าวด้วยว่า การเฝ้าระวังควบคุมการระบาดเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ กยท.และกรมวิชาการ นำร่องทดสอบใช้โดรนพ่นสารกำจัดเชื้อรายับยั้งการ
แพร่กระจาย แต่เนื่องจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. แพร่ระบาดโดยลมและฝน จึงยากต่อการป้องกันควบคุม ดังนั้น ขอให้เกษตรกรระวังหรืองดเคลื่อนย้ายวัสดุปลูกและใบยางพาราโดยเฉพาะจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ไปสู่พื้นที่อื่น และสำหรับต้นยางพาราที่พบว่าเป็นโรคใบร่วงรุนแรง ให้เกษตรกรใช้สารเคมีโดยวิธีฉีดพ่นลงดินด้วยสาร thiophanatemethyl และพ่นทรงพุ่มยางด้วยสาร benomyl, hexaconazole, thiophanatemethyl, triadimefon และ difenoconazole เพื่อกำจัดเชื้อ รวมทั้งบริหารจัดการพื้นที่ป้องกันการระบาดเพิ่ม โดยกันพื้นที่เป็นแนวป้องกัน (Buffer Zone) ทั้งนี้ เกษตรกรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย ในจังหวัดที่ท่านทำสวนยางอยู่