ราดหน้าอาเสี่ยตลาดนํ้าคลองลัดมะยม‘ผมทำเพราะไม่ต้องการเห็นลูกน้องอดและหิว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/446742

ราดหน้าอาเสี่ยตลาดนํ้าคลองลัดมะยม‘ผมทำเพราะไม่ต้องการเห็นลูกน้องอดและหิว’

วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ชีวิตผมมันผกผันจนกลายเป็นเรื่องน่าตลก แต่เป็นเรื่องตลกที่ฟังแล้วต้องร้องไห้ จากเจ้าของธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หรูจากยุโรปมูลค่าหลายพันล้านบาท กลับกลายมาเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะถูกพี่น้องจากท้องแม่เดียวกันหักหลัง ผมผิดที่ผมไว้ใจพี่น้องมากเกินไป ไว้ใจจนไม่เคยคิดว่าพี่น้องจะทำกับผมได้ถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่ผมให้การเลี้ยงดูพวกเขามาตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก แม้ชีวิตผมจะตกต่ำ แต่ผมก็จำเป็นต้องสู้ สู้เพื่อให้สังคมรับรู้ว่าผมไม่เคยยอมแพ้ แม้ชะตาชีวิตมันจะเล่นตลกกับผมผมต้องหันไปทำราดหน้า เพราะผมไม่สามารถปล่อยให้ลูกน้องของผมอดอยากไม่มีข้าวกิน และผมต้องการให้ลูกน้องมีอาชีพติดตัวหลังจากไม่ได้ทำงานกับผม

แนวหน้าวาไรตี้ สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยพาคุณไปสนทนากับ นักธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หรูหราจากอิตาลี มูลค่าธุรกิจหลายพันล้านบาท คุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญ ที่ปัจจุบันผันตัวเองไปเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า แต่เป็นราดหน้าที่หลายคนบอกตรงกันว่าอร่อยมากเสียจนต้องกลับไปรับประทานซ้ำ

l ก่อนจะมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ที่ได้รับการยกย่องว่า “ราดหน้าพันล้าน” ที่คลองลัดมะยม คุณสมชายทำธุรกิจอะไรมาก่อนครับ

ผมทำเฟอร์นิเจอร์มาก่อนครับ เพราะผมเห็นคุณพ่อทำมาตั้งแต่เด็กๆ ผมก็จดจำมาครับ แต่พ่อทำเฟอร์นิเจอร์พื้นๆ ตามยุคสมัยโบราณ คือซื้อเฟอร์นิเจอร์มาแล้วมาตกแต่งทาสีแล้วขายต่อ แต่สิ่งที่ทำให้ผมมีชื่อเสียงในครั้งนั้นคือ ผมทำเฟอร์นิเจอร์ด้วยไฟเบอร์กลาสกันน้ำ ผมทำเป็นรายแรกของประเทศไทย และในย่านเอเชียด้วยนะครับ เฟอร์นิเจอร์เครื่องครัวกันน้ำที่ผมผลิตนั้นมีชื่อเสียงมากในช่วงปี 2525 ในช่วงนั้นก็ผ่านมาประมาณเกือบ 40 ปีแล้ว และเป็นเวลาที่ผมเดินทางไปดูตลาดในต่างประเทศบ่อยมาก ไปทั้งยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา จากนั้นผมก็เริ่มขยายธุรกิจด้วยการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หรูสไตล์หลุยส์จากอิตาลี ผมทำธุรกิจด้านนี้มาระยะหนึ่ง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่า ผมมีจุดอ่อนด้านการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ เวลาผมไปยุโรปตะวันตกเพื่อดูงานไปดูสินค้า ผมก็ต้องใช้ล่ามช่วยแปลภาษา ดังนั้นผมจึงตัดสินใจส่งภรรยาไปเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศออสเตรเลีย ผมต้องตัดสินใจเช่นนั้น เพราะอยากให้เราทำธุรกิจได้ราบรื่น ผมส่งภรรยาไปเรียนทั้งๆ ที่ช่วงนั้นลูกสาวคนที่สามของผมเพิ่งอายุแค่ 3 เดือนเท่านั้นเมื่อภรรยาไปเรียน ผมก็ต้องเลี้ยงดูลูกสาวเอง แล้วก็ต้องบริหารโรงงานไปด้วย แล้วผมก็ต้องดูแลพ่อแม่และพี่น้องด้วย ผมรักพี่รักน้องมาก ผมให้พวกเขาทุกอย่างให้มากกว่าลูกและภรรยาของผมด้วยซ้ำไป หลังจากภรรยาผมกลับมาจากออสเตรเลีย ผมเริ่มเน้นการทำธุรกิจกับต่างประเทศมากขึ้น เราเริ่มไปดูงานดูตลาดที่เยอรมนี แล้วเราก็สั่งสินค้าจากเยอรมนีเข้ามาขายในประเทศไทย จากนั้นเราก็ได้ supplier จากเยอรมนี อิตาลี สเปน ในยุคนั้นเมืองไทยเศรษฐกิจดีมาก ยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ค้าขายอะไรก็ดีไปหมด

ช่วงนั้นผมตัดสินใจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์สไตล์หลุยส์จากอิตาลี เมื่อเศรษฐกิจดี ผมก็ขยายกิจการของบริษัทให้ใหญ่โตมากขึ้น บริษัทมีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักของสังคมอย่างแพร่หลาย จากร้านเพชรเกษมเครื่องเรือนในปี 2523ก็เติบโตเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรเกษมเครื่องเรือนในปี 2526ต่อมาในปี 2534 ก็ตั้งบริษัทสตาร์มาร์คแมนู เมื่อตั้งบริษัทแล้วพี่น้องของผมก็มาขอเข้าหุ้นด้วย เริ่มจากพี่ชายที่เคยทำอู่ซ่อมรถยนต์ ผมก็ขยายธุรกิจไปตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร บนพื้นที่ 8 ไร่ ในยุคนั้นบริษัทของผมมีรายได้ดีมาก เราทำธุรกิจโดยไม่ต้องกู้เงินจากธนาคาร เพราะธุรกิจมีความเจริญเติบโตดีมากหลังสร้างโรงงานเสร็จเรียบร้อย ผมก็สร้างบ้านสี่หลัง โดยให้บ้านแต่ละหลังกับพี่น้อง บ้านทุกหลังอยู่ในรั้วเดียวกัน ผมใส่ชื่อพี่น้องของผมให้เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านด้วย ต่อมาในปี 2546-2547 ผมแบ่งหุ้นส่วนของบริษัทให้กับพี่น้องคนละ 25 เปอร์เซ็นต์ ผมให้พี่น้องโดยไม่ได้ซื้อขาย คือผมให้กับพวกเขาโดยเขาไม่ต้องจ่ายเงินให้ผมแม้แต่บาทเดียว แต่สุดท้ายผมถูกพวกเขาหักหลังผมแล้วไล่ลูกไล่ภรรยาผมและไล่ผมออกจากธุรกิจที่ผมได้ก่อสร้างขึ้นมา พวกเขาอ้างว่าผมทำธุรกิจนี้สืบต่อมาจากคุณพ่อ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เพราะคุณพ่อผมไม่ได้ทำโรงงาน คุณพ่อเป็นช่างฝีมือที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้มาจากบางโพ แล้วนำมาทาสีแล้วขายต่อ คุณพ่อไม่ได้ทำโรงงานไว้ให้ผม ผมคือคนที่ทำโรงงานเป็นคนแรก ตอนสมัยเด็กๆ ครอบครัวของผมค่อนข้างยากจน ผมมีพี่น้อง 8 คนผมเป็นพี่คนโต ผมเรียนหนังสือน้อย เพราะพ่อมีเงินไม่พอส่งลูกทุกคน ผมจึงต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ม.1เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนต่อ พ่อผมเปิดร้านชื่อ เตียเอ็กเซ้งเฟอร์นิเจอร์ เมื่อปี 2510 เราต้องปิดร้านของพ่อเมื่อปี 2524 เพราะพ่อป่วยเป็นอัมพาต จากนั้นผมจึงทำร้านเพชรเกษมเครื่องเรือน ผมยืนยันได้ว่าผมทำธุรกิจเครื่องเรือนมาตั้งแต่แรก โดยสืบต่อจากพ่อ ส่วนพี่น้องของผมไม่ได้ร่วมเปิดธุรกิจกับผม แล้วต่อมาผมก็เปิดกิจการชื่อสตาร์มาร์คแมนู ตั้งแต่ปี 2534

l ทำไมเกิดเหตุขัดแย้งอย่างรุนแรงในหมู่พี่น้องของคุณสมชาย จนทำให้คุณสมชายและครอบครัวถูกไล่ออกจากบริษัท ทั้งๆ ที่คุณสมชายให้ความช่วยเหลือพี่น้องมาโดยตลอด

ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดมาจากน้องชายผมต้องการนำบริษัทของผมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เขาให้เหตุผลว่าเมื่อกิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วเราทุกคนจะดีขึ้น จะมีเงินทุนมากขึ้น และทุกคนจะได้ผลตอบแทนมากขึ้นธุรกิจจะเติบโตก้าวหน้า เขาเกลี้ยกล่อมลูกสาวผมให้ลูกสาวมาบอกผมว่าเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วดีอย่างไร ผมเองไม่มีความรู้ในเรื่องตลาดหลักทรัพย์ แต่ผมไว้ใจน้องชาย เพราะผมเลี้ยงดูเขามา ให้การศึกษากับเขา ส่งเขาเรียนต่อต่างประเทศด้วย ผมไม่คิดว่าเขาจะหักหลังผม จนกระทั่ง 30 เมษายน 2558 มีการประชุมกันเพื่อเจรจาในเรื่องนี้ ผมมีหลักฐานเป็นเสียง และซีดีที่อัดไว้โดยคุณปรีชา (พี่ชายของผม) การประชุมกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่สิ่งหนึ่งที่น้องชายผมบอกในวันนั้นคือ ผมไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ ผมต้องไปอบรมภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และขอให้ผมลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท เพราะหากไม่มีความรู้ ผมอาจจะต้องเสี่ยงกับคุกตะราง เพราะต้องมีการกู้เงินจำนวนมากมาทำธุรกิจ จากนั้นก็ให้แต่ละครอบครัว คือสี่ครอบครัวที่เป็นพี่น้องผู้ชายถือหุ้นรายละ 25 เปอร์เซ็นต์ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่ามีการทำให้พวกเขากลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ เป็นเสียงข้างมาก จากนั้นไม่นานลูกสาวของผมพบว่ามีความไม่ปกติในบัญชีบริษัท เมื่อลูกสาวผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมา พวกเขาก็ไล่ลูกสาวผมออกจากบริษัท โดยอ้างว่าลูกสาวผมไม่มีความสามารถในการทำหน้าที่ แล้วสุดท้ายผมและภรรยา รวมถึงลูกชายผมก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ผมตั้งขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ซึ่งผมมองว่าพวกเขาอกตัญญูกับผมมาก จนสุดท้ายต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน หลายคดียังอยู่บนศาล แต่บางคดีผมได้รับการตัดสินว่าเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความไม่ซื่อสัตย์จากพี่น้อง ศาลตัดสินว่าผมถูกฉ้อโกง ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกผู้กระทำผิดโดยให้ถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ศาลเห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อหวังในทรัพย์ของผม

l เรื่องความบาดหมางในครอบครัวคุณสมชายนับเป็นอุทาหรณ์อย่างดีสำหรับพี่น้องที่ทำธุรกิจด้วยกันนะครับ ซึ่งก็ต้องรอดูคำพิพากษาในทุกคดี แต่สิ่งที่ผมอยากจะชวนคุณสมชายคุยต่อคือ เรื่องราดหน้าพันล้านที่คลองลัดมะยม ที่ใช้ชื่อว่าราดหน้านายเอ็กจือ มีการกล่าวถึงในสาธารณชนว่าอร่อยมาก และที่สำคัญคือไม่ได้เปิดขายทุกวัน ขอถามว่าอะไรคือเคล็ดลับความอร่อยของราดหน้าของคุณสมชายแล้วทำไมไม่เปิดขายทุกวันครับ

ผมก็ไม่รู้หรอกว่าราดหน้าที่ผมทำนั้นมีคนชื่นชมมากมาย แต่ผมรู้แค่เพียงว่า ผมชอบรับประทานราดหน้า ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว อาจเป็นเพราะเวลารับประทานราดหน้าในสมัยที่ผมยังยากจนนั้น เป็นความประทับใจของผม และอีกอย่างหนึ่งผมเป็นคนที่ชอบทำครัว ผมทำครัวมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก คือช่วยแม่ทำครัว ผมเปิดร้านราดหน้ามาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมปีนี้ อย่างแรกก็คือ เปิดเพราะต้องการให้ลูกน้องของผมที่ถูกไล่ออกจากงานมีอาหารรับประทาน และอยากให้เขามีอาชีพติดตัวร้านราดหน้าของผมเปิดขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่ได้ขายทุกวันเพราะผมไม่มีเวลาครับอันที่จริงตอนที่จะเปิดร้านขายราดหน้านั้น คนในครอบครัวของผมไม่มีใครสนับสนุนเลย เพราะเขารู้ว่าการขายอาหารนั้นเป็นงานที่เหนื่อยมาก และไม่มีวันหยุดด้วย ต้องขายทุกวัน เพราะหากหยุดขาย คนกินก็จะหายไปแต่อาศัยที่ผมตั้งใจแล้วว่าต้องเปิด ก็จึงเดินหน้าต่อลูกและภรรยาผมคัดค้านเพราะเขาไม่ต้องการให้ผมทำงานหนักมาก เนื่องจากสุขภาพของผมก็ไม่ค่อยอำนวยมากนักแรกๆ ผมเปิดร้านร่วมกับคนงานเก่า 2-3 คน โดยไม่อยากให้คนที่บ้านของผมเข้ามารับรู้ เพราะเกรงว่าเขาจะไม่สบายใจ แต่เมื่อร้านขายดี ภรรยาผมก็มาช่วยดูแลร้านด้วย ทั้งๆ ที่เขาไม่ชอบการทำร้านอาหารเลย เพราะเขารู้ดีว่ามันเหนื่อยยากมาก ร้านราดหน้าของผมนั้นในช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้เน้นขาย แต่เน้นเปิดเพื่อแจกในงานสำคัญๆ เช่น งานบุญงานกุศลมากกว่า

l คุณสมชายมองว่าอะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้คนพูดถึงราดหน้าของคุณอย่างมากมายอาจจะมากกว่าเรื่องบริษัทเฟอร์นิเจอร์ของคุณสมชายเสียด้วยซ้ำไป

ผมคิดว่ารสชาติของราดหน้าของผมครับผมชอบคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนกินติดใจในรสชาติที่อร่อยผมเชื่อว่ารสชาติของอาหารมันอยู่ที่ลิ้นของคนรับประทานแต่ผมก็พยายามศึกษาไปเรื่อยๆ เช่น ศึกษาเรื่องเครื่องเทศที่จะช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น ผมว่าการทำอาหารก็เหมือนกับงานสถาปนิก คือต้องค้นคว้า ต้องเลือกสรร ต้องรู้จักใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ มีความสดและใหม่ แล้วก็นำวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาผสมกันให้ลงตัวมากที่สุด ทำให้มีรสชาติดี สะอาด น่ารับประทาน และผมก็ต้องขอบคุณกำลังใจจากผู้ที่ไปรับประทานราดหน้าของผม หลายคนให้กำลังใจผมเป็นอย่างดี

l คุณสมชายอยากจะฝากบอกอะไรกับคนไทยอีกมากมายที่กำลังเผชิญกับปัญหา บางคนเผชิญปัญหาคล้ายๆ คุณสมชาย บางคนเผชิญปัญหาอื่นๆ หลายคนบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่สำหรับคุณสมชายสามารถอยู่กับปัญหาได้ แล้วก็ดูว่าคุณสมชายก็ยังมีความสุขตามอัตภาพ

ผมอยากจะบอกว่า ผมผ่านมาหมดแล้วครับ ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะผมและครอบครัวตกอยู่ในสภาพซึมเศร้า หลายคนหมดกำลังใจ แต่ผมก็คิดเสมอว่าผมต้องอยู่ให้ได้ อยู่เพื่อครอบครัว เพื่อลูก เพื่อภรรยา ผมตั้งใจว่าต้องอยู่ แล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ ผมไม่ได้คิดไม่ได้แค้นใคร แต่ผมขอแค่เพียงอยู่เพื่อสู้เพื่อความยุติธรรม แล้วผมก็หวังว่าคนทุกคนที่กำลังมีปัญหาจะสามารถสู้ต่อไปได้ ถ้าเหนื่อยมากก็พักสักครู่ นอนหลับ หรือสวดมนต์แล้วทำใจให้ยอมรับความจริง ปัญหามีไว้แก้ ปัญหาไม่ได้มีไว้เพื่อให้เราเป็นทุกข์ ขอให้มีกำลังใจที่ดี คนในครอบครัวต้องให้กำลังใจของกันและกัน แล้วเราจะผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายไปได้ เชื่อผม

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

Leave a comment