#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/447007

Power of Options…อนาคตที่เราเลือกได้ รณรงค์ลดปัญหาแม่วัยใส วันคุมกำเนิดโลก 2562
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท.) และ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จัดงานเนื่องใน วันคุมกำเนิดโลก 2562 (World Contraception Day 2019) ภายใต้แนวคิด “Power of Options…อนาคตที่เราเลือกได้” เพื่อสร้างความตระหนักให้วัยรุ่นเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการคุมกำเนิด เพื่อวางแผนอนาคตและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรณรงค์เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยร่วมกับนานาชาติ
นายแพทย์กิตติพงศ์ แซ่เจ็งผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงวันคุมกำเนิดโลก 2562 ว่า “การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือท้องไม่พร้อมในประเทศไทยยังต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริม ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาการคุมกำเนิดที่ผิดพลาด เกิดจากความไม่รู้หรือมีความรู้แต่ใช้ไม่ถูกวิธี ดังนั้น สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์ เภสัชกร สถานพยาบาลร้านขายยา และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ทำให้ทุกคนเข้าใจและเห็นความสำคัญ เรื่องของการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยให้ตั้งครรภ์ในขณะที่ตนเองยังไม่พร้อม”
ข้อมูลของกรมอนามัยในปี 2561 พบการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยเฉพาะเพศหญิงอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรรวมทั้งสิ้น 72,566 คน หรือเฉลี่ย 199 คนต่อวันลดลงจากในปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 84,578 คน หรือเฉลี่ย 232 คนต่อวัน ส่วนการคลอดซ้ำของหญิงอายุ 10-19 ปี ในปี 2561 มีจำนวน 6,543 คน หรือร้อยละ 9.0 ลดลงจากปี 2560 ที่มีการคลอดซ้ำจำนวน 9,093 คน หรือร้อยละ 10.8 หากพิจารณาเฉพาะวัยรุ่นในช่วงอายุ 10-14 ปี พบมีการคลอดบุตร 2,385 คน ลดลงจากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 2,559 คน หรือเฉลี่ยเท่ากันที่ วันละ7 คน
“การให้ความรู้วิธีการคุมกำเนิดเป็นเรื่องสำคัญ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง เริ่มต้นตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน เพื่อทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ลดปัญหาท้องไม่พร้อมและคุณแม่วัยใส รวมไปถึงการจัดการบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง ดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กที่เกิดมามีสุขภาพพลานามัยที่ดี”นพ.กิตติพงศ์ กล่าว
ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า “ปัญหาด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ของประเทศไทยยังไม่หมดไปและส่งผลกระทบเชิงสังคมที่รุนแรงและต่อเนื่อง ดังเช่นที่เราได้รับรู้จากสื่อต่างๆ ว่า “คนท้องไม่พร้อม” ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยปัจจุบันประเทศไทยมีวัยรุ่นท้องไม่พร้อมมากถึงร้อยละ 15 เกินกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนที่เกิดมาในหลายมิติ เราจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่าตัวเองมี Power of Options ในการเลือกว่า หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ จะมีแนวทางคุมกำเนิดแบบใดเลือกอนาคตที่ดีที่เหมาะสมได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องช่วยกันรณรงค์ อีกประเด็นปัญหาในปัจจุบัน ก็คือผู้ที่มีความพร้อมทั้งวัยวุฒิและฐานะ มักไม่ค่อยมีบุตร หรือ “คนพร้อมไม่ท้อง” นับเป็นสิ่งที่ สวท. กังวลเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าในปี 2562 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สัดส่วนผู้สูงวัยมีมากกว่าเด็ก เนื่องจากเด็กเกิดใหม่ลดลงทุกปีตามสถิติในปี 2561 อยู่ที่ 666,109 คน”
แพทย์หญิงปานียา สูตะบุตรผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ แผนกฟาร์มาซูติคอล บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด โดยกล่าวว่า “ไบเออร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านฟาร์มาซูติคอล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพผู้หญิงและยาฮอร์โมนคุมกำเนิดที่หลากหลาย สำหรับในประเทศไทย ไบเออร์ มีนโยบายสนับสนุนโครงการวางแผนครอบครัว โดยร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเจตนารมณ์ในการร่วมกันลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งพบการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและตั้งครรภ์ซ้ำ สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งคือการขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสม ดังนั้น บริษัทจึงได้ร่วมมือกับ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ในการรณรงค์ให้ความรู้และส่งเสริมการคุมกำเนิดที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับแนวทางการรณรงค์ของ3 องค์กรภาคี มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาทิการเผยแพร่คู่มือรอบรู้เรื่องยาเม็ดฮอร์โมนรวมภายใน 3 นาที สำหรับเภสัชกรโดยการจัดทำคู่มือนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการให้คำปรึกษาและแนะนำการใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเพื่อให้มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้มารับบริการ ณ ร้านขายยา การเผยแพร่สื่อวีดีโอออนไลน์ภายใต้แนวคิด “Power of Options…อนาคตที่เราเลือกได้”มีวัตถุประสงค์ให้วัยรุ่นตระหนักถึงวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ สามารถรับชมวีดีโอได้ที่ https://web.facebook.com/younglovethailand/videos/844610425934680/ รวมถึงการดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้โครงการ Young Love รักเป็น ปลอดภัย ของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถคลิกเข้าไปรับชมวีดีโอได้ที่ https://web.facebook.com/younglovethailand/videos/844610425934680/ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ facebook.com/younglovethailand และ Line@YoungLove
