#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/448797

ปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ สร้างสรรค์กลิ่นอายไทย ดังไกลถึงฝรั่งเศส
ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบัน “กลิ่นและรส” เป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นปัจจัยที่จะช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ซึ่งจากอดีตถึงปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรส (Food Aroma หรือ Flavoring) จากต่างประเทศมูลค่านับพันล้านบาทต่อปี จึงเป็นสิ่งที่ทำให้นักธุรกิจหนุ่ม ปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้สร้างสรรค์ศิลปะด้านวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการส่งเสริมเอกลักษณ์ไทยผ่านการใช้ผลผลิตทางการเกษตรของไทยมาเป็นวัตถุดิบควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ ที่สำคัญคือน้อมนำแนวทางจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 มาปฏิบัติ พระองค์ท่านทรงพระกรุณาพระราชทานความช่วยเหลือและวางแนวทางให้เกษตรกรในการพัฒนาด้านการเกษตร และส่งเสริมการสร้างเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
“ผมเรียนจบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอเรียนจบก็ได้มีโอกาสเข้าทำงานกับบริษัทด้านวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสอาหารแบรนด์อันดับต้นๆ ของโลกจากยุโรปหลากหลายแบรนด์ พอได้เข้ามาทำงานถึงได้เห็นว่าธุรกิจด้านนี้มีความสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและนับวันจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะกลิ่นรสเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค และสร้างเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละแบรนด์ ที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้ากลิ่นอาหารเป็นหลัก และมีแบรนด์ต่างชาติมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศเรามากมาย อีกทั้งประเทศไทยยังขาดความเข้าใจในศาสตร์และเทคโนโลยีด้านนี้ จึงมีผู้ผลิตน้อยรายซึ่งผมมองว่าเราเสียโอกาส เราควรพัฒนาและเข้ามาแชร์มูลค่าทางเศรษฐกิจตรงนั้นได้แล้ว”
ปิยะ อธิบายถึงประเภทของกลิ่นหอมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่า หลักๆ มี 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องหอมที่ใช้ในสินค้าอุปโภคหรือสินค้าที่เรากินไม่ได้ เช่น ยาสระผม ครีมนวด ครีมบำรุงผิวผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำมันหอมระเหย จะใช้กลิ่นน้ำหอมในกลุ่มที่เรียกว่า Fragrance ส่วนอีกประเภทกลิ่นหอมที่ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารที่สามารถรับประทานได้เรียกว่ากลุ่ม Flavor โดยกลิ่นหอมทั้งสองประเภทหลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นสารสังเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วมีทั้งกลิ่นที่สกัดจากธรรมชาติโดยตรงคือการใช้เทคโนโลยีสกัดแยกเอาสารที่ให้กลิ่นหอมของพืชต่างๆ ออกมาใช้ และที่มนุษย์สร้างขึ้น
“เทคโนโลยีด้านกลิ่นรสอาหารเป็นการเพิ่มมูลค่าที่สำคัญของสินค้าเกษตร เพราะช่วยสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า ทำให้สินค้านั้นๆ มีกลิ่นสม่ำเสมอคงที่ และกลิ่นยังเป็นสื่อนำไปถึงรสชาติของอาหาร ช่วยลดปริมาณการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลในยามขาดแคลน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ไอศกรีมรสวานิลลา ซึ่งวานิลลาคือวัตถุดิบสำคัญ แต่ว่าในแต่ละปีเป็นเรื่องยากที่เกษตรกรจะควบคุมผลผลิตวานิลลาให้มีจำนวนหรือรสชาติที่เหมือนเดิมได้ และในการผลิตไอศกรีมจะต้องใช้ปริมาณวานิลลามากแค่ไหนจึงจะได้กลิ่นและรสที่เป็นมาตรฐาน ดังนั้นเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กลิ่นรสที่สกัดสารให้กลิ่นจากวานิลลาจึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนั้น เพราะการใช้กลิ่นควบคู่กับการใช้วานิลลาจริงๆ จะช่วยให้ผู้ผลิตรักษามาตรฐานและเอกลักษณ์ของวานิลลาในแบรนด์ตัวเองได้ เพียงได้กลิ่นผู้บริโภคก็รู้แล้วว่าเป็นไอศกรีมวานิลลาของแบรนด์ไหน และยังทำให้เรารับรู้รสของไอศกรีมวานิลลาได้ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นกลิ่นและรสจึงมาคู่กัน เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ กับการปรุงแต่งร่างกายเราฉีดน้ำหอมก็เพื่อเพิ่มเสน่ห์และเอกลักษณ์ให้ตัวเรากลิ่นอาหารก็เป็นการเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่จดจำและชื่นชอบมากขึ้นนั่นเองครับ”
แม้ยุโรปจะเป็นต้นตำรับและเป็นอันดับหนึ่งในการผลิตวัตถุปรุงแต่งกลิ่นอาหาร ในฐานะ Food Aroma Maker ปิยะ มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของผลผลิตทางการเกษตรไทยที่จะนำมาใช้ในการผลิตวัตถุดิบแต่งกลิ่นอาหารได้ไม่น้อยหน้าประเทศใดในโลก
“ถ้าพูดถึงวัตถุปรุงแต่งกลิ่นอาหาร ประเทศในแถบยุโรปเป็นผู้คิดค้นขึ้น ประเทศผู้นำนวัตกรรม ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี มีวิวัฒนาการมาเกือบร้อยปี เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและมีข้อกำหนดและมาตรฐานระดับโลกด้านความปลอดภัยของอาหารควบคุมอย่างเข้มงวด นอกจากยุโรปแล้วอเมริกา และญี่ปุ่น ก็ศึกษาและดำเนินธุรกิจในด้านนี้มายาวนานเช่นเดียวกัน ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราประเทศที่ให้ความสำคัญในด้านนี้คือ สิงคโปร์ จะสังเกตเห็นว่าประเทศที่เอ่ยมาล้วนเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของโลกทั้งสิ้น เพราะเขาใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผสมผสานอย่างลงตัวกับศิลปวัฒนธรรม และจัดวางนำเสนอผ่านรูปแบบต่างๆ เช่น แฟชั่น น้ำหอม ไวน์ เครื่องดื่ม และ ขนมอบ เป็นต้น ซึ่งล้วนได้รับความนิยมและเป็นสิ่งที่แสดงถึงรสนิยมในระดับสากล สำหรับประเทศไทยก็มีเอกลักษณ์ในด้านศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงอาหารและวัตถุดิบที่หลากหลาย ไม่ต่างจากประเทศฝรั่งเศส ผมมั่นใจว่าเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไทยสามารถนำเสนอได้ในรูปแบบเดียวกัน โดยเฉพาะด้านอาหารซึ่งเป็นวัฒนธรรมและศิลปะอันโดดเด่นที่ทั่วโลกรู้จัก เพราะมีความประณีต มีภูมิปัญญาและการสืบทอด ไม่ต่างอะไรกับงานศิลปะที่คนทั่วโลกสามารถเสพและเข้าถึงได้อย่างชัดเจน“
ด้วยแนวคิดการนำเสนออัตลักษณ์ด้านอาหารของประเทศไทยผ่านเทคโนโลยีด้าน Food Aroma แบรนด์ SILPIN จึงกำเนิดขึ้น (SILPIN มาจากคำว่า ศิลปิน) เป็นแบรนด์ที่นำเสนอกลิ่นอายของความเป็นไทยผ่านรูปแบบ ไซรัประดับพรีเมียมสำหรับใช้ในการรังสรรค์เครื่องดื่มที่ส่งกลิ่นอายความเป็นไทย และได้ทำการเปิดตัวในงาน ThaiSelect ที่จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ของไทย ณ กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

“เรานำเสนอผ่านรูปแบบเครื่องดื่มโดยใช้กลิ่นอายความเป็นไทยทั้ง 4 กลิ่น เพื่อสร้างเครื่องดื่ม4 เมนู ประกอบด้วย เครื่องดื่มชื่อ Dara-Phirom (ดาราภิรมย์) ใช้ไซรัปกลิ่นกุหลาบจุฬาลงกรณ์, Sabai-Sabai ( สบาย-สบาย) ใช้ไซรัปกลิ่นใบมะกรูด, Thong Muan (ทองม้วน) ใช้ไซรัปกลิ่นมะพร้าวสมุย และ Songkran (สงกรานต์) ใช้ไซรัป กลิ่นพิเศษคือกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง
นอกจากแบรนด์ SILPIN ยังมีอีกสองแบรนด์ที่ผมทำ แบรนด์แรก Flavor Library จะเป็นกลิ่นหอมไฮ-เอนด์สำหรับ Pastry Chef และผู้รักการทำเบเกอรี่ กลิ่นที่สร้างสรรค์จะมีความพิเศษจะคัดสรรวัตถุดิบนำเข้าที่เจาะจงการให้คาแร็กเตอร์ของกลิ่นต่างๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น ร่วมกับการให้ข้อมูลในเชิง Academic ซึ่งปัจจุบันเป็นข้อมูลที่เชฟและร้านขนมระดับไฮ-เอนด์ต้องการเช่น กลิ่นในตระกูลซิตรัส (Citrus) เรานำเข้าวัตถุดิบที่เน้นความหลากหลายและการให้เฉดกลิ่นที่มีมิติที่ชัดเจนแตกต่าง ผลไม้ในตระกูลซิตรัส คือผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยว เช่น ส้มมะนาว เกรฟฟรุ๊ต และแค่ส้มอย่างเดียวก็มีหลายสายพันธุ์แล้ว ส้มแมนดาริน วาเลนเซีย คลาเมนธีนก็จะมีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน เมื่อนำมาสกัดทำ Flavor เราก็จะดีไซน์ให้เจาะจงไปเลยว่า กลิ่นส้มนี้เป็นส้มอะไร เป็นกลิ่นที่ให้คาแร็กเตอร์เด่นในส่วนไหนของส้มให้กลิ่นจากเนื้อส้ม หรือเปลือกส้ม เมื่อนำไปปรุงแต่งในเค้กส้ม เชฟก็จะสามารถสร้างสรรค์เค้กให้มีอัตลักษณ์และมิติของกลิ่นรสที่มากขึ้น ส่วนอีกแบรนด์หนึ่งคือ BOON Flavor เป็นวัตถุปรุงแต่งกลิ่นอาหารในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นงานเฉพาะทางที่ดูแลกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมอาหาร คิดค้นนวัตกรรมและสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ตามความต้องการของลูกค้า”
ในการทำธุรกิจนี้ ซีอีโอหนุ่มแห่ง บุญ คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กลิ่นรสที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยสู่การรับรสของชาวโลกอย่างภาคภูมิใจว่า
“แรงบันดาลใจของผมมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ท่านทรงงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยมิรู้จักความเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็ทรงสานต่อ ในการพระราชทานความช่วยเหลือและวางแนวทางให้เกษตรกรในการพัฒนาด้านการเกษตร และส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทยทำให้ประเทศไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผมก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่อยากทำเพื่อประเทศชาติตามแบบอย่างที่ท่านทรงทำไว้ ผมตั้งใจทำหน้าที่และทำในสิ่งที่ผมถนัดให้ดีที่สุด เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาประเทศชาติเช่นกัน”
ด้วยแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นทำให้ CEO นักสร้างสรรค์กลิ่นรสคนนี้ เชื่อมั่นว่าการผสมผสานศาสตร์และศิลป์เพื่อสร้าง “เสน่ห์กลิ่นไทย”จะครองใจนักชิม-ดื่มต่างชาติได้ไม่ยาก และงานด้านนี้จะสร้างผลกระทบให้ประเทศชาติและวงการอุตสาหกรรมเกษตรไทย ทั้งในแง่การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมผ่านกลิ่นอายความเป็นไทย การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การสร้างอาชีพใหม่ที่เด็กรุ่นใหม่จะให้ความสนใจ นำมาซึ่งการเพิ่มมูลค่าการส่งออกวัตถุปรุงแต่งกลิ่นอาหารและที่สำคัญเขาภูมิใจที่มีส่วนในการส่งเสริมผลผลิตของเกษตรของไทยและเดินตามรอยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นับว่าเป็น “ความภาคภูมิใจ” ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ๆ ต่อไป
