#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/448751

สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องตัดแว่นแล้วหรือยัง
แพทย์แนะนำเลือกรองเท้าส้นเตี้ยให้เหมาะกับรูปเท้าและควบคุมน้ำหนักให้พอดี หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง หัวแหลม เพื่อลดการบาดเจ็บจากอาการเท้าผิดรูป แต่หากพบอาการผิดปกติที่เท้าหรือข้อเท้า อย่าปล่อยทิ้งไว้ ต้องรีบพบแพทย์ทันที
นายแพทย์กฤษฏิ์ พฤกษะวัน ศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อเท้า โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่า เท้าเป็นอวัยวะที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกาย โดยขณะยืนน้ำหนักตัวประมาณ 60% จะกดลงที่ส้นเท้า อีก 40% กดลงที่เท้าส่วนหน้า ขณะเดินเท้ารับน้ำหนัก 120% ของน้ำหนักตัว และขณะวิ่งเท้ารับน้ำหนักมากถึง 275% ของน้ำหนักตัว ทำให้พบปัญหาเกี่ยวกับเท้าได้บ่อยและอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น ปวดเข่า ปวดสะโพก และปวดหลังซึ่งความผิดปกติและอาการปวดเท้าและข้อเท้า เกิดได้จาก2 ปัจจัยหลัก คือ ปัจจัยภายนอก เช่น การสวมใส่รองเท้าไม่เหมาะสมกับกิจกรรม ส่งผลให้เกิดอาการปวดและบาดเจ็บได้ง่าย และปัจจัยภายใน เช่น เท้าหรือข้อเท้าผิดรูป ข้อเท้าเอียง อุ้งเท้าแบนหรือนูนเกินไป ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่เท้าและข้อเท้าได้
ทั้งนี้ เท้าของคนเราประกอบด้วย กระดูกหลายชิ้นต่อกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นหลายทิศทาง มีความนุ่มนวลเวลาเดิน และแรงกระทบต่างๆ จะกระจายได้สม่ำเสมอทั่วทั้งเท้า ไม่เกิดจุดกดเจ็บแต่หากเท้าและข้อเท้ามีข้อยึด หรือเท้าผิดรูป อาจเกิดอาการบาดเจ็บและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถแบ่งอาการเท้าผิดรูปออกเป็นกว้างๆ ได้ดังนี้ 1.นิ้วหัวแม่เท้าเกหรือเอียง มักพบในผู้หญิง โดยมีความสัมพันธ์กับการใส่รองเท้าส้นสูงหัวแหลม รวมทั้งสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยทั่วไปนิ้วจะงอเอียงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น ทำให้มีปัญหาจากการปวดและเจ็บเวลาเดิน รวมถึงใส่รองเท้าลำบาก ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
2.เท้าแบน เป็นภาวะที่อุ้งเท้าด้านในต่ำหรือไม่มีเลย อาจเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งเท้าแบนในผู้ใหญ่ส่วนมากเกิดในผู้หญิงวัย 45-65 ปี เนื่องจากเอ็นประคองอุ้งเท้าหย่อนหรือสูญเสียหน้าที่ มักเป็นข้างเดียว โดยจะปวดบริเวณอุ้งเท้าและข้อเท้าด้านใน หรืออาจปวดใต้ตาตุ่มร่วมด้วย อาการจะกำเริบเมื่อใช้งานหนักหรือเดินมาก ถ้าเป็นมากขึ้นอาจเขย่งปลายเท้าไม่ได้ เท้าผิดรูป และข้อติด การรักษาเบื้องต้นอาจใส่แผ่นรองเสริมอุ้งเท้า (Insole) หากไม่ดีขึ้นจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขความผิดรูป 3.โรคเท้าโค้งหรืออุ้งเท้าสูง เกิดจากส่วนครึ่งหน้าของเท้าโค้งเข้าเมื่อมองเท้าจากด้านฝ่าเท้าจะเห็นขอบข้างของเท้าโค้ง มักมีอาการปวดเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าได้ง่าย ปวดเมื่อยเท้าเพราะความยืดหยุ่นของเท้าจะเสียไปเช่นเดียวกับโรคเท้าแบน เบื้องต้นรักษาด้วยการใส่แผ่นรองเท้า
จะเห็นได้ว่าโรคของเท้ามีหลายแบบ เกิดได้ทุกช่วงวัยและไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดทำให้ป้องกันได้ยาก แต่ส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นหรือรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ข้อสำคัญคือควรเริ่มการรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้ ควรเลือกใส่รองเท้าส้นเตี้ย พื้นนุ่ม มีหน้ากว้างเพียงพอ เหมาะกับรูปเท้า รวมถึงควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม เพิ่มความระมัดระวังในการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมและหากพบอาการผิดปกติที่เท้าหรือข้อเท้า แม้เพียงเล็กน้อยก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับการรักษาอาการเท้าผิดรูป สามารถทำกายภาพบำบัด ฝึกการบริหารให้เท้าและข้อเท้ามีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น หรือใช้อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า (Insole) หรือที่รัดข้อเท้านอกจากนี้ ยังมีการรักษาในรูปแบบอื่น เช่น การทำเลเซอร์ และ Shock Wave แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดแบบเปิดแผลตามปกติ และเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว และยังลดระยะเวลาในการพักฟื้นที่โรงพยาบาลได้อีกด้วย
