‘เฉลิมชัย’ขอใจเย็นๆ ปัดออกความเห็นปมสารพิษ ชี้รอคกก.วัตถุอันตรายสรุปผลลงมติก่อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/458132

news_default

‘เฉลิมชัย’ขอใจเย็นๆ ปัดออกความเห็นปมสารพิษ ชี้รอคกก.วัตถุอันตรายสรุปผลลงมติก่อน

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.15 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ยังรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการสรุปผลประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจะชี้ชัดว่ากระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

สำหรับข้อถกเถียงเรื่องมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันดังกล่าวนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการวัตถุอันตรายต้องชี้แจงให้ชัดเจน การที่ฝ่ายต่างๆ พูดกันไปพูดกันมายิ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงในสังคม แต่แม้ยังไม่มีการแบนสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด คณะทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ยังคงเดินหน้าหาสารและแนวทางในการกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชแบบผสมผสานเพื่อลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร รวมถึงมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นและประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย

“ขอให้ใจเย็นๆ ก่อน หากตอบไปตอนนี้ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน จะยิ่งทำให้เกิดประเด็นทางสังคม โต้กันไปมา จึงขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายสรุปอย่างเป็นทางการมาว่า หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นหน่วยปฏิบัติต้องทำอย่างไรก็จะเร่งดำเนินการตามมติทันที ที่เป็นห่วงมากขณะนี้คือ ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค” นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้าน นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะนำผู้แทนเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ เข้าพบ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อสอบถามแนวทางการปฏิบัติหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเลื่อนการแบนพาราควอต และคลอร์ไพรฟอส ออกไป 6 เดือน และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต เนื่องจากขณะนี้เกษตรกรปฏิบัติตัวไม่ถูก แต่เห็นว่า หากมติเป็นเช่นนั้น ต้องดำเนินมาตรการจำกัดการใช้ทั้ง 3 สาร ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ดังนั้น กรมวิชาการเกษตรต้องอบรมเกษตรกรการใช้สารเคมีการเกษตรทั้ง 3 ชนิดต่อ จากเดิมที่อบรมไปประมาณ 466,000 กว่าคน จากเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ประมาณ 1.5 ล้านคน เพื่อที่เกษตรกรจะได้ใช้สารเคมีทางการเกษตรได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม อันจะส่งผลให้เกิดความปลอดภัยทั้งแก่เกษตรกรและผู้บริโภคทั้งประเทศ

Leave a comment