กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ครั้งที่ 22 ภายใต้หัวข้อ‘มือที่สร้าง งานที่สรรค์’น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449466

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ครั้งที่ 22 ภายใต้หัวข้อ‘มือที่สร้าง งานที่สรรค์’น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยทรงงานด้วยสองพระหัตถ์ สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างความสุขให้ปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพในปี 2562 นี้ บริษัท สยามพิวรรธน์จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ภายใต้หัวข้อ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา 17.30 น.

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการจัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22ว่า “ในความทรงจำของพสกนิกรไทยทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขให้กับผืนแผ่นดินอย่างมากมาย ทั้งสองพระหัตถ์ทรงงานอย่างหนักด้วยความห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรไทยอยู่เสมอ เสมือนดั่งมือที่คอยช่วยเหลืออุ้มชู ประคองให้สามารถพลิกฟื้นผืนดินให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนสามารถเลี้ยงดูตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ นอกเหนือจากการนำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันของ
ผืนแผ่นดินในภาคเหนือและดอยตุงแล้ว ยังเชิญศิลปินช่างภาพถ่ายรูปมือของคนทำงานที่ดอยตุง เช่น คนปลูกกาแฟ คนคั่วกาแฟ คนทำกระดาษสาคนปั้นดิน คนปลูกดอกไม้ คนทำสวน คนทอผ้า และปักผ้า โดยไม่เน้นหน้าของคนทำงาน แต่เน้นที่มือสื่อให้เห็นว่าจากพระหัตถ์ของสมเด็จย่าที่ช่วยเหลือประชาชน ทำให้ประชาชนมีอาชีพ สร้างรายได้ และใช้มือนี้สานต่องานที่พระองค์ท่านได้ทรงเริ่มไว้ สร้างสรรค์เป็นงานและอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน”

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “สมเด็จย่า ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้านให้ชุมชนดอยตุง ซึ่งในอดีตขาดต้นทุนชีวิต จึงต้องพึ่งพายาเสพติดและงานผิดกฎหมายในการดำรงชีวิต ทรงเล็งเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาเหล่านี้ คือ ความยากจนและขาดโอกาส จึงแก้ไขปัญหาพื้นฐานอย่างรอบด้าน ทั้งความเจ็บป่วย ความยากจน และความไม่รู้ โดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับความมั่นคงทางสังคมและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ โดยใช้ธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” (DoiTung) เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานและกรอบแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน หรือ “3S Model” (สามเอส โมเดล) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เรียนรู้และประยุกต์จากหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ อยู่รอดพอเพียง และยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับ“เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDG Goals) ของสหประชาชาติ

ปัจจุบัน โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ซึ่งเกิดจากสองพระหัตถ์ของสมเด็จย่า จึงไม่ใช่เพียงต้นแบบด้านการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติดเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้หลายประเทศ ทั้ง เมียนมา อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย และยังมีคณะศึกษาดูงานเดินทางมาที่ดอยตุงมากมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาเรียนรู้และนำกลับไปประยุกต์กับบริบทของเขา และที่สำคัญมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังใช้ศักยภาพที่มีส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอีกทางหนึ่ง”

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล, ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ เกตุวลี นภาศัพท์

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์”นำเสนอพระราชประวัติตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงเป็น “เด็กหญิงสังวาลย์” ไล่เลียงมาจนถึง “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” และเรื่องราวพระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริที่ช่วยให้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยพระราชปณิธาน “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” โดยทรงจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปีพ.ศ.2515 กระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ในปัจจุบัน

ภายในงานยังจะได้พบกับภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของดอยตุงด้วยคอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ผ่านมุมมองของศิลปิน 2 ท่าน ได้แก่ กันต์ สุสังกรกาญจน์ และ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป “เวลาเป็นของมีค่า” ยกบรรยากาศงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงมาจำลองไว้ในงาน ได้แก่ เวิร์กช็อปการชงกาแฟดริปและเทคนิคการวาดฟองโฟม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)วันธรรมดา วันละ 2 รอบ ได้แก่ เวลา 17.00 น. และ 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 3 รอบ ได้แก่ 11.00 น./15.00 น./17.00 น. กิจกรรมเวิร์กช็อปวาดลวดลาย ตกแต่งจานเซรามิก (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น 3 รอบ ได้แก่ 12.00 น./ 15.00 น./18.00 น. กิจกรรมศิลปะ (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็นศิลปะบนถุงผ้า เพ้นท์หรือปัก/ศิลปะบนกระดาษสา เพ้นท์หรือตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง/ศิลปะการทำตุงหรืองานถักร้อย แบ่งเป็น4 รอบ ได้แก่ 11.00 น./13.00 น./16.00 น./19.00 น. และกิจกรรมจัดต้นไม้ในแก้วและสวนถาด(มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น 4 รอบ ได้แก่ 11.00 น./14.00 น./17.00 น./20.00 น. พร้อมด้วยการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพแบรนด์ดอยตุง โดยฝีมือคนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย อาทิ หัตถกรรมแบรนด์ Doi Tung Lifestyle และ Doi Tung Café กับกาแฟอาราบิก้า 100%คุณภาพพรีเมียม รวมทั้งร้านต้นไม้ดอยตุง ที่นำต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงจากศูนย์เพาะเลี้ยงต้นไม้ที่ดอยตุง จ.เชียงราย

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล สาธิตการชงกาแฟดริป โดยมี ปราการ ไรวา ร่วมชิม

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล สาธิตการชงกาแฟดริป โดยมี ปราการ ไรวา ร่วมชิม
กันต์ สุสังกรกาญจน์

กันต์ สุสังกรกาญจน์
ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ เพ้นท์เซรามิก

ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ เพ้นท์เซรามิก
ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ร่วมเพ้นท์ภาพบนกระดาษสา

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ร่วมเพ้นท์ภาพบนกระดาษสา

Leave a comment