#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/449680
.jpg)
อยู่กับโรคร้ายด้วยใจที่สงบ คิดว่าเขามาพึ่งพาอาศัยเรา เราก็ต้องใจกว้างให้เขาอยู่
ไม่รู้จะเครียดไปทำไม เพราะเคยเครียดจนจะเป็นบ้าแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คิดว่ามันเป็นไปตามเหตุปัจจัย เราอาจจะมีเวรมีกรรมมาก่อน ก็ใช้เวรใช้กรรมไป แล้วก็ไม่ต้องสร้างเวรสร้างกรรมเพิ่มเติมให้กับตัวเรา คิดได้แบบนี้ชีวิตก็สงบ และเยือกเย็นขึ้น
แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย จะพาคุณไปสนทนากับ คุณติ๋ม-คุณเพ็ญพร ไพฑูรย์ อดีตนางแบบชื่อดังที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย เมื่อ 40 ปีมาแล้ว หลายคนยังคงคิดถึงเธอ หลายคนคิดว่าเธอไปอยู่ต่างประเทศ แต่จริงๆ เธอยังอยู่ในเมืองไทยอยู่ในอพาร์ทเมนต์ห้องเล็กๆ กับคุณแม่อายุ 90 ปีทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็มีปัญหา เพราะถูกโรคภัยไข้เจ็บหลายโรครุมเร้า แต่ถึงกระนั้นเธอยังยิ้มให้ชีวิตได้ แม้บางครั้งยิ้มอาจจะเจื่อนๆ ไปสักหน่อย แต่ก็ยังยิ้มได้ เพราะยิ้มแล้วโลกสดใส
.jpg)
l พี่ติ๋ม หายไปจากวงการทีวี วงการนางแบบ และหายไปจากสังคมไทยนานมาก มากเสียจนหลายคนนึกว่าพี่ไปอยู่ต่างประเทศ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถอะครับทำไมเงียบหายไป
ไม่รู้จะบอกอย่างไรดี เอาเป็นว่าทุกวันนี้ก็ยังอยู่เมืองไทย อยู่ตามสภาพที่เราพอใจ แม้อาจจะไม่สุขสบายมากนัก แต่ก็ต้องพอใจกับความเป็นอยู่ของเรา พี่ไม่อยากรบกวนใคร ไม่อยากให้ใครมองเราด้วยสายตาสงสารหรือสมเพช พี่ไม่ได้เดินแบบ เดินแฟชั่นโชว์มาหลายสิบปีแล้ว น่าจะมากกว่า 25 ปีได้แล้ว มันเบื่อกับเรื่องที่ต้องแต่งตัวไปเดินให้ใครดู ไม่ได้ไม่ชอบการแต่งตัวนะ พี่ชอบแต่งตัวมากชอบประดิดประดอยเสื้อผ้าด้วยตัวเอง เพราะเป็นคนชอบทำเสื้อผ้า แต่เพราะความเบื่อก็เลยพาตัวห่างออกมาแล้วก็ไม่ชอบเล่นละคร หรือเล่นหนังเลย ไม่ชอบท่องบทไม่ชอบบทตบกัน ด่ากัน ไม่ชอบเลย ไม่ชอบจริงๆมันเหมือนคนบ้า บ้าเนอะ อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาด่ากัน มาตบกันพี่รู้ว่ามันเป็นเรื่องการแสดง แต่เราไม่ชอบ เราก็เลยต้องถอยห่างออกมา ทุกวันนี้ก็วาดรูปบ้าง วาดไปตามสไตล์ที่ชอบพี่ชอบหลายสไตล์ เช่น Abstract และภาพลายกนกภาพวิวทิวทัศน์ ภาพ nude ภาพผู้หญิง ภาพดอกไม้ แต่

ตอนนี้กลับมาชอบวาดลายกนก เพราะเป็นความชอบที่มีมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แต่ที่ไม่ได้เดินหน้าในเรื่องภาพลายกนกมากมาย ก็เพราะพี่เห็นว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะพวกระดับอาจารย์ที่เก่งๆ เขาวาดภาพลายกนกได้สวยงามากกว่าพี่เลยดูของคนอื่นดีกว่า เพราะเราคงแข่งกับเขาไม่ได้ เช่น อาจารย์ช่วง มูลพินิจ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์อาจารย์เฉลิมชัยนี่เป็นรุ่นน้องที่เพาะช่างนะ สนิทกันมากเลย แต่ตอนนี้ก็วาดรูปได้ยากลำบากพอสมควร เพราะนิ้วมือล็อก หมอบอกว่าเป็นโรคไกปืน นิ้วมันล็อก เคลื่อนไหวได้ไม่ถนัดมากนัก ส่วนเรื่องทำเสื้อผ้า ทำหมวกเก๋ๆ ก็ไม่ค่อยได้ทำแล้ว เพราะไม่มีทุนจะทำ ทำแล้วขายยากมาก มีแต่คนอยากได้ของดีๆ สวยๆ แต่จะเอาราคาถูกๆ เราไม่ทำดีกว่า ส่วนรูปที่วาดๆ ไปแล้ว แทนที่จะขาย ก็กลับให้เขาไปฟรีๆ บางคนบอกจะให้เงิน แต่พอเอาภาพไปแล้ว ก็ไม่ให้เงิน เราก็ไม่อยากไปทวงให้เสียความรู้สึก ไม่ให้ก็ไม่เอา แต่บางคนเราก็เต็มใจให้นะ ยกไปให้เขาถึงบ้าน ถึงร้านก็มากมายไป
l ย้อนกลับไปคุยเรื่องรูปภาพลายกนก ตอนนี้พี่ติ๋มวาดภาพอะไรครับ
มีภาพหน้าคน หน้าผู้หญิงก็มี แต่ที่ยังวาดไม่เสร็จ จริงๆ ก็วาดยังไม่เสร็จอีกหลายรูป แต่มีรูปหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะวาด แต่วาดออกมาก็คือภาพนี้ (ชี้ไปที่ข้างหลัง) นี่คือภาพพญานาคในน้ำ มีอยู่คืนหนึ่งฝันเห็นพญานาค พอตื่นขึ้นมาก็วาดไปตามจินตนาการในฝัน วาดไปตามที่นึกได้จากฝัน ไม่มีแบบ อันที่จริงตอนที่ขึ้นต้นวาดรูปนี้ไม่ได้นึกถึงพญานาคมากนัก คิดถึงเรื่องราวของต้นไม้ใต้น้ำที่พลิ้วไหวไปตามกระแสน้ำมากกว่า แต่แล้วก็กลับนึกถึงพญานาคขึ้นมา

l อ๋อ ภาพนี้หรือครับ ถ้าพี่ติ๋มไม่บอกว่าเป็นพญานาค ผมเข้าใจว่าเป็นภาพเหมือนต้นสาหร่ายหางกระรอกใต้น้ำ แต่พอพี่บอกว่าเป็นพญานาคก็ดูแล้วใช่จริงๆ เพราะเป็นตัวยาวๆ มีเกล็ดวาวๆดูเหมือนใบของสาหร่ายเมื่อต้องกับคลื่นน้ำ ดูเป็นประกายวาวๆ
ใช่ รูปนี้ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นพญานาค เพราะตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะวาดพญานาคเลย แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นเหมือนพญานาค เห็นไหม มีหัว มีลำตัว มีเกล็ด และมีหางอยู่ตรงโน้น ตอนแรกจะวาดปะการังใต้น้ำด้วยซ้ำไป แต่วาดไปวาดมากลายเป็นแบบนี้ (หัวเราะ) เห็นไหม เหมือนพญานาคเลย แต่วาดยังไม่เสร็จ สีหมดเลยต้องปล่อยค้างไว้ก่อน
l พี่ติ๋มจบเพาะช่างใช่ไหมครับ จึงทำให้วางรูปเก่ง และมีแนวคิดประดิดประดอยสารพัดชนิดทั้งเสื้อผ้าเก๋ๆ เท่ๆ และหมวกที่หลายคนชอบมาก เพราะมีสไตล์ที่เท่มาก แต่เป็นเท่แบบอ่อนหวานมีลูกเล่นมากมาย มีลูกไม้สวยๆ ประดับอย่างลงตัว
.jpg)
พี่เรียนเพาะช่าง แต่ไม่จบ เรียนได้ปีเดียว ตอนนั้นที่บ้านพี่ติ๋มมีปัญหาเรื่องเงิน พ่อแม่แยกทางกัน พ่อมีเมียใหม่ ที่บ้านมีลูกหลายคน แม่คนเดียวส่งเสียให้ทุกคนได้เรียนไม่ไหวหรอก พี่เลยออกมาทำงาน แล้วพี่ก็ช่วยแม่ส่งน้องเรียนต่อ พี่คิดว่าให้น้องเรียนต่อดีกว่าพี่เรียนเองเพราะในสมัยนั้นพี่ทำงานได้แล้ว พี่เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัวอีกคนหนึ่ง เลยให้น้องได้เรียนต่อไปดีกว่า ก็เลยส่งน้องเรียนจนจบมหาวิทยาลัยศิลปากร บางคนก็เรียนจบอาชีวศิลป์ ช่างศิลป์ ส่วนตัวเองนั้นเป็นคนชอบวาดรูป ชอบมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย อยู่ ป. 1 ก็ชอบวาดรูปมาก
l อ้าว ผมเข้าใจมาตลอดว่าพี่ติ๋มจบเพาะช่าง เพราะเวลาดูงานต่างๆ ของพี่แล้ว มันแสนจะวิจิตร มีสิ่งละอันพันละน้อยประดับประดาเก๋ไก๋มาก ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หมวก แม้กระทั่งชุดว่ายน้ำที่ดูแล้วสวยงามไม่โป๊จนอุจาดลูกตา
พี่ติ๋มเชื่อว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านวาดเขียน และงานศิลป์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พวกเย็บปักถักร้อยนี้ชอบมาก ทำเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยเรียนจากที่ไหนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คิดขึ้นมาเอง แล้วก็ลงมือทำเลย ดีบ้างไม่ดีบ้างก็ว่ากันไป แต่ทำแล้วหลายคนชมว่าสวย เราก็ดีใจ เพราะเขาให้คุณค่ากับงานของเรา เราก็ทำไปเรื่อยๆ เมื่อมีเวลา และอยากจะทำ

l ขออนุญาตถามพี่ติ๋มแทนกลุ่มคนที่อายุไม่เกิน 35-40 ปี โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จักพี่ติ๋มมากนัก พี่เดินแบบครั้งแรก หรือเล่นละครครั้งแรกกี่ปีมาแล้ว ต้องถามว่ากี่สิบปีมาแล้วมากกว่า สมัยนั้นเมืองไทยมีนางแบบไม่มากนัก เรียกว่ามีไม่เกินจำนวนนิ้วมือ
อุย! นานมากเลย นานจะจำไม่ได้ชัดเจนว่าปีไหน แต่ที่จำได้ดีคือเดินแบบแฟชั่นโชว์ครั้งแรกให้กับร้านเจิม ร้านนี้สมัยก่อนอยู่ที่สยามสแควร์ เจ้าของคือพี่ไข่ (สมชายแก้วทอง) ดีไซเนอร์ชื่อดังสุดๆ ของเมืองไทย ถ้าจำไม่ผิดร้านนี้อยู่แถวๆ โรงหนังสยาม หรือลิโด เป็นร้านเล็กก็จริงแต่เสื้อผ้าสวยมาก แต่ตอนหลังพี่ไข่เปลี่ยนชื่อร้านเป็นชื่อไข่
l ผมรู้จักพี่ติ๋มครั้งแรกจากการเป็นแบบบนปกนิตยสารลลนา พี่ช่วยเล่าเรื่องการเป็นปกนิตยสารชื่อดังในยุคนั้นให้ฟังด้วยครับ

พี่ได้ขึ้นปกลลนา ของอาจารย์สุวรรณี สุคนธาเพราะว่าวันหนึ่งพี่ไปงานศพของน้ำพุ (ลูกชายอาจารย์สุวรรณี) ตอนแรกพี่ไม่รู้จักอาจารย์หรอก ไม่รู้ด้วยว่าเป็นบรรณาธิการของลลนา แต่เนื่องจากน้องสาวพี่เป็นแฟนกับน้ำพุ เขาเรียนช่างศิลป์ด้วยกัน แล้ววันหนึ่งน้องสาวพี่ก็ร้องไห้มาหา พี่ถามว่าทำไม เกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าน้ำพุตายแล้ว พี่จึงไปงานศพของน้ำพุ เมื่อไปถึงศาลาที่สวดศพ อาจารย์สุวรรณีก็ถามน้องสาวพี่ว่า คนนี้คือใครแล้วก็ได้คุยกัน จากนั้นอาจารย์ก็ชวนให้ถ่ายปกของลลนา
l ผมจำได้ว่านางแบบที่ขึ้นปกนิตยสารสมัยก่อนจะต้องสวยหวาน แต่สำหรับพี่ติ๋มแล้ว ทุกคนบอกตรงกันว่า เฉี่ยว เปรี้ยว เท่ มากกว่าสวยหวาน ในยุคนั้นถือว่าแปลกมากครับ ใช่ไหมครับกับการเป็นนางแบบบนปกนิตยสารที่มี looked เปรี้ยวมาก
ตอนนั้นไม่คิดอะไรมากเลย พอบอกว่าขึ้นปกแล้วได้เงิน พี่ก็ไม่ถามมาก เพราะอยากได้เงินไปเลี้ยงครอบครัว แล้วสมัยนั้นการเป็นปกนิตยสารก็ไม่ได้เงินมากมายนัก ส่วนใหญ่ไม่ได้เงินด้วยซ้ำไป กว่าจะได้เงินเป็นเรื่องเป็นราว พี่ต้องถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารตั้งไม่รู้จะกี่สิบฉบับ เรียกว่าเป็นร้อยก็ได้กระมัง แต่สมัยนั้นการได้ขึ้นปก ก็เท่ากับเป็นการโฆษณาตัวเอง เพื่อจะได้ก้าวไปเป็นนางแบบบนเวทีแฟชั่นโชว์ หรือไปเป็นนางเอกละครทีวี และภาพยนตร์จอเงิน พี่บอกตรงๆ สมัยก่อนเหนื่อยมากเหนื่อยจริงๆ แล้วที่ได้เล่นละครทีวีเรื่องแรกคือ ดวงตาสวรรค์เล่นเป็นตัวเอก ซึ่งดูเป็นตัวร้ายมาก ช่วงนั้นก็เหนื่อยมากถ่ายละครตั้งแต่ 8 โมงเช้ายันเที่ยงคืน ได้เงินไม่กี่ร้อยบาทเอง คือสมัยก่อนนั้น นางเอกละครทีวีได้เงินน้อยมาก แต่ได้ชื่อเสียง แล้วเอาชื่อเสียงไปใช้ในวงการแฟชั่น และวงการบันเทิงต่อไป พี่ติ๋มเหนื่อยและไม่ชอบการเล่นละคร ไม่ชอบท่องบท ไม่ชอบบทร้ายๆ บทแรงๆ พี่ว่าเหมือนคนบ้าเลย อยู่ก็ด่ากัน ตบกัน ร้ายใส่กันสารพัด เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ พี่อายตัวเอง แล้วก็คิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ พี่เลยออกจากวงการตอนอายุ 24 ปี แล้วก็ไปเปิดร้านทำเสื้อผ้า

l ร้านเสื้อผ้าของพี่ติ๋มได้ชื่อว่าทำเสื้อผ้าได้เท่ เก๋มาก มีดอกไม้ ลูกไม้ ลวดลายประดิดประดอยจนเป็นเอกลักษณ์ของเพ็ญพร ไพฑูรย์ และที่สำคัญคือพี่ติ๋มมีชื่อมากในเรื่องการทำหมวกที่แสนจะเก๋มากๆ
พี่ติ๋มได้พรสวรรค์ด้านเย็บปักถักร้อยมาจากสวรรค์จริง ๆ ไม่เคยเรียน แต่ชอบทำ ทำแล้วสนุก ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ชอบทำ ขายไม่ได้ก็แจก (หัวเราะ)
l ตอนนี้พี่ติ๋มไม่ได้ทำเสื้อ ไม่ได้ทำหมวกแล้ว พี่ติ๋มทำอะไรนอกจากวาดรูปครับ
ดูหมอด้วยไพ่ยิปซีค่ะ พี่ติ๋มดูไพ่ยิปซีเพื่อหารายได้พี่รับดูไพ่ทั้งโดยการดูแบบตัวต่อตัว แต่ขอเฉพาะคนที่ไว้ใจได้เท่านั้นนะ คือคนที่ไว้ใจได้มารับพี่ไปดูให้ที่บ้าน พี่ก็ไปนะคะหรือจะมาดูที่อพาร์ทเมนต์ที่พี่อยู่ก็ได้แต่ต้องโทรศัพท์นัดล่วงหน้า หรือหากไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถดูผ่านโทรศัพท์ได้ โดยผู้ดูต้องเลือกไพ่ด้วยตัวเอง แล้วบอกมาทางโทรศัพท์ว่าจะเลือกไพ่ใบไหน คือเราจะวางไพ่บนโต๊ะ แล้วบอกเขาว่า มีไพ่กี่ใบ แล้วให้เขาเลือก เช่นเขาบอกว่าเลือกไพ่ใบที่ 3 จากด้านซ้าย ใบที่ 2 จากด้านขวามือของพี่เป็นต้น แต่บางคนมาดูแล้วก็จะมาปล้นเราอีก คิดว่าเรารวย โถ คุณขา ไม่มีเงินให้ปล้นหรอกค่ะ แค่อยู่ทุกวันนี้ก็ยังจะลำบากเหลือเกินแล้วค่ะ มีบางคนที่รู้จักกัน แล้วเขาอยากช่วยเหลือพี่ เขาก็เชิญไปที่บ้านของเขา ไปดูไพ่ยิปซีให้กับเพื่อนๆ ของเขาในงานเลี้ยงสังสรรค์ เลี้ยงรุ่น เป็นต้น แต่ขอย้ำว่าอย่ามาหลอกลวงกันนะคะ ดิฉันกลัวจริงๆ บางคนมาดูไพ่เสร็จแล้วจะขอยืมเงินพี่อีก พี่ก็บอกว่าไม่มีจริงๆ แต่ถ้ามีก็จะให้ ทุกวันนี้พี่เองก็ลำบากพอประมาณ แต่ก็ไม่ต้องการรบกวน หรือเป็นภาระให้ใคร ไม่อยากให้ใครมาสมเพชเวทนาหรือสงสาร เพราะมันดูแล้วแย่กับตัวเอง แต่ถ้าพี่มี พี่ก็ให้นะคะ

ทุกวันนี้ก็หาเลี้ยงชีพด้วยการดูไพ่ยิปซี ส่วนเสื้อผ้ากับหมวกนั้นเลิกทำแล้วค่ะสำหรับผู้ที่ต้องการดูหมอด้วยไพ่ยิปซี สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัทพ์ 081-6420242 หรือถ้าหากต้องการเหมาให้ไปดูในงานเลี้ยงก็ยินดีนะคะ แต่บางวันก็ไม่สามารถไปดูได้ เพราะต้องไปหาหมอ เนื่องจากพี่มีโรคภัยไข้เจ็บหลายโรค เช่น นิ้วล็อก หรือนิ้วเป็นโรคไกปืนมีปัญหาเรื่องปอด เพราะเป็นภูมิแพ้มานาน แล้วมีช่วงหนึ่งที่เล่นละครทีวี เขาบอกให้เราต้องสูบบุหรี่ให้เป็นเพื่อเข้าฉากให้สมจริง เราก็ต้องสูบบุหรี่จนกลายเป็นมีปัญหาเรื่องปอด นอกจากนั้นยังมีโรคต่อมไทรอยด์โต ตอนนี้มันโตเท่าลูกมะพร้าวขนาดย่อมๆ แล้วค่ะ เลยทำให้เครียดอยู่พักหนึ่ง ไม่ยอมกินข้าวกินปลา เพราะโกรธที่หมอรักษาผิดแต่มีคนบอกว่าให้ฟ้องหมอ ฟ้องโรงพยาบาลที่รักษาเราผิดจนทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ แต่พี่ไม่อยากฟ้องใครทั้งนั้น ทุกวันนี้ก็ต้องไปหาหมอเป็นระยะๆ ไปเอายามากิน มีบางวันปัญหาโรคปอดทำให้หายใจไม่ออก ก็ต้องมีออกซิเจนติดไว้ในถังประจำบ้าน เพราะเวลาหายใจไม่ออก ก็ต้องอัดออกซิเจนเข้าไปทันที ไม่อย่างนั้นก็ตายไปแล้ว แต่ถึงแม้จะมีโรคภัยไข้เจ็บ พี่ก็พยายามไม่เครียดนะ เพราะเคยเครียดมาแล้ว ก็ไม่ดีขึ้น ก็เลยอยู่กับมัน คิดว่าเขามาอาศัยเราอยู่ แล้วเขาก็เข้ามาอยู่กับเราแล้ว ก็เลยต้องอยู่กับเขาให้ได้ แต่ก็บอกกับเขาว่า เมื่อมาอยู่แล้ว อย่าทำให้ฉันเจ็บปวดมากจนรับไม่ไหวนะ เพราะหากฉันรับไม่ไหว ฉันไม่อยู่แล้ว เธอก็อยู่ต่อไปไม่ได้นะจ๊ะ (หัวเราะ)
l ช่วงหลังๆ นี้ มีใครมาติดต่อพี่ติ๋มไปเล่นละครทีวี หรือเดินแบบบ้างไหมครับ
ก็มีบ้างนะคะ มีชวนไปเล่นละครทีวี แต่พี่ไม่รับเพราะคิดว่าเราไม่สวย ไม่น่าดูเหมือนสมัยก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้ผอมมาก น้ำหนักลดลงไปเหลือแค่ 35 กิโลกรัมเท่านั้น สมัยสัก 20 ปีที่แล้ว ยังคิดว่าเราดูดีกว่านี้ ตอนนั้นพี่หนัก 45 กิโลกรัม พี่คิดว่ากำลังดี ดูดีกว่าตอนนี้มากในยุคนั้นยังไปขึ้นปกนิตยสารอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เราไม่สวยพอแล้ว ตอนนี้เราผอมมาก แถมยังมีปัญหาไทรอยด์ที่คอซึ่งมีลูกโตปรากฏให้เห็นอีก เราก็เลยไม่มั่นใจ แต่ก็ยังชอบแต่งตัวสวยอยู่นะ เพราะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราอารมณ์ดี นอกจากโรคไทรอยด์โต พี่ยังมีปัญหาประสาทที่ปลายเท้าชา ส่วนโรคซึมเศร้านั้น เคยเป็นแต่รักษาจนหายแล้ว แต่ยังต้องกินยาอยู่บ้าง มีบางยุคพี่กินยาเป็นกำมือ กินจนเหมือนอาหารประจำวันเลย

l ขออนุญาตถามเรื่องไพ่ยิปซีต่อครับ ถามแทนผู้ชมรายการแนวหน้าวาไรตี้ และผู้อ่านแนวหน้าว่าพี่คิดค่าดูหมออย่างไรครับ
คิด 500 บาทต่อครั้งต่อคนค่ะ แต่บางคนเขาใจดี เขาก็ให้เรามากกว่านั้น เช่นบางคนเห็นเราป่วยก็ให้เรา 1 พัน 2 พันบาทก็มี แต่พี่ก็จะบอกเขาว่า ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินก็ไม่ต้องให้เยอะนะ เก็บเงินไว้เถอะ แต่ก็ขอบคุณที่มีใจเมตตา แต่พี่ไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน เพราะบางคนเขาก็เดือดร้อนเรื่องเงินเช่นกัน จริงๆ แล้วพี่ติ๋มมาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น พี่เป็นคนเก็บกด แต่สิ่งที่พี่ระบายออกก็คือด้วยการวาดภาพ ด้วยการทำงานการฝีมือ ด้วยการแต่งตัวไปตามแบบที่เราอยากจะทำ เพราะความเก็บกดนี้แหละที่ทำให้เราทำงานวาดภาพออกมาเป็นแบบ abstract มีบางทีเครียดๆ ก็สะบัดพู่กันแต้มสีต่างๆ ลงบนเฟรม แล้วก็ได้ภาพที่ดูไปดูมาก็สวยดี เช่นภาพดอกไม้ช่อนี้ จริงๆ มันคือภูเขาไฟที่ระเบิดพ่นลาวาออกมา แต่ดูแล้วกลายเป็นช่อดอกไม้สารพัดสีสัน ความเก็บกดของคนมันมีทางระบายหลายแบบ บางคนระบายด้วยความโหดร้าย แต่พี่ไม่ชอบอะไรที่มันรุนแรงโหดร้ายก็เลยออกมาแบบที่พี่เป็น หลายปีมานี้ พี่อาศัยการสวดมนต์บทต่างๆ เพื่อให้ใจสงบ และพี่ก็ไม่หวังร้าย ไม่คิดร้ายกับใครใครจะร้ายก็ให้เขาร้ายไป เราไม่ร้ายด้วย คนที่ไม่รู้จักเราจริงๆ อาจจะนึกว่าพี่เป็นคนเหวี่ยง เป็นคนวีน เป็นคนร้าย แต่คนที่รู้จักเราดี เขาจะบอกว่าเราเป็นคนเฉยๆ ส่วนเรื่องการแต่งตัวเปรี้ยว หรือแต่งตัวสวยตามสไตล์ของพี่ก็เป็นเพียงการระบายความเครียดของจิตใจออกมาในแบบนั้น จริงๆ แล้วพี่ไม่ใช่คนช่างพูด ไม่ชอบพูดกับคนมากนัก เพราะไม่รู้จะพูดอะไร อายด้วย พูดมากก็เรื่องมากบางคนหาว่าพี่หยิ่งเพราะสวย จริงๆ เราไม่เคยคิดว่าเราสวยเลย แต่เราไม่ชอบพูด เพราะเราเครียดจนไม่อยากจะพูดกับใคร ก็จึงแสดงออกด้วยการแต่งตัว
l สุดท้ายอยากให้พี่ติ๋มฝากข้อคิดถึงใครก็ตามที่กำลังหดหู่ สิ้นหวังกับชีวิต จนคิดว่าไม่อยากอยู่บนโลกนี้ต่อไป เพราะพี่ติ๋มผ่านฉากที่เลวร้ายของชีวิตมาแล้ว แล้วก็สามารถยิ้มกับชีวิตได้

ไม่รู้จะบอกอะไร ไม่มีอะไรพูด พี่ก็ไม่ใช่คนเข้มแข็งมากนัก แต่พี่บอกกับตัวเองว่า ต้องอยู่ให้ได้ และต้องมีความสุขกับชีวิตเท่าที่จะทำได้ เครียดไปก็เท่านั้น ทำใจแล้วยอมรับความจริงว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องอยู่กับมันด้วยสติ เครียดมากๆ ก็สวดมนต์ สวดไปเถอะ กี่สิบกี่ร้อยจบก็ได้ สวดไปเรื่อยๆ แล้วพี่ติ๋มบอกกับเจ้าก้อนโตๆ ที่คอตลอดเวลาว่า ไม่มีที่อยู่ก็อยู่
กับฉันได้ แต่อย่าโตมากไปกว่านี้เลยนะ เดี๋ยวมันจะโตกว่าหน้าของฉัน เธออยากอยู่ก็อยู่ไป เวลาฉันไปนอกบ้าน ฉันก็จะปิดเธอไว้ก็แล้วกัน ขอร้องว่าอย่าทำให้ฉันเจ็บจนอยู่ต่อไปไม่ได้ ฉันกับเธออยู่ด้วยกันได้ ฉันไม่โกรธเธอ เพราะเธอก็ต้องการมีชีวิตอยู่ ฉันก็ต้องการมีชีวิตเช่นกัน ถ้าเช่นนั้น เราก็พึ่งพาอาศัยกันและกันก็แล้วกันนะ
คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวัน อาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และสามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน
