#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/451959
.jpg)
สุดภาคภูมิใจ ศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ ส่งเยาวชนไทย แสดงโขนหน้าพระที่นั่ง กรมสมเด็จพระเทพฯ
“ดนตรีไทยไม่สิ้นแล้ว เพราะพระทูลกระหม่อมแก้วเอาใจใส่” คำกล่าวของ อาจารย์เสรีหวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ถูก ผศ.ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม (ครูแป๊ะ) ผู้กำกับการแสดงและกำกับเวที หยิบยกขึ้นมากล่าวอีกครั้ง หลังจบงานแสดงโขนใหญ่ประจำปีชุด “ราพณ์พ่ายบารมี พระจักรีครองเมือง” ของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนำนักแสดงเยาวชนกว่า 200 ชีวิต แสดงโขนหน้าพระที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม 2562 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ
.jpg)
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการแสดงโขน
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวหลังจบการแสดงโขนรามเกียรติ์หน้าพระที่นั่ง ครั้งนี้ว่า “ภายหลังจบการแสดง กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งถามถึงการฝึกซ้อมคณะโขนเยาวชนของเราว่าฝึกกันอาทิตย์ละวันจริงหรือ และยังทรงสนพระทัยการฝึกของเด็กๆ ที่พากย์โขน ซึ่งทำให้พวกเราต่างปลื้มปีติ ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของเยาวชนคนโขน คณะครู และคณะผู้ทำงานของศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ หากย้อนกลับไปทางสถาบันเริ่มโครงการฝึกเยาวชนโขนไทยมาเกือบ 10 ปี โดยเริ่มรับสมัครเยาวชน จากชุมชนโดยรอบที่ตั้งของสถาบันคึกฤทธิ์ และเยาวชนจากโรงเรียนใกล้เคียง ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2553 ตอนนั้นมีคนเข้าเรียนและฝึกหัด 70 คน ต่อมามีการก่อตั้งศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ขึ้นในปี2555 จนมาถึงวันนี้ มีเยาวชนผู้สนใจเข้าเรียนศิลปะไทยเพิ่มมากขึ้นถึง 630 คน ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าควรจะเก็บรักษาศิลปะความเป็นไทยไว้ในตัวเยาวชน ให้พวกเขาเป็นกำลังสืบทอดวัฒนธรรมของชาติต่อไป การที่ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแสดงโขนเยาวชนของสถาบันคึกฤทธิ์ในครั้งนี้ถือเป็นมิ่งขวัญแก่มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์ฯที่จะดำเนินกิจกรรมสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมให้ดำรงสืบไป”
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โขนรามเกียรติ์ตอน “ราพณ์พ่ายบารมีพระจักรีครองเมือง” จับความตอน สงครามครั้งสุดท้ายระหว่างฝ่ายมนุษย์ ได้แก่ พระราม พระลักษมณ์และกองทัพวานร และ กองทัพอสูร ได้แก่ ทศกัณฐ์ และบรรดาไพร่พลอสูร หลังการปะทะทัพกลางเวที ฝ่ายพระรามได้รับชัยชนะ สงครามยุติลงพระรามจึงเดินทางกลับนครอโยธยา บรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงอโยธยา
ผศ.ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม (ครูแป๊ะ) กล่าวถึง เยาวชนไทยกับโขน ว่า “ปัจจุบันส่วนตัวผมมองว่า โขนกำลังฟื้นตัวนะ มันมีแรงผลักดันให้เด็กสมัยใหม่ต้องการเรียนโขนมากขึ้น ทั้งได้เล่น ได้ออกกำลังกาย โขนปัจจุบันไม่ได้ยืดเยื้อเช่นสมัยก่อน มีตอนที่สนุกสนานก็มี ทำให้เด็กๆ ที่เข้ามาเรียนสนุก อีกทั้งหลายๆ หน่วยงานให้การสนับสนุน เช่นมีชมรมโขนต่างๆ ทั้งในบางโรงเรียนยังสอดแทรกวิชาการแสดงโขนเข้าไปด้วย ยิ่งเป็นการต่อลมหายใจให้กับมรดกวัฒนธรรมชิ้นนี้ ตอนนี้การแสดงโขนกลายเป็นความนิยมของเด็กสมัยใหม่บางกลุ่มไปแล้วและยังมีคนรุ่นใหม่ต้องการที่จะสมัครเข้าเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ในทุกๆ ปี เนื่องจากเรามีคณาจารย์ ซึ่งได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติมาสอนถึง 3 ท่านด้วยกัน ซึ่งการฝึกฝนนั้นครูทุกท่านต่างลงฝึกฝนเด็กๆ ด้วยตัวเองทั้งสิ้น”
หลังผ่านการแสดงโขนรามเกียรติ์หน้าพระที่นั่ง ขวัญและกำลังใจของเยาวชนคนโขนคณะครู และคณะผู้ทำงาน ของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ ต่างมีพลังที่จะเดินหน้า ส่งต่อศิลปะไทยสู่หัวใจของเยาวชนไทยต่อไป