‘วราวุธ-ธรรมนัส’เอาจริง ‘ปารีณา’อ่วม ถ้าพบผิดโดนดำเนินคดีแน่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459241

news_default

‘วราวุธ-ธรรมนัส’เอาจริง ‘ปารีณา’อ่วม ถ้าพบผิดโดนดำเนินคดีแน่

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

‘วราวุธ-ธรรมนัส’เอาจริง

‘ปารีณา’อ่วม

ถ้าพบผิดโดนดำเนินคดีแน่

ร้องสอบ21สส.-5สว.รุกที่ป่า

ปปช.ลุยเช็ค13สส.ปมที่ดิน

รมว.ทรัพยากรฯลั่นกรมป่าไม้ เอาจริงปมที่ฟาร์มไก่ “ปารีณา” รุกป่า ถ้าผิดดำเนินคดีแน่ ย้ำต้องทำรอบคอบหวั่นโดนฟ้องกลับ “กรมป่าไม้”เร่งฝ่ายกฎหมายตีความที่ดิน “ปารีณา”682 ไร่ มอบให้ส.ป.ก.เป็นเขตปฏิรูปที่ดินแล้วแต่ยังไม่จัดสรรสิทธิ์ เป็นที่ป่าไม้หรือไม่ หากสรุปเป็นที่ป่าไม้จะดำเนินคดีเพิ่มแน่ ด้าน“ธรรมนัส “ย้ำชัด “สส.เอ๋”ขาดคุณสมบัติ เกษตรฯ ยันพร้อมลุยยึดคืนพื้นที่ สปก.จากนักการเมือง ขณะที่”อัจฉริยะ”ร้อง ปทา.ฟสอบ21ส.ส.-5ส.ว.รุกที่ป่า ด้านประธาน ป.ป.ช.ระบุเตรียมลุยเช็กอีก13สส.ปมถือครองที่ดิน ภบท.5ที่ถูกร้องเรียน

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) และประธานยุทธ์ศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในข้อหาบุกรุกที่ป่าไม้ 682 ไร่ว่าจากที่มีข่าวหลายฝ่ายเป็นห่วงนั้นตนยืนยันว่า การดำเนินคดีในพื้นที่เกือบ 700 ไร่นั้นต้องใช้ความรอบคอบ ไม่อยากทำอะไรลวกๆ การมาจี้ให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯดำเนินคดีนั้น อยากให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่าเราดำเนินคดีแน่นอน และในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานคือกรมป่าไม้ ดำเนินการอย่างรอบคอบ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาฟ้องร้องกันในภายหลังได้ ตนต้องให้ความสำคัญกับสถานะทางกฎหมายของตัวส่วนราชการเองด้วย ดังนั้นการเร่งรัดทำอะไร ทำแบบถูกใจทำได้ง่าย แต่การทำแบบถูกต้องนั้นต้องรอบคอบให้มาก

บิ๊กท๊อปลั่นถ้าผิดดำเนินคดี‘ปารีณา’แน่

“การจะยึดเอาผิดเลยในทันทีเรียกว่าทำแบบถูกใจ แต่ถึงที่สุดแล้วหลายฝ่ายที่ออกมาแสดงความเป็นห่วง ท่านไม่ได้เป็นคนโดนฟ้องกลับ กลายเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเป็นคนโดนฟ้องร้องกลับ ดังนั้นในการทำงานผมจึงได้ให้นโยบายกับทางส่วนราชการว่าให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ ซึ่งการดำเนินการแบบถูกต้องกับถูกใจนั้น อาจจะไม่เหมือนกัน อาจจะไม่ทันใจ คนบางกลุ่มบางท่านก็ต้องขออภัย แต่ผมยึดเอาความถูกต้อง และความรอบคอบเป็นหลัก” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ ระบุว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการรุกป่าเกิดขึ้นจริง ยืนยันว่าเราดำเนินการอย่างแน่นอน ดำเนินคดีแน่นอน ไม่ละเว้นแต่อย่างใด

อย่าสับสนระหว่างคำว่าละเว้นกับคำว่ารอบคอบ ยืนยันตนไม่เคยมีความคิดที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ความรอบคอบก็ต้องมี และตนให้ความสัมคัญกับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงเป็นหลัก และในความเป็นจริงแล้วเรื่องของ น.ส.ปารีณา เป็นเรื่องของกระบวนการที่ส่วนราชการมีระเบียบในการดำเนินการอยู่แล้ว ฉะนั้นทุกฝ่ายไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง

ย้ำไม่ได้หายไปไหน-ไปประชุมสเปน

“ผมก็ไม่ได้หายหน้าไปไหนตอนนี้อยู่ที่ประเทศสเปนมาเข้าร่วมประชุมสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งมีผู้นำทุกประเทศทั่วโลกมาร่วมประชุมกันที่สเปน ก่อนหน้านี้จะจัดการประชุมนี้ที่ประเทศชิลี แต่เมื่อมีปัญหาจึงย้ายมาจัดที่สเปน และผมได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มาปฎิบัติหน้าที่แทน ส่วนการดำเนินการของส.ป.ก.นั้น เราตอบแทนไม่ได้ เป็นเรื่องที่ส.ป.ก.ต้องอธิบาย แต่ในส่วนของกรมป่าไม้ที่มีการบุกรุกนั้นฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน” รมว.ทส.กล่าว

ธรรมนัสลั่นต้องเอาผิดตามกฎหมาย

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการ คดี กับ นส. ปารีณา ไกรคุปส์ ว่า ล่าสุดล่าสุด ได้สั่งการให้ทางทีมกฎหมาย สปก. เร่งดำเนินการ ตามกรอบกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งจากการตรวจสอบคุณสมบัติ ของ นส. ปารีณา พบว่า ไม่มีคุณสมบัติ ที่เข้าเงื่อนไขที่จะได้จับการจัดสรรที่ดิน จาก พรบ. ปฏิรูปที่ดิน ของ สปก. เนื่องจากมีอาชีพ เป็น สส. ชัดเจนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานทางด้านการเมืองไม่ใช่เวลาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมจึงขาดเงื่อนไข ความเป็นเกษตรกร ที่จะได้รับการจัดสรรที่ดิน อย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบเอกสาร ที่ ขอส่งมอบคืน ที่ สน. ปารีณาส่งมา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 62 ที่ผ่านมา นั้นจากการตรวจสอบพบว่า มีเงื่อนไขในการคืนที่มาด้วย จึงให้ทางฝ่ายกฎหมาย สปก. ประสาน ไปยัง นส. ปารีณา เพื่อทำหนังสือส่งมอบมาใหม่อีกครั้ง เพื่อป้องกันการเรียกร้องสิทธิ์ภายหลัง โดยยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นแน่นอน

ย้ำชัด’ปารีณา’ขาดคุณสมบัติเกษตร

“ คุณ ปารีณา คิด อย่างไร ผมไม่ทราบเพราะที่ผ่านมาเค้าเข้าใจผิดมาโดยตลอด งเราชัดเจนตามหลักฐานที่มี ว่ากรมป่าไม้ส่งให้เราเมื่อไหร่ เราประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ เมื่อไหร่ ส่วนคุณปารีณาจะมาบอกว่าเค้าเสียภาษีบำรุงท้องที่เป็นสิทธิ์เค้ามันไม่ใช่ มันต้องเอากฎหมาย สปก. เป็นหลัก เค้าไม่มีสิทธิ์ เป็นเกษตรกร เพราะเค้าเป็น สส. ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่สภาฯ ไม่ใช่ทำการเกษตรฯสปก. มันชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนเรื่อง การดำเนินคดี ตาม พรบ. ป่าไม้ เป็นส่วนของ ป่าไม้รับผิดชอบ เราในฐานะกำกับดูแลเรื่องการจัดสรรและให้สิทธิแก่เกษตรกร เราต้องดูว่าขอบเขต สปก. ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้างจำไปทำนอกกรอบกฎหมาย สปก. ไม่ได้ เดี๋ยวจะเป็นศรย้อนกลับมาหาตัวเอง ส่วนจะดำเนินคดี ร่วมกันอย่างไร ระหว่าง กรมป่าไม้กับ สปก. ผมมอบนโยบายชัดเจนให้ประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งฝ่ายกฎหมายจะเป็นคนดำเนินการทั้งหมด ต้องไปดูรายละเอียด ให้ชัดเจน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

พร้อมลุยยึดคืนที่สปก.นักการเมือง

ในส่วนของบุคคลอื่น ที่มีการครอบครองพื้นที่ สปก. โดยขาดคุณสมบัติความเป็นเกษตรกร โดยเฉพาะ นักการเมือง นั้น ตนยืนยันว่าระหว่างที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช. เกษตรฯ ที่ดูแลหน่วยงาน สปก. ไม่ว่า จะเป็น ใครก็ตามเมื่อเป็นพื้นที่ ของหลวง ถ้าไม่มีคุณสมบัติ ความเป็นเกษตรกร ตามกรอบกฎหมาย สปก. ต้องคืน พื้นที่ ให้กับทาง สปก. ทุกคน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และยืนยันว่าทุกคนที่ได้ที่ดิน สปก. มาโดยมิชอบ ต้องคืนพื้นที่ กลับมา เป็นของ สปก. จากนี้ไป ตนมอบให้ทางฝ่ายกฎหมาย สปก. ไปดำเนินการยึดคืนทั้งหมด โดยจะเริ่มมาตรการจากเบาไปหาหนัก ตามขั้นตอน เริ่มจากการเจรจา ดีๆโดยไม่ต้อง ใช้บังคับ ตาม ม. 44 หาก ไม่คืน จะต้องใช้ม44 ทั้งหมด ขณะนี้กำลังประสานงานไปยัง ปปช. เพื่อขอข้อมูล ทั้งหมด จากนั้น จะดำเนินการตรวจสอบ ทุกแปลงก่อน ยึดคืน เพื่อ นำไปจัดสรรให้กับเกษตรกร ผู้ยากไร้ต่อไป

ป่าไม้เร่งฝ่ายกฎหมายตีความที่ดิน

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาด่วนทีสุดว่า ที่ดิน 29 แปลง เนื้องที่ 682 ไร่ที่น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐครอบครองอยู่ โดยเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ส่งมอบให้สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) และส.ป.ก. ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่พ.ศ. 2554 แล้ว แต่ยังไม่นำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธินั้นยังคงถือเป็นที่ตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติและพ.ร.บ. ป่าไม้หรือไม่ หากชัดเจนว่า ยังคงเป็นที่ป่าไม้ จะดำเนินคดีฐานความผิดบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่ม

โดยกำชับให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุดเนื่องจากยังมีความเห็นเป็น2ด้านโดยด้านหนึ่งยึดถือตามการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งระบุว่า เขตปฏิรูปที่ดินซึ่งส.ป.ก.ได้มีแผนการดำเนินการงานและงบประมาณเพื่อจัดสรรสิทธิแล้วถือว่า เป็นที่ดินของส.ป.ก. ส่วนอีกด้านหนึ่งยึดถือตามคำตัดสินของศาลฎีกาที่พิพากษาลงโทษผู้ครอบครอบเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งยังไม่เข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิว่า ยังคงถือเป็นที่ดินตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ดังนั้นจะเข้าข่ายบุกรุกที่ป่าไม้ซึ่งพร้อมจะดำเนินคดีแก่ผู้ครอบครองตามมาตรฐานเดียวกันทุกราย

อัจฉริยะร้องสอบ21ส.ส.-5ส.ว.รุกที่ป่า

บ่ายวันเดียวกัน นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำเอกสารหลักฐานการยื่นบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 21 คน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 5 คน และข้าราชการ 4 คน มายื่นให้ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ผบก.ปทส.)และกรมป่าไม้ เพื่อทำการตรวจสอบดินที่ ภบท.5 ในเขตป่าไม้หรือเขตป่าสงวน และที่ดิน ส.ป.ก.ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวครอบครองถูกต้องด้วยกฏหมายหรือไม่

โดยนายอัจฉริยะระบุว่าจำนวนนักการเมืองที่นำมาตรวจสอบวันนี้ มีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคภูมิใจไทยและพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นต้น โดยหนึ่งในนั้นคือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ซึ่งครอบครองพื้นที่ ภทบ.5 จำนวน 120 ไร่ ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่ นักการเมืองบางรายครอบครองพื้นที่ ภทบ.5 สูงถึงกว่า 300 ไร่

ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯระบุว่า การครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไม่สามารถเอาผิดได้นั้น ส่วนตัวมองว่า เป็นการเข้ามาแทรกแซงการทำงานของอัยการและศาลซึ่งไม่มีสิทธิทำได้ คดีที่ดิน ส.ป.ก. นั้นเป็นความผิดทางอาญา ไม่สามารถยอมความได้ ที่ผ่านมา มีฎีกาในลักษณะนี้ปรากฎให้เห็นและศาลลงโทษทุกคนที่บุกรุกพื้นที่ป่า แต่เหตุใดทำไมนางสาวปารีณาถึงไม่ถูกดำเนินคดี อีกทั้งปัจจุบันนางสาวปารีณาไม่ใช่เกษตรกร และแม้จะเป็นเกษตรกรก็มีสิทธิครอบครองที่ดินแค่ 50 ไร่เท่านั้น

หากมีการคืนที่ดินก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ใครจะรับผิดชอบ ทั้งนี้ วันที่ 21 ธ.ค. 62 นายอัจฉริยะ จะเดินทางไป จ.ราชบุรี เพื่อแจ้งความเอาผิดกับข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนทั้ง เลขาธิการ ส.ป.ก. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี และส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ หลังเข้าไปดำเนินการด้านสาธารณูปโภคและให้ความช่วยเหลือในที่ดินของนางสาวปารีณา

ปปช.ลุยเช็ก13ส.ส.ถือครองที่ ภบท.5

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ระบุว่า ป.ป.ช.ได้เร่งตรวจสอบเรื่องการทุจริต ที่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่า จะไม่มีสำนวนใดขาดอายุความ จนไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำการทุจริตได้ โดยในส่วนของความคืบหน้าในการตรวจสอบทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐนั้น เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้เข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมป.ป.ช.ในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้หาข้อมูลอย่างรอบคอบที่สุด และดำเนินการตรวจสอบไปตามกระบวนการ ซึ่งจะมีเวลา 180 วันในการตรวจสอบ แต่เชื่อว่า ป.ป.ช.จะสามารถสรุปสำนวนนี้เสร็จก่อนคดีอาญา ที่น.ส.ปารีณาถูกแจ้งข้อกล่าวหา

ส่วนกรณีข้อร้องเรียนที่ให้ตรวจสอบ 13 ส.ส. 6 พรรคการเมือง ที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินที่ดินและมีเอกสารภบท.5 นั้น กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อมีผู้ยื่นเรื่องร้องมาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน และไต่สวนให้เกิดความกระจ่าง

ประธาน ป.ป.ช. ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการสรรหากรรมการป.ป.ช.อีก 2 ตำแหน่งที่ว่างลงนั้น ว่า ขณะนี้ปิดรับสมัครตามขั้นตอนของการสรรหาแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการสรรหาฯ จากนั้นจะอยู่ในที่ประชุมวุฒิสภารับรองเห็นชอบ คาดว่าจะสรรหากรรมการ ป.ป.ช.อีก 2 คนได้ แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ แต่ช่วงระหว่างนี้คณะกรรมการป.ป.ชที่เหลือทั้ง 7 คน ยังดำเนินการตรวจสอบและไต่สวนข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง และพร้อมจะมีมติในคดีที่สำคัญๆ โดยไม่ต้องรอให้กรรมการครบทั้ง 9 คน เพราะขณะนี้ก็มีองค์ประชุมครบอยู่แล้ว.

Leave a comment