ปัญหาพบบ่อยที่ผู้หญิงควรรู้ ภาวะเชื้อราในช่องคลอด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453701

news_default

ปัญหาพบบ่อยที่ผู้หญิงควรรู้ ภาวะเชื้อราในช่องคลอด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภาวะเชื้อราในช่องคลอด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยของการอักเสบในช่องคลอด โดยผู้หญิง3 ใน 4 คน เคยติดเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตและหลายคนติดเชื้ออย่างน้อยสองครั้ง ภาวะเชื้อราในช่องคลอดทำให้เกิดอาการบวม คันและระคายเคือง รวมถึงมีตกขาวออกจากช่องคลอดได้

พญ.ปรียานาถ กำจรฤทธิ์ ศูนย์สูติ-นรีเวชโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ความรู้ว่า ภาวะเชื้อราในช่องคลอดไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แต่การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อราเชื้อราที่พบได้บ่อยที่สุดคือเชื้อ CandidaAlbicans รองลงมาคือเชื้อ Candida Grabata เพราะเป็นเชื้อที่สามารถยึดติดกับเซลล์บุช่องคลอดได้ดี

อาการของภาวะเชื้อราในช่องคลอด อาการของภาวะติดเชื้อราในช่องคลอดมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง บางคนอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ถึงแม้จะติดเชื้อก็ตาม อาการที่พบได้มีดังนี้ คันและระคายเคืองบริเวณช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด, มีอาการบวมบริเวณอวัยวะเพศ, รู้สึกแสบร้อนขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ, มีผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศ, มีตกขาวเป็นสีขาวครีมข้น ไม่มีกลิ่นบางครั้งอาจมีลักษณะเป็นน้ำได้เช่นกัน

และผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะติดเชื้อราที่ซ้ำซ้อนหากมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น มีอาการบวมแดงคันที่รุนแรงจนทำให้เกิดแผลและเจ็บปวดบริเวณช่องคลอด, มีการติดเชื้อรา 4 ครั้ง หรือมากกว่าต่อปี, ติดเชื้อราสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่Candida Albicans, กำลังตั้งครรภ์, เป็นโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุม,มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำเพราะโรคบางชนิด เช่น ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี

สาเหตุการติดเชื้อราในช่องคลอดเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งทำลายเชื้อแบคทีเรียดีในช่องคลอดทำให้เกิดการติดเชื้อราในช่องคลอด ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น จากการตั้งครรภ์การรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงหรือการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด รวมถึงโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุม ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่องคลอดมากขึ้นและระบบภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้รับการบำบัดด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

ส่วนวิธีการรักษา คุณหมอเผยว่า การรักษาแตกต่างออกไป กับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ หรือโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติผู้ป่วย เช่น เคยมีประวัติเกิดการติดเชื้อราหรือมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่ ตรวจภายในและตรวจดูความผิดปกติของลักษณะภายนอก หลังจากนั้นแพทย์จะเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากช่องคลอดเพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการสำหรับการป้องกัน การปฏิบัติตัวตามหลักสุขอนามัยช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ อย่างเช่น การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุล การรับประทานโยเกิร์ตหรืออาหารเสริมที่มีแลคโตบาซิลลัส ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของความเป็นกรดด่างในช่องคลอด สวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายผ้าลินินหรือผ้าไหม รวมถึงสวมกางเกงและกางเกงชั้นในที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะเป็นการนำเชื้อแบคทีเรียดีที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อออกจากร่างกาย ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน เช่น ชุดว่ายน้ำหรือชุดออกกำลัง ไม่ใช้แผ่นอนามัยและเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างสม่ำเสมอขณะมีประจำเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น นั่นเอง

Leave a comment