สสส. หนุนเยาวชนเปลี่ยน ‘ไอเดีย’ เป็น ‘นวัตกรรม’ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/453493

สสส. หนุนเยาวชนเปลี่ยน ‘ไอเดีย’ เป็น ‘นวัตกรรม’ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากผลงานกว่า 132 โครงการของเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้งระดับมัธยมและอาชีวศึกษา ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดอย่างล้นหลามใน “โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ : THAI HEALTH INNO AWARDS ครั้งที่ 2” จนเหลือเพียง18 ผลงานที่โดดเด่นและผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าสู่รอบสุดท้าย

และเพื่อให้นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่เหล่าเยาวชนทั้ง 18 ทีม คิดค้นขึ้นมานั้นสามารถตอบโจทย์ การเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างเสริมสุขภาพอย่างได้ผลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จึงได้จัดกิจกรรม Workshop“การพัฒนาศักยภาพนวัตกรรุ่นใหม่ ด้านนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ”เพื่อติดอาวุธความคิดต่อยอดไอเดียเพิ่มเติมให้เหล่าเยาวชน เพื่อให้ได้รับรู้และเข้าใจงานทางด้านเสริมสร้างสุขภาพอย่างถูกต้อง เพิ่มทักษะการคิดและพัฒนานวัตกรรมของแต่ละทีม โดยมีผู้เชี่ยวชาญและกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้ไอเดียดีๆ เหล่านั้นถูกยกระดับและพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมในด้านการสร้างเสริมสุขภาพโดยมี นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 สสส. กล่าวเปิดงานและให้ความรู้และความเข้าใจถึงแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ ของสสส.

นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์  แห่ง สสส. กล่าวเปิดงาน

สำหรับจุดเด่นของกิจกรรม Workshop  ในครั้งนี้คือจะมีการแยกกลุ่มระหว่างนักเรียนและครูที่ปรึกษาออกจากกันเพื่อให้ความรู้ ในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานที่แตกต่างโดยกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหลังจากได้รับความรู้จากกิจกรรมเรียนรู้แนวคิด กระบวนการเสริมสร้างสุขภาพตามกฎบัตรออตตาวา (Ottawa Charter)จากการบรรยายของ ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนงานนวัตกรรม สสส. เยาวชนทั้ง 18 ทีม ก็จะสนุกสนานกับกิจกรรม “จีบ” ซึ่งเป็นกิจกรรมแฝงควารู้ สอนให้เข้าใจกระบวนการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาหลักของการเรียนรู้คือ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เช่นเดียวกับกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษาที่แยกห้องไปอีกห้องหนึ่ง เพื่อเพิ่มอาวุธสำคัญคือ วิธีให้คำปรึกษาและรับฟังด้วยหัวใจ (Coaching and Deep Listening)เพราะวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการประกวดนวัตกรรมในครั้งนี้คือ การทำให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการกลายเป็น “นวัตกรรุ่นใหม่” ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ในขณะที่ครูที่ปรึกษาก็จะทำหน้าที่เป็น “โค้ช” ที่ดีที่สามารถช่วยให้เด็กๆ สามารถสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ยังให้เด็กๆ นำโครงการที่คิดค้นมาวิเคราะห์ด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ โดยมีวิทยากรกระบวนการ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จำนวนมากมาทำหน้าที่ ที่ปรึกษา ช่วยให้คำแนะนำช่วยวิเคราะห์และเสนอแนวคิดให้แก่ทีมต่างๆ เพิ่มเติมทำให้นวัตกรรมและกระบวนการที่แต่ละทีมคิดค้นขึ้นมีโอกาสเป็นไปได้จริงภายใต้ช่วงเวลาและงบประมาณที่กำหนดโดยได้ผลสูงสุด

“ครูฟาง” สมลักษณ์ พัดค้อ

“น้องกั๊ง” ชลิตา หวานซึ้ง จากทีมBoripat Health Care โรงเรียนบริพัตรศึกษา จากอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกถึงสิ่งที่ตนและทีมได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่าสิ่งที่ได้คือความรู้ใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในงานของเราได้”

ความรู้ใหม่ๆ ของชลิตาก็คือกระบวนการคิดเชิงออกแบบหรือDesign Thinking นั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ “ครูฟาง” สมลักษณ์ พัดค้อ อาจารย์ที่ปรึกษา โครงการเครื่องผลิตน้ำหมักจากฝักคูน โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระบุว่า จากการสังเกต เมื่อนำกระบวนการคิดเชิงออกแบบมาใช้ จะทำให้แนวทางการทำงานชัดเจนขึ้นและทำได้เป็นลำดับขั้นตอนมากขึ้น และเมื่อรู้ถึงแนวทางการให้คำปรึกษาและรับฟังด้วยหัวใจ ก็พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก

ในส่วนของที่ปรึกษาและคณะกรรมการปาพจน์ ตันสุวรรณ ผู้ชำนาญการ(โครงการพิเศษ) ศูนย์ส่งเสริมองค์กรคุณภาพ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าความพอใจการจัดงานครั้งนี้ที่นำทั้งนักเรียนและครู มาให้ความรู้ทางด้าน Design Thinkingและแนะนำเทคนิค coaching ให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นการได้ประโยชน์อย่างมากทั้งครูและนักเรียน

“ผมคิดว่า สสส. ประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กและนักเรียน และหวังว่าพวกเขาจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ ซึ่งนั่นก็น่าพอใจมากแล้ว”

“น้องกั๊ง” ชลิตา หวานซึ้ง

Leave a comment