#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/456732

อาการฟกช้ำและปวดเคล็ด
ในชีวิตประจำวันของคนเราที่ต้องทำสิ่งต่างๆ มากมายตลอดทั้งวัน เราอาจพบเจออุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการฟกช้ำได้ทั้งโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แม้ว่าอาการเหล่านี้จะไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรทราบวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อบรรเทาอาการให้ดีขึ้นหากเกิดเหตุการณ์กับตนเอง
รศ.นพ.วธวรรธน์ ลิ้มทองกุล แห่งรพ.จุฬาฯ เผยถึง สาเหตุและอาการ ฟกช้ำ ว่า เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับส่วนต่างๆ ของร่างกายเมื่อถูกกระแทก หรือถูกชน หรือถูกต่อย ทำให้มีเลือดออกในชั้นใต้ผิวหนังมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับความแรงที่มากระทบสำหรับผู้สูงอายุแม้แรงกระทบมีไม่มากแต่เนื่องจากเนื้อเยื่อและเส้นเลือดภายในร่างกายค่อนข้างเปราะบาง จึงเกิดการฟกช้ำได้ง่าย และอาจมีเลือดเป็นจ้ำๆ ห้อเลือดทั่วไปตามร่างกาย หรือในบางรายที่หลังถูกกระแทก และไม่ได้รับการรักษาเบื้องต้นอย่างถูกวิธี อาจทำให้การฟกช้ำของหลังมีมากได้
การรักษาแผลฟกช้ำ แบ่งเป็นมีอาการฟกช้ำในภาย 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็น ด้วยน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-30 นาที ส่วนรอยช้ำบริเวณศีรษะและใบหน้าให้ประคบด้วยน้ำแข็ง หรืออาจใช้ผ้าม้วนให้หนาพอ กดบริเวณที่ฟกช้ำเพื่อลดบวม
มีอาการฟกช้ำหลัง 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบร้อน วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที อาการบวมจะค่อยๆ ลดลง ปกติภาวะฟกช้ำจะดีขึ้นและหายได้ภายใน 10-14 วัน
ปกติภาวะฟกช้ำจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้ภายใน 10-14 วัน ในกรณีที่ยังไม่หายและมีอาการหลงเหลืออยู่ หรือบางครั้งฟกช้ำมากๆ จนมีเลือดที่ออกมาใต้ผิวหนังสะสมอยู่โดยที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมกลับได้หมด ในกรณีนี้จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อการตรวจรักษาและเอาเลือดที่คั่งค้างอยู่ออก