#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/460249

ทุ่มให้งานเต็มร้อย‘ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์’ นายแบบอินเตอร์สู่นักแสดงมืออาชีพ
ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ เล่นละคร สำหรับหนุ่มหล่อสไตล์เกาหลี “ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์” โดยเจ้าตัวเริ่มเข้าวงการตั้งแต่ อายุ 19 ปี เป็นนายแบบคนไทยที่โด่งดังมากๆ ในเกาหลี มีชื่อเกาหลีว่า JO YEON SOO ซึ่งเจ้าตัวเข้าทำงานในวงการเดินแบบถ่ายแบบมา 9 ปี ก่อนจะมาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับค่าย จีดีเอช ห้าห้าเก้า ร่วมเล่นซีรี่ส์ “มาลีเพื่อนรัก..พลังพิสดาร” ในบทบาทของ “พี่ไอติม” และขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัวเรื่องแรกในซีรี่ส์“แก๊สโซฮัก..รักเต็มถัง” ประกบคู่นางเอกสายฮา ไอซ์-ปรีชญา และอีกหลายๆ บาทบาทจนหมดสัญญาเข้าสู่หมวดหมู่เป็นนักแสดงอิสระ
ล่าสุดกับบทบาทล่าสุด ในละครเรื่อง “Voice สัมผัสเสียงมรณะ” ทางช่องทรูโฟร์ยูนับเป็นบทบาทการเป็นนักแสดงสายโหดที่เจ้าตัว ทุ่มทุนยอมเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้ได้ตรงกับคาแร็กเตอร์ที่แสดง กับตัวละคร “แทนคุณ” ซึ่งบอกเลยว่างานนี้ไม่มีหมู ซึ่งเจ้าตัวได้เล่าและเปิดเผยกับ“ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ว่า
“ในเมืองไทยไม่มีค่อยมีซีรี่ส์แนวนี้สักเท่าไร พอได้รับการติดต่อมาก็สนใจที่อยากจะร่วมงานด้วย แถมพอทราบว่าจะมีนักแสดงที่เก่งๆ อย่างพี่แอนดริว เกร็กสัน, พี่แพนเค้ก-เขมนิจ ก็ทำให้รู้สึกว่าถ้าได้เล่นก็จะได้พัฒนาฝีมือไปได้อีกระดับ ด้วยความที่เป็นตัวละครที่สำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมดของเนื้อเรื่อง เพราะตอนนี้ออนแอร์ไปหลายตอนแล้ว คนดูก็น่าจะเริ่มจับทิศทาง และลุ้นไปกับการสืบสวนได้อยู่

ผลตอบรับหลังจากละครออนแอร์?
“คนที่เล่นในเวอร์ชั่นเกาหลี เท่าที่เช็ค กระแสก่อนหน้านี้ก็ผลตอบรับดีมาก และผมก็เชื่อว่าพอเป็นเวอร์ชั่นไทยที่มีการปรับบริบทให้เข้ากับบ้านเรา ก็เชื่อว่าน่าจะชอบกัน แรกๆ ตอนที่จะตัดสินใจรับก็กลัวกดดันละ ครับ เพราะว่า ของที่เกาหลีก็ทำไว้ดีมาก ตอนที่ได้รับการติดต่อมาก็เปิดตัวเวอร์ชั่นเกาหลี รวดเดียวจบเลยเพราะมองว่าถ้าจะรับงานอะไร ก็ต้องศึกษาให้ดีเพื่อผลงานออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งพอมาเป็นบริบทไทยเราก็ไม่ได้ลอกเลียนนะครับ เป็นการทำงานที่ท้าทายก็ว่าได้”
งานหลากหลายขึ้น?
“หลังๆ ก็ดูงานจะหลากหลายขึ้น อย่างเรื่อง เดอะคาราแร็กเตอร์ ก็จะออกจิตๆ หน่อย แล้วเรื่องนี้ที่สำคัญ เป็นคนรวย เพราะที่ผ่านมาบทที่ได้รับจะไม่มีเลยที่เป็นบทคนรวย มีฐานะ ขับรถหรู แต่งตัวภูมิฐาน นอกเหนือจากบทเด็กต่างด้าว ที่เคยเล่นมาแล้ว”

รู้สึกพอใจมากน้อยแค่ไหนกับบทบาทที่ได้รับ?
“สำหรับผมถือว่ายากและท้าทายนะสำหรับการเล่นคาแร็กเตอร์นี้ เพราะผมต้องรักษาระดับการเป็นตัวละครตัวนี้ไว้ตลอดทั้งเรื่อง เพราะบุคลิกเขามีทั้งความกดดัน มีการซ่อนเร้น และอึดอัดและกดดันในตัวเนื้อหา ทำให้ผมต้องอินกับตัวละครตัวนี้ไว้พอสมควร และอีกอย่างในตัวเรื่อง เขาต้องเล่นโยคะ แล้วผมเองก็ต้องถูกเทรนก่อนที่จะถ่ายทำจริงๆ ในการไปเข้าคอร์สฝึกโยคะ มีเทรนเนอร์ส่วนตัว ต้องเล่นท่าที่ใช้ในซีรี่ส์ให้เปะ ตื่นนอนมา ก็ต้องฝึกเล่นท่านี้”
กระแสดีจนหายเหนื่อย?
“ทางผู้กำกับและทีมงานอยากให้มีการตีความในบริบทของไทย ที่ไม่ให้เหมือนกับของเกาหลี จะทำให้อรรถรสของการดูซีรี่ส์ ดูเป็นไทยได้มากขึ้น ตอนนี้ได้รับกระแสที่พูดถึงกันเยอะทีเดียว เพราะอย่างบางตอนถ้าทุกคนได้ดู จะเห็นเลยโปรดักชั่นเป็นของฝั่งไทยที่แจ่มมาก สถานที่ แสงเงา ในการถ่ายทำ คือมีการปรับให้เข้ากับคนไทยได้ย่อมง่ายขึ้น ตรงนี้ผมเองต้องขอออกตัวชมทีมโปรดักชั่นมากๆ แตกต่างอย่างไรดีไม่ดีก็ติชมกันได้ พี่ปีเตอร์ ผกก. จะคอยสแกนอยู่แล้วว่าตรงนี้จะเหมาะกับเป็นซีรี่ส์ไทยมั้ย ตรงนี้ยังไม่ใช่พี่แกจะช่วยสกรีนให้พวกผมไม่หลุดจากกรอบที่วางไว้ได้เป็นอย่างดีครับ

ในบทที่ได้รับทำการบ้านอย่างไร?
“แทนคุณ ผมต้องเล่นดูให้เชื่อว่าตัวละครในเรื่องมีความแข็งแรงของร่างกาย และต้องเป๊ะ เพื่อใช้ในการถ่ายทำอยู่นานหลายเดือนเลย เพราะด้วยข้อจำกัดของเวลาที่ใกล้เปิดกล้อง ส่วนบทของผมเอง มีความอึดอัดกดดัน ให้โจทย์มาก เพราะตัวละครเล่นโยคะในแง่ของร่างกาย”
มีกังวลเรื่องโดนเปรียบเทียบทั้ง 2 เวอร์ชั่นไหม?
“ผมว่าการเปรียบเทียบมีอยู่แล้ว ตรงนี้ทำใจไว้แล้วครับ เพราะของเวอร์ชั่นเกาหลีมีทั้งการแสดง และชื่อเสียง และนักแสดงที่นั่นก็ดังเปรี้ยงเลยครับ ผมเอง
ก็ถือว่าทำในแบบบริบทของไทยและบางมุมก็ปรับมาให้เป็นตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งตรงไหนที่ดูแล้ว เกลียด ตรงไหนที่ดูแล้วอยากติ รับฟังครับผม เป็นนักแสดงต้องได้รับและเปิดทุกโอกาสให้ตัวเอง ในสิ่งที่ท้าทาย ผมนี่ละครับ คือ โอกาสที่ได้รับจากผู้ใหญ่ และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามานะครับ”

ร่วมงานกับ ‘แพนเค้ก’ และ ‘แอนดริว’ เป็นอย่างไง?
“ทั้ง 2 คนเป็นมืออาชีพมากๆ ทั้ง พี่แพนเค้ก และพี่แอนดริว ยิ่งพี่แอนดริว ไม่ต้องบอกเลยครับ เป็นนักแสดงที่ฝีมือเฉียบมากๆ ในแต่ละซีนที่เข้ากับพี่เขา เราจะไม่รู้เลยว่า เขาจะเล่นมุมไหน ออกมา จะแสดงซีนแบบไหน ออกมา เดาใจพี่เขาไม่ได้จริงๆ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ผมได้เก็บเกี่ยวกับคนเก่งๆ และได้สัมผัสจริงๆ ในซีนนั้น เพราะตอนที่เขาแสดง พี่เขาก็จะอยู่กับตัวของตัวเอง ไม่มีคุยกันเลย ต่างต้องตั้งสมาธิหน้ากองจริงๆ เวลาเข้าฉากทำให้ทุกคนได้จดจ่อกับตัวละครตัวนั้น มีสมาธิ ผมมองว่าจะทำให้ชิ้นงานของเนื้อหา ได้ออกมาดีสมตามความตั้งใจของทุกฝ่าย
เจอนักแสดงระดับเทพมีเกร็งหรือกดดันไหม?
“เกร็งนะครับ ส่วนตัวผมเองก็จะเจอกับนักแสดงมามากมายหลายแบบ แต่ละคนก็จะมีทัศนคติเรื่องการแสดงที่แตกต่างกันออกไป เพราะผมเชื่อว่าพี่เขาก็มีการทำสมาธิของตัวเอง การเตรียมความพร้อมที่จะเข้าฉากในแต่ละคนที่ต่างกันไป”

ก่อนหน้านี้เว้นวรรคจากการแสดงทำให้หายหน้าไป?
“เพราะจากเรื่องก่อนก็กว่าปี แล้วจนมาถึงเรื่องนี้จากด้วยระยะเวลาถ่ายละครของแต่ละเรื่อง หรืออย่างผมเองที่รับเล่นเรื่องก่อน ก็ต้องลดน้ำหนักให้ดูเปลี่ยนแปลง ผอมเพรียวแบบที่ทราบๆ กัน ก็ต้องรักษาภาพของคาแร็กเตอร์นั้นไว้เป็นปี ก็ยังไม่สามารถที่จะรับเล่นเรื่องอื่นๆ เลยทำให้มองว่า ผมขาดระยะในการรับงานแสดงปี เกือบ 2 ปีได้”
ตอนนี้หันมาเป็นนักแสดงอิสระมองตรงนี้อย่างไร?
“ครับผม..ผมมองว่าตั้งแต่เข้าวงการมาใหม่ๆก็มีสังกัดมาตลอด พอไปทำงานที่เกาหลีก็มีสังกัดที่โน่น พอกลับมาทำงานที่เมืองไทย ก็มีสังกัด GDH ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีความรับผิดชอบ และอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ อยากจะลองให้โอกาสดูแล แต่มุมตรงนี้เข้าใจได้นะครับว่า วันหนึ่งอาจจะไม่มีงาน วันหนึ่งอาจจะงานล้น จนทำไม่ทัน ก็เป็นมุมมองที่ได้ลองเลือกแล้ว ค่อยๆ เป็นสเต็ปไปเรื่อยๆนะครับ ถ้ามีโอกาสในอนาคตต่อไปจะค่อยๆ ขยับขยายก็คงจะได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากจะลองอีกครั้ง”
ฝากปิดท้าย?
ตอนนี้ก็อยากจะฝากผลงาน 365 วันบ้านฉันบ้านเธอ ทางไลน์ทีวี, สัมผัสเสียงมรณะ ทางช่องทรูโฟร์ยูและกำลังมีภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้
ยุทธนา นารี
