ส่องเกษตร : คิดแบบเกษตรกร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460830

449007

ส่องเกษตร : คิดแบบเกษตรกร

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลางเดือนธันวาคมของปีนี้ เริ่มมีข่าวเกษตรกรซื้อน้ำมาใช้ในการเกษตรแล้ว ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนหลักๆ หลายแห่งมีน้อยกว่าปริมาณความต้องการใช้ ประเด็นที่จะตามมาคงหนีไม่พ้นว่าไม้ผลไม้ยืนต้นจะผ่านแล้งที่จะถึงนี้ไปได้อย่างไร เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรัง ปลูกพืชไร่หลังนาจะรอดพอที่จะให้ผลผลิตไหม หรือต้องดิ้นรนซื้อน้ำมาประคองตัวกันไป หรือปลูกไปก่อนแล้วค่อยคิดแก้ไขปัญหาที่จะตามมา หลายฝ่ายต่างตระหนักกันดีว่าแล้งนี้ แล้งแน่ๆ แต่ก็ไม่เห็นมีการเตรียมการโดยเฉพาะหัวขบวนที่รับผิดชอบงานนี้ คงมีแต่ความกังวลใจของระดับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรเท่านั้นสิ่งเดียวที่ผมเห็นผ่านตาน่าจะเป็นป้ายขอความร่วมมือในงดทำนาปรัง แต่ก็ไม่ได้เสนอว่าถ้าเกษตรกรงดทำนาปรังแล้ว เกษตรกรจะไปทำอะไรดี

อากาศหนาวที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในหลายพื้นที่คงพอยิ้มได้จากการเตรียมต้นลิ้นจี่ให้มีความอุดมสมบูรณ์ หักยอดอ่อนออกเพื่อรอให้แตกตาดอกเมื่อกระทบอากาศหนาว เมื่ออากาศหนาวถูกจังหวะปีนี้ลิ้นจี่น่าจะได้ออกดอกติดผลแน่ หลังจากที่เป็นพันธุ์ดูใบมาเมื่อปีก่อนแต่ขีวิตการเกษตรที่อาศัยดินฟ้าอากาศก็ไม่แน่นอน หากมีฝนหลงฤดูตกลงมา ตาดอกที่เชื่อว่าติดผลแน่อาจกลายเป็นตาใบ แตกใบอ่อนขึ้นมาแทนก็เป็นได้ ยังต้องลุ้นกันต่อไป หนึ่งปีที่ผ่านไปนั้น โดยที่ลิ้นจี่ไม่ติดผลเลย ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถฝากชีวิตการทำการเกษตรกับลิ้นจี่เพียงสิ่งเดียวได้ ต้องประกอบอาชีพอื่นด้วย จึงจะสามารถใช้ชีวติอยู่ได้

การเรียนรู้ของชาวสวนลิ้นจี่ก็ไม่ได้แตกต่างจากชาวสวนลำไย โดยเฉพาะชาวสวนลำไยในภาคเหนือเริ่มเรียนรู้การตัดแต่งกิ่งและช่อของลำไย เพื่อให้ผลผลิตของลำไยเพิ่มขึ้นจากขนาดผลที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จากที่ไม่เคยมีการตัดแต่งกิ่ง หรือไม่เคยมีการตัดแต่งช่อมาก่อน ซึ่งแตกต่างจากชาวสวนในภาคตะวันออก ที่ปลูกลำไยหลังจากชาวสวนในภาคเหนือแต่มีการนำเทคโนโลยีทางการเกษตรมาปรับใช้การตัดแต่งกิ่งและการตัดแต่งช่อของชาวสวนภาคตะวันออก จึงเป็นเรื่องปกติมาก ในสายตาผมชาวสวนภาคตะวันออก เป็นชาวสวนที่สามารถตัดแต่งและรื้อต้นไม้ทิ้งได้ง่ายๆ แตกต่างจากชาวสวนในภาคอื่นๆ สำหรับชาวสวนลำไยในภาคเหนือเริ่มยอมรับการตัดแต่งช่อผลของลำไย ให้มีจำนวนผลไม่เกิน 60 ผลต่อช่อ ตามคำแนะนำที่นักวิชาการให้แนะนำ แต่กว่าจะยอมรับคำแนะนำดังกล่าวได้ก็ต้องใช้เวลากันพอสมควร เพราะชาวสวนเองก็เสี่ยงว่าหากไม่ติดผล เกิดสภาพอากาศแปรปรวน ผลร่วงขึ้นมา อาจไม่ได้ผลผลิตตามที่หวัง แต่เมื่อมีการทำตามคำแนะนำทางวิชาการแล้ว เกิดผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ชาวสวนลำไยเหล่านี้จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยอมรับคำแนะนำทางวิชาการดังกล่าวเอง และการตัดแต่งกิ่งและช่อของชาวสวนลำไย
ภาคเหนือจะกลายเป็นเรื่องปกติเช่นเดี่ยวกับชาวสวนในภาคตะวันออก

จากกรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเกษตรกรมีความเสี่ยงสูงต่อการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ นอกจากจะต้องมีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีแล้ว สภาพดินฟ้าอากาศยังต้องเป็นใจด้วย ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการทำการเกษตรในฤดูนั้นๆ จึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ การยอมรับเทคโนโลยีของเกษตรกรจากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมหรือนักวิชาการ หลายคนอาจไม่เข้าใจ คิดไปเองว่าเมื่อมีสิ่งดีๆ ไปแนะนำ เกษตรกรก็น่าจะยอมรับและนำไปปฏิบัติ แต่หลายครั้งที่เกษตรกรไม่ปฏิบัติตาม สิ่งเหล่านี้นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย คงต้องทำความเข้าใจเหตุแห่งปัจจัยเหล่านั้นที่มีผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร อย่าเอาความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้ง เข้าใจเขา เข้าใจเรา และคิดถึงความพอดี ความเหมาะสม เป็นที่ตั้ง ทุกอย่างจะสำเร็จและเป็นไปได้เสมอ

สมชาย ชาญณรงค์กุล

Leave a comment