#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/460348

3 นักวิจัยคว้าทุนวิจัย ‘แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2019’ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้มีสุขภาพที่ดียืนยาว
มอบรางวัลทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2019 เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยและการค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านสุขภาพอันจะเกิดประโยชน์กับคนไทย ในงานประชุมวิชาการด้านโภชนาการ “แบรนด์ เฮลธ์ คอนเฟอร์เรนซ์ 2019” เรื่อง “อาหารและโภชนาการเพื่อเสริมสุขภาพสมอง” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงโปรดให้ หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานเปิดงานและมอบทุนวิจัยในครั้งนี้
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชมรมโภชนวิทยามหิดล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และมูลนิธิแบรนด์เฮลธ์เพื่อการวิจัยสุขภาพของคนไทย จัดงานประชุมวิชาการด้านโภชนาการ “แบรนด์ เฮลธ์ คอนเฟอร์เรนซ์ 2019” เรื่อง “อาหารและโภชนาการเพื่อเสริมสุขภาพสมอง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการใช้อาหารและโภชนาการในการดูแลสุขภาพสมอง รวมถึงเผยแพร่งานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เพื่อส่งเสริมสุขภาพสมองและคุณภาพชีวิต ให้แก่บุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยมีแพทย์ เภสัชกร นักโภชนาการ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทั่วไปเข้าร่วมประชุมกว่า 900 คน ณ ห้องสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี
ภายในงานยังมีการมอบรางวัลทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2019 ขึ้น เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยและการค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านสุขภาพ อันจะเกิดประโยชน์กับคนไทยอีกทั้งยังเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางวิชาการของนักวิจัยไทยไปสู่ระดับโลก โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงโปรดให้หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานเปิดงานและมอบทุนวิจัยในครั้งนี้ โดยมีศ.เกียรติคุณ นพ.จอมจักร จันทรสกุล ประธานคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัยฯ ให้การต้อนรับ
ทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2019 เป็นทุนวิจัยต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 มอบทุนวิจัย 500,000 บาททุกปี โดยไม่มีข้อผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิจัยได้รับทุนจากโครงการไปแล้วกว่า 60 ผลงาน โดยในปีนี้มีผลงานที่
ได้รับทุนจำนวน 3 ราย ได้แก่ ศ.ดร.ทพญ.วิภาวี นิตยานันทะ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอโครงงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลผสมสารสกัดธรรมชาติที่มีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งช่องปาก” (Development of gel containing plant-derived compounds with anti-oral cancer activity) เนื่องจากมะเร็งช่องปากมีสาเหตุการเกิดสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเคี้ยวหมากสูบบุหรี่ และดื่มสุรา รวมทั้งการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนปาปิลโลมา ชนิดที่ 16 (HPV-16) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุด และสารสกัดเปลือกทับทิมมีคุณสมบัติยับยั้งการติดเชื้อไวรัส โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์เยื่อบุผิวช่องปาก ดังนั้นผู้วิจัยจึงต้องการนำคุณสมบัติดังกล่าวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เจล ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งช่องปาก
ในประชากรที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เคี้ยวหมาก และผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศต่อการติดเชื้อ HPV-16 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสก่อมะเร็ง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย
รศ.ดร.ดวงดาว ฉันทศาสตร์ ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอโครงงานวิจัยเรื่อง ไอออนโทโฟเรซิสสำหรับนำส่งยาพรามิเพกซอล ผ่านผิวหนัง เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน (Iontophoresis of pramipexole transdermal delivery for the treatment of Parkinson’s disease) โรคพาร์กินสันจัดเป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่พบได้มากเป็นอันดับสอง รองจากโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ซึ่งพบมากในผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เกิดจากเซลล์สมองในซับสแตนเชียไนกราบางส่วนตาย หรือลดจำนวนลง ทำให้สารสื่อประสาทชื่อว่า “โดพามีน” ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายลดลง ทำให้เกิดอาการเคลื่อนไหวช้า สั่น เกร็ง และสูญเสียการทรงตัว รวมทั้งอาจจะมีความแปรปรวนของการนอนหลับ อารมณ์ พฤติกรรม และความจำเสื่อมร่วมด้วย ทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน คุณภาพชีวิตและอายุขัยลดลง ดังนั้นการศึกษานี้จึงมุ่งศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับนำส่งยาพรามิเพกซอลไดโฮไดรคลอไรด์ผ่านผิวหนังด้วยระบบไออนโทโฟเรซิสได้แก่ pH และความเข้มข้นของสารละลายยา ความแรงและรูปแบบของกระแสไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้เป็นวิธีทางเลือกในอนาคตในการรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีปัญหาการกลืนยายาก
ผศ.ดร.พรรัศมิ์ จินตฤทธิ์ ภาควิชาโภชนศาสตร์เขตร้อน และวิทยาศาสตร์อาหาร คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการศึกษาเรื่อง “การศึกษากรดไขมันชนิดสายสั้นที่เกิดขึ้นในกระบวนการหมักกากถั่วเหลืองในอาหาร “ถั่วเน่า” โดยใช้ไมโครไบโอม ตามธรรมชาติเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพและโภชนาการต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของคน” (Studying short chain fatty acid occurring in fermenting process soybean meal in food “Thua-nao” from natural microbiome for usefulness in health and nutrition and their impact on human metabolism) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาและแยกชนิดแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในถั่วเน่า ตลอดจนประโยชน์ในการผลิตสาร Metabolite กรดไขมันสายสั้นที่มีฤทธิ์ต้านสารอักเสบ ยับยั้งการออกฤทธิ์และควบคุมการแสดงออกของเอนไซม์ Histone deacetylase (HDAC) กระตุ้นการแสดงออกของยีนจำเพาะที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแก่ และการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยที่ผ่านมายังไม่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบถึงจุลินทรีย์ในถั่วเน่านำมาซึ่งความเข้าใจและสามารถพัฒนาถั่วเน่าให้เป็นอาหารเสริมสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มคนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นอกจากนี้ยังสามารถนำไมโครไบโอมในถั่วเน่าไปใช้เป็นหัวเชื้อในทางอุตสาหกรรมอาหารและยาต่อไป
ทั้งนี้ การคิดค้นวิจัยองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ นับตัวแปรที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตดังนั้น 3 งานวิจัยข้างต้นนี้จะมีประโยชน์ช่วยเปิดทางการรักษาโรคและดูแลสุขภาพด้วยวิธีใหม่ๆ รวมไปถึงจะเป็นอีกแรงผลักดันและยกระดับการสาธารณสุขไทยเพื่อช่วยตอบโจทย์ปัญหาด้านโภชนาการและสาธารณสุขของไทยอีกทางหนึ่ง