#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/460826

‘เป๊ปซี่โค’ส่งมอบฝายน้ำล้น‘ฝายปู่แซ’ เพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร 3 จังหวัด
รองผู้ว่าฯ วรยุทธ เนาวรัตน์ (กลาง) เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับ วรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ และ ชวาลา วงศ์ใหญ่
บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย)เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวชั้นนำ อาทิ มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ และขนมมัลติเกรนอบกรอบซันไบท์จัดกิจกรรมสร้างฝายน้ำล้น “ฝายปู่แซ”ภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเครือข่ายเป๊ปซี่โค ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทย นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจำนวน 50 ชีวิต พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรในเขตอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ที่อาศัยน้ำในระบบชลประทานในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยการสร้างฝายน้ำล้น เพื่อเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรกรรม อุปโภค บริโภคและแก้ปัญหาน้ำหลากซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบชลประทานและพื้นที่เกษตรกรรมเป็นอย่างมาก รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาและสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน

นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ผู้จัดการอาสุโส ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้งจำกัด กล่าวว่า “พิธีส่งมอบฝายน้ำล้นฝายปู่แซ ในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเครือข่ายเป๊ปซี่โค และเป็นความร่วมมือระหว่าง “บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย)เทรดดิ้ง จำกัด” และ “มูลนิธิรักษ์ไทย”ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยมีเป้าหมายในระยะยาวเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ที่อาศัยน้ำในระบบชลประทานในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการพัฒนาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในครั้งนี้ รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาและสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเป๊ปซี่โคที่เรียกว่า “ผลงานดี สำนึกดี” (Winning with Purpose) เป๊ปซี่โค พยายามที่จะขับเคลื่อนบริษัทให้ดียิ่งขึ้นโดยการบูรณาการเป้าประสงค์นี้ไว้เป็นแกนหลักในการประกอบธุรกิจและแบรนด์ของตน ตลอดจนแบ่งปัน ร่วมอุทิศสร้างสรรค์สังคมเพื่อประชาชนและโลกใบนี้ โดยกิจกรรมนี้สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนในด้านเกษตรกรรม คือความพยายามที่จะยกระดับมาตรฐานการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสิทธิของแรงงานภาคเกษตรกรรมทั่วโลก และด้านน้ำซึ่งเป๊ปซี่โคได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรมและการผลิตที่มีความเสี่ยงสูงต่อทรัพยากรน้ำ เน้นการใช้มาตรฐานและความชำนาญของตนในการวางนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ เพื่อปกปักรักษาลุ่มน้ำในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างปลอดภัย
.jpg)
เป๊ปซี่โค ส่งมอบฝายน้ำล้น ฝายปู่แซ
ชวาลา วงศ์ใหญ่ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เพื่อการผลิตอย่างรวดเร็วและขาดการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าต้นน้ำ เสื่อมโทรม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการตกของฝนจากภาวะโลกร้อนเกิดการกัดเซาะพังทลายของหน้าดิน น้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินและระบบการจัดการน้ำของชุมชนต่างๆ เป๊ปซี่โค ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ได้เข้ามาให้การสนับสนุนในการปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำร่วมกับชุมชน โดยผลลัพธ์ของโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเครือข่ายเป๊ปซี่โค ที่เกิดขึ้น ได้แก่ 1.แผนการบริหารจัดการน้ำ ที่ครอบคลุมการป้องกัน และบรรเทาปัญหาน้ำป่าไหลหลากใน 3 พื้นที่รับน้ำของฝายที่โครงการสนับสนุนการซ่อมแซม 2.เกษตรกรในพื้นที่ 3 อำเภอ จำนวน 385 ครอบครัว มีน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อปลูกข้าว และพืชเศรษฐกิจที่เพียงพอ 3.พื้นที่ทางการเกษตรจำนวน 1,785 ไร่ มีน้ำสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว 4.ฝ่ายชะลอน้ำจำนวน 100 ฝาย สร้างขึ้นจากการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและภาคีช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ ลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย เพื่อป้องกันความเสียหายของฝายหลัก”
ด้าน วรยุทธ เนาวรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า “การที่เป๊ปซี่โคฯ มีโครงการที่เข้ามาช่วยปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำนั้นเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญยิ่งสำหรับชาวบ้าน การที่ฝายที่ชำรุดทรุดโทรมลงไปสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกนอกจากจะยังประโยชน์ในด้านการเกษตรแล้ว ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ดูแลระบบนิเวศ และแก้ปัญหาไฟป่าอีกด้วย สุดท้ายนี้ขอฝากให้ชุมชนคนใช้น้ำช่วยกันดูแลฝายให้อยู่ในสภาพที่ดีและใช้งานได้สูงสุดและยั่งยืน”