#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/461887

คุมเข้มใช้3สาร หาช่องเก็บภาษีส่งออก
“มนัญญา” ลุยแผนจำกัดการใช้ 3 สารเคมีเกษตร ย้ำต้องรายงานสต๊อกการซื้อ-ขายทุก 15 วัน ป้องกันตัวเลขสต๊อกดิ้นได้ ปิ๊งไอเดียเก็บภาษีสารเคมีทางการเกษตรส่งออก นำรายได้มาพัฒนาวิจัยภาคเกษตร เร่งชงร่างพรบ.วัตถุอันตราย เข้าบอร์ดวัตถุอันตราย เข้มใช้สารพิษทุกชนิดยึดหลักสุขภาพประชาชน
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า เตรียมส่งร่างกฎหมายพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ที่ปรับแก้ใหม่ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย (คก.วอ.) ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธานเพื่อทราบ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.วัตถุอันตราย มีอยู่แล้วได้ปรับบางข้อที่ไม่เหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบันมาเพิ่มให้รัดกุม ครอบคลุมสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตรทุกชนิด การนำเข้า การผลิต ต้องผ่านโรงงานที่มีมาตรฐานสากล มีห้องปฎิบัติการติดตามตรวจสอบความเป็นพิษและสารตกค้างได้ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ จะควบคุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ยึดหลักสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน โดยคุมเข้ม ผู้นำเข้า โรงงาน ร้านค้า โดยเฉพาะสารไกลโฟเซต ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย คก.วอ.มีมติกำจัดการใช้ ต่อไปจะต้องควบคุมให้สารไกลโฟเซต เป็นชื่อการค้าเพียงชื่อเดียว ไม่ให้ไปแตกหลายยี่ห้อ จากที่ผ่านมา จึงไม่ใช่มาตรการจำกัดการใช้ที่ถูกต้อง
“มาตรการจำกัดการใช้สารเคมีวัตถุอันตรายทางเกษตร จะต้องรายงานทุก 15 วัน เข้ามาให้หน่วยงานที่กำกับควบคุม สามารถติดตามได้ว่า ร้านไหน ขายไปเท่าไหร่ ขายให้กับผู้ผ่านการอบรมใช้สารหรือไม่ ต้องแจ้งให้ชัดเจนและถ้าวันใดต้องยกเลิกสารเหล่านี้ จะรู้ได้ทันทีว่าร้านไหนขายเท่าไหร่ โรงงานสต็อกเท่าไหร่ จะไม่เกิดปัญหาตัวเลขบวม เหมือนในขณะนี้ที่กรมวิชาการเกษตร รายงานตัวเลขสต็อกสารดิ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น ร่างพ.ร.บ.ใหม่ จะควบคุมตรงนี้ได้ทุกสารเคมี ช่วงนี้ให้ระยะเวลาปรับตัวผู้นำเข้าสารเคมีมีพิษเข้ามา ต้องเข้าใจใหม่ถึงมาตรการจำกัดการใช้ และการยกเลิก 2สารเคมีทางการเกษตรคือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ที่เกิดขึ้นปีหน้าจะต้องปฏิบัติอย่างถูกต้อง ชัดเจนทุกพื้นที่ มีหน่วยงานติดตามผลตลอดเวลา ไม่ใช่ทำกันอยู่แค่ในกระดาษ”น.ส.มนัญญากล่าว
และย้ำว่า ตั้งแต่มาเป็นรมช.เกษตรฯไม่อนุญาตให้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดคือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส นำเข้าประเทศไทย แต่ตอนนี้กลับมีสต็อกเพิ่ม 2.4 หมื่นตัน จากตอนแรกที่กรมวิชาการเกษตร แจ้งคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า มีสต็อก 2.3 หมื่นตัน ดังนั้น เมื่อพ.ร.บ.ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตรายรับทราบแล้ว ก็จะประกาศกฎกระทรวง โดยรมว.เกษตรฯ ลงนาม ซึ่งหลังจากนั้นต่อไปเรื่องการลักลอบนำเข้าจะไม่มี เมื่อร่างกฎหมายตัวนี้ออกมา ทุกขั้นตอนรัดกุมและราคาต้องควบคุมได้ เพราะยกเว้นภาษีนำเข้า ในส่วนส่งออก จะหารือหน่วยงานที่ดูแลต่อไป ดูว่าการเก็บภาษี จะแยกมาเพื่อส่งออก และนำรายได้จากนี้ไปใช้พัฒนาวิจัยภาคเกษตร จะเหมือนกับภาษีบาป เหล้า บุหรี่