รายงานพิเศษ : สกก.พรหมพิรามหนุนแปลงใหญ่ ใช้กลไกสหกรณ์พัฒนาภาคเกษตรเพิ่มรายได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/462263

รายงานพิเศษ : สกก.พรหมพิรามหนุนแปลงใหญ่ ใช้กลไกสหกรณ์พัฒนาภาคเกษตรเพิ่มรายได้

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มีนโยบายสำคัญพัฒนาภาคเกษตรต่อเนื่อง โดยยึดหลัก “ตลาดนำการผลิต” ของรัฐบาลมาปรับใช้วางระบบการผลิตสินค้าเกษตรแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ (Zoning) โดยส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มทำการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกร การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต วางแผนการผลิตให้สอดคล้องความต้องการของตลาด และการบริหารจัดการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นปลายทางเชื่อมโยงตลาดรับซื้อผลผลิตในราคาธรรมตามเกณฑ์คุณภาพ  เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดและมีรายได้จากการทำเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น ภาระหนี้สินลดลง

นายสมศักดิ์ แสนศิริ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า  สหกรณ์การเกษตร (สกก.)พรหมพิราม จำกัด จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในสหกรณ์ที่ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้เป็นสหกรณ์หลักระดับอำเภอ  ที่ดำเนินงานได้ประสบผลสำเร็จ ดำเนินธุรกิจเจริญก้าวหน้าต่อเนื่อง ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 3,648  คน  มีทุนดำเนินงาน 965,251,237.50  บาท สหกรณ์ดำเนินธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรวบรวมผลผลิตและแปรรูป  ถือเป็นสหกรณ์ที่พร้อมให้บริการแก่สมาชิกและประชาชนทั่วไปแบบครบวงจร โดยยึดโยงแนวนโยบายของรัฐ “ตลาดนำการผลิต” มาปรับใช้วางแผนธุรกิจแผนส่งเสริมอาชีพให้แก่สมาชิกที่ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อาทิ 1.ส่งเสริมปลูกข้าวพันธุ์ กข43 มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2,800 บาท/ตัน  2.ส่งเสริมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว  มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1,500 บาท/ตัน   3.ส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา  มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2,000 บาท/ตัน  และ 4.ส่งเสริมสมาชิกเลี้ยงโคขุนเป็นอาชีพเสริม

สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกกล่าวอีกว่า  การขับเคลื่อนโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ข้าว  ในพื้นที่บางระกำโมเดล อยู่ความรับผิดชอบของสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด  ได้บูรณาการทำงานกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก  และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯจ.พิษณุโลก เพื่อขับเคลื่อนโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ข้าว ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 1,003 ราย จำนวน16 แปลง พื้นที่เพาะปลูกข้าวรวม 19,952.30 ไร่ จำแนกเป็น สายพันธุ์พิษณุโลก 2, กข43, กข49, ขาวดอกมะลิ 105 โดยแบ่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวตามรอบการผลิตในฤดูกาลที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งปีที่ผ่านมามีปริมาณรวบรวมผลผลิต 16,701 ตัน มูลค่า 119,089,578  บาท

ด้านนางปิยาพัชร  สุจรรยา  ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด กล่าวว่า  สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการแปลงและควบคุมการผลิตข้าวให้ได้มาตรฐาน GAP  รวบรวมรับซื้อผลผลิตข้าวจากเกษตรกรสมาชิกตามเกณฑ์คุณภาพที่กำหนด เพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์จำหน่ายและส่งขายข้าวเปลือกให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ทำบันทึกข้อตกลงรับซื้อผลผลิตตามที่ได้ MOU ไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งนำมาสีแปรเป็นข้าวสารจำหน่าย ส่วนเงินทุนที่ใช้ดำเนินธุรกิจ สหกรณ์ใช้เงินทุนภายในของตนเอง และเงินทุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ได้สนับสนุนผ่านเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนทางธุรกิจ และรวบรวมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิก

ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด กล่าวอีกว่า สหกรณ์เป็นจุดบริการที่พร้อมด้านอุปกรณ์การตลาดสามารถรวบรวมรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร จากเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปได้อย่างทั่วถึง  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างเครื่องอบลดความชื้น ขนาด 500 ตันต่อวัน จากโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร (แก้มลิง) ปีงบประมาณ 2561 ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งสหกรณ์ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์การตลาดที่ได้รับ โดยนำผลผลิตข้าวเปลือกและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่รับซื้อจากเกษตรกร เข้าเครื่องอบลดความชื้นเก็บรักษาผลผลิตไว้รอจำหน่ายเพิ่มมูลค่าสินค้า

“จากการดำเนินโครงการฯที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรพอใจและเชื่อมั่นระบบบริหารจัดการการผลิตและการตลาดข้าวภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่มากขึ้น เพราะมีแหล่งจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอนได้ราคาเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสหกรณ์พร้อมเป็นกลไกขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”นางปิยาพัชร กล่าว

Leave a comment