เล็งพัฒนาเชียงแสนศูนย์กลางคอกกักโคส่งออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/462518

news_default

เล็งพัฒนาเชียงแสนศูนย์กลางคอกกักโคส่งออก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมพื้นที่สร้างคอกกลาง และคอกกักโคในภาคเหนือ อาทิ จ.ลำปาง จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน เตรียมรองรับโคขุนตามโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนสร้างรายได้ให้เกษตรกร และตรวจเยี่ยมสถานที่ขนถ่ายโคทางเรือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมตรวจเยี่ยมฟาร์มโคขุน 4×4 ของนายมนูญ ภูกันงาม หมู่ที่ 4 บ้านหนอง
สีแจ่ง ต.ศรีเมืองชุ่ม อ.แม่สาย จ.เชียงราย

นายประภัตรกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อชี้แจงแนวทางขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่างกรมปศุสัตว์ และ ธ.ก.ส.ในการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่โคเนื้อ กระบือ แพะเนื้อ และไก่พื้นเมือง ให้เกษตรกร จ.เชียงรายทราบและเข้าใจตรงกันซึ่งจากการสอบถามความต้องการของเกษตรกร ส่วนใหญ่ต้องการเลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากมีรายได้ดีและเป็นอาชีพที่ทำกันอยู่แล้ว ดังนั้น จึงย้ำให้เกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการทุกคนต้องตั้งใจจริง โดยรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน ซึ่งธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 100 บาท/ปีเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ในการส่งออกไปต่างประเทศนั้น ต้องมีคอกกักเพื่อส่งออก รองรับโคประมาณ 1,000 ตัว/คอก ซึ่งต้องเป็นสถานกักสัตว์ที่มีองค์ประกอบผ่านเกณฑ์พื้นฐานตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด และได้รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ (GOOD AGRICULTURALPRACTICE FOR BEEF CATTLE FARM) จากมกอช. เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประเทศคู่ค้าด้านควบคุมโรค และด้านมาตรฐานคอกกัก ให้เชื่อมั่นในสินค้าปศุสัตว์ไทย

“ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้โรคระบาดแพร่กระจายไปได้เร็วคือ การเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรค ดังนั้น คอกกลางและคอกกักต้องได้มาตรฐาน ปลอดโรค โดยแต่ละจังหวัดต้องมีคอกกลางเพื่อรวบรวมโคนำมาเลี้ยงขุน แล้วจำหน่ายต่อให้ผู้ประกอบการ
คอกกัก เพื่อส่งออกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ โดยคอกกักจะเลี้ยงโคต่อประมาณ 60 วัน เพื่อให้ได้น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม พร้อมกักโรค ตรวจสุขภาพและจัดทำเอกสารเคลื่อนย้าย ปัจจุบันธุรกิจส่งออกโคและกระบือมีชีวิตลุ่มน้ำโขงผ่านชายแดน อ.เชียงแสน มีมูลค่าการค้าค่อนข้างสูง จึงเตรียมพัฒนา อ.เชียงแสน ตั้งเป็นศูนย์กลางคอกกักเพื่อการส่งออกของประเทศ ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ ต่อไป”นายประภัตร กล่าว

Leave a comment