สศก.เสวนาออนไลน์มหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้านปี’63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/503657

x

สศก.เสวนาออนไลน์มหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้านปี’63

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการร่วมเป็นวิทยากรสัมมนาเรื่อง“เกษตรกรรมกับการเปลี่ยน ปรับ รับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดรูปแบบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบ Zoom ในงานมหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้าน ปี 2563 โดยมีวิทยากรจากหลากหลายสถาบัน อาทิ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย มูลนิธิสายใยแผ่นดิน มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน สมาคมเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา และศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด

โอกาสนี้ รองเลขาธิการ สศก. ในฐานะรองประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตร และประธานคณะทำงานการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการจัดทำยุทธศาสตร์ วิชาการ และฐานข้อมูล ได้บรรยายนโยบายและการดำเนินงานด้าน Climate Change ในภาคเกษตรของไทย เริ่มจากกลไกดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตร พ.ศ. 2560 – 2564 (ฉบับปัจจุบัน) ที่ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ย่อย ได้แก่ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลและสร้างความตระหนักรู้ 2) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 3) การมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ 4) การขับเคลื่อนโดยเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในภาคเกษตรของสศก. และหน่วยงานในกษ. อาทิ จัดทำฐานข้อมูลปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์สินค้าเกษตร การศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อรายได้ครัวเรือนเกษตร ศึกษาผลปรับตัวของเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (เกษตรทฤษฎีใหม่) และศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าว การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าเพื่อให้ปรับตัวได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การส่งเสริมการไถกลบตอซังเพื่อลดการเผา การจัดทำแบบจําลองการผลิตพืช (Crop Modeling) เพื่อจัดการดินและธาตุอาหารพืชการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยโดยการจัดการน้ำ ธาตุอาหาร และการใช้พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโครงการที่ดำเนินงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ โครงการ Supporting the Integrationof the Agricultural Sector into the National Adaptation Plans: NAPs-Ag.) ร่วมกับ FAO และ UNDP โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน(Thai Rice NAMA) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) ทั้งนี้ เป้าหมายสุดท้ายของการดำเนินงาน ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเกษตรกรพึ่งตนเองได้ มีรายได้พอใช้ ประกอบอาชีพการเกษตรได้ยั่งยืน ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด จากการมีความรู้เพียงพอปรับเปลี่ยนระบบการผลิตของตนให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสอดคล้องกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาในท้องถิ่น โดยทุกภาคส่วนต้องดำเนินการร่วมกันทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ภาครัฐกำหนดนโยบาย/มาตรการที่ผู้ปฏิบัติสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ภาคเอกชนต้องสนับสนุนปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยี ภาคการเงินสนับสนุนเงินทุน และเกษตรกรต้องยอมรับการปรับเปลี่ยนและใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน

Leave a comment