แหวกฟ้าหาฝัน : เครื่องแต่งกายใน Museum of Decorative Art Barcelona 1 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/510495

แหวกฟ้าหาฝัน : เครื่องแต่งกายใน Museum of Decorative Art Barcelona 1

แหวกฟ้าหาฝัน : เครื่องแต่งกายใน Museum of Decorative Art Barcelona 1

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Ancient clothes

ใน Museum of Decorative Art ของจัดแสดงอย่างหนึ่งที่อาจมีได้แต่ไม่บ่อยนักนั่นคือ เสื้อผ้า ทั้งนี้เพราะมิวเซียมในยุโรปมักนำเสนอเสื้อผ้าในMuseum of Textile แยกต่างหาก อย่างไรก็ดีMuseum of DecorativeArt Barcelona กลับมีนิทรรศการวิวัฒนาการเสื้อผ้าด้วยจึงเป็นโอกาสดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะได้มีโอกาสศึกษาเรื่องเสื้อผ้าไปในตัว เป็นที่ทราบกันดีว่า มนุษย์เกิดมาพร้อมร่างกายที่เปลือยเปล่า จวบจนกระทั่งอีฟผู้หญิงคนแรกของโลกไม่เชื่อฟังพระเจ้าและทำผิดด้วยการกินแอปเปิ้ล มนุษย์คู่แรกของโลกจึงรู้สึกอายและหาหนังสัตว์มาปกปิดร่างกาย มนุษย์จึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่รู้จักหาสิ่งปกปิดร่างกายส่งผลให้มนุษย์ทนหนาวได้ดีขึ้นสามารถเดินทางไกลและย้ายถิ่นฐานง่ายขึ้น

Renaissance Clothes

ไม่เพียงมนุษย์จะใช้หนังสัตว์และขนสัตว์เป็นเครื่องห่อหุ้มร่างกายแล้ว พวกเขายังใช้ทำที่นอน และยังนำกระดูกมาทำเข็มอีกด้วย โดยมีหลักฐานเข็มเล่มแรกที่ใช้เย็บหนังสัตว์มากกว่า 1 ชิ้นเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นมนุษย์ก็เริ่มรู้จักการเย็บ การถักและการทอ พวกเขาจึงนำขนสัตว์ ผมสัตว์มาถักทอ นักโบราณคดีบางกลุ่มเชื่อว่ามนุษย์มีเสื้อผ้าสวมใส่มากว่า 650,000 ปีแล้ว พวกเขาได้พัฒนาสิ่งห่อหุ้มร่างกายมากขึ้นด้วยการใช้พืช ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของพืชโดยมีหลักฐานค้นพบหูกทอผ้าด้วยมือบริเวณตะวันออกกลางในราว 8 พันปีก่อนคริสตกาลอีก 2 พันปีต่อมามนุษย์เริ่มใช้เทคโนโลยีการทอโดยมีหลักฐานผ้าฝ้ายที่ถูกพัฒนาจากฝีมือคนอียิปต์ราว 5 พันปีก่อนคริสตกาล และอีก 1 พันปีต่อมาก็พบผ้าไหมจากฝีมือชาวจีน ส่วนผ้าขนสัตว์พบได้3 พันปีก่อนคริสตกาล เมื่อจีนพัฒนาผ้าไหมได้ก็กลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ และสามารถดำเนินนโยบายแบบผู้ค้ารายเดียวนานกว่า 2,700 ปี เพราะไม่มีประเทศใดผลิตได้เลยจวบจนญี่ปุ่นสามารถขโมยไข่ตัวไหมไปเลี้ยงได้ และชาวจีนที่ถูกคนญี่ปุ่นจับตัวไปถูกบังคับให้สอนการทอผ้าไหมให้คนญี่ปุ่น

Chinese silk 

หลังการพัฒนาผ้าก็ถึงการพัฒนาแบบเสื้อผ้า มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างและภาพลักษณ์ผ่านทางทรงผม เครื่องประดับ รอยสักและเสื้อผ้า การแต่งกายในแต่ละช่วงอายุจะสัมพันธ์กับจริยธรรม สังคม และสุนทรียภาพ แฟชั่นเป็นตัวกำหนดมาตรฐานของคำว่าสวยงาม เสื้อผ้าไม่เพียงสามารถปกปิดร่างกายเท่านั้น ยังสามารถเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของร่างกาย และยังสามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้สวมใส่กับสิ่งแวดล้อมและผู้คนได้ด้วย การแต่งกายถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ช่างตัดเสื้อสมัยเรอเนสซองส์ค้นพบเทคนิคการตัดเสื้อผ้าให้พอดิบพอดีหรือแม้แต่กดรัดบางส่วนให้เล็กลงได้ ผู้หญิงในสมัยนั้นจึงมักใส่กระโปรงยาวในขณะที่ผู้ชายโชว์ขา ด้านในของเสื้อผ้าบางชนิดใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงให้รูปร่างใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง ในคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 แฟชั่นของชาวสเปนก็เลียนแบบราชวงศ์ยุโรปอื่นๆ ในขณะที่แฟชั่นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 จะเน้นไปที่การเลียนแบบฝรั่งเศส ยิ่งเมื่อ นโปเลียนชนะสงครามและเป็นผู้ปกครองยุโรป การแต่งกายของประเทศต่างๆ ก็ต้องให้ความสำคัญกับ ฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเสื้อยกทรงรัดรูปของสตรี กระโปรงยกสะโพก หรือแม้แต่รองเท้าส้นสูง เสื้อผ้าก็ดูจะตัดเย็บง่ายขึ้นเลียนแบบเทพเจ้ากรีก เสื้อผ้าผู้หญิงก็เปลี่ยนไปโดยให้เอวถูกยกขึ้นไว้ระดับใต้อก Egyptian Clothes

Egyptian Clothesตัวอย่างเสื้อผ้าชายหญิง Renaissanceตัวอย่างเสื้อผ้าชายหญิง RenaissanceSpainish ClothesSpainish ClothesMedival ClothesMedival Clothes

Leave a comment