#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/516951

ครูบัญชีอาสาระยองดึงข้อมูลจดบันทึกทางบัญชี ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรผสมผสานลดความเสี่ยง
วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
เกษตรกร จากอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตร โดยนำข้อมูลจากจดบันทึกทางบัญชีมีคิดวิเคราะห์ จากเคยทำสวนยางเพียงอย่างเดียว และต้องเผชิญกับราคายางพาราตกต่ำ มาสู่แนวทางเกษตรผสมผสานเพื่อลดความความเสี่ยงจนประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรรม พร้อมทำหน้าที่ครูบัญชีอาสา ถ่ายทอดความรู้สู่สังคม จนได้รับคัดเลือกให้เป็นครูบัญชีดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2561
นายชัยกฤต บุรุษวยากรณ์ ครูบัญชีดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2561 จากอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า เดิมทำสวนยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ 10 ไร่ โดยไม่เคยจดบันทึกทางบัญชีมาก่อน จึงไม่รู้ว่าในแต่ละปีซื้อปัจจัยการผลิตไปเท่าไหร่ มีต้นทุนค่าอะไรบ้าง และขายผลผลิตได้มาเท่าไหร่ ทำให้ไม่สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ บางปีมีเงินเหลือ บางปีไม่มีเหลือและไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเงินหายไปไหนหรือมาจากทางไหนบ้าง จนกระทั่งปี 2559 มีเพื่อนแนะนำให้เข้าร่วมอบรมการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงสมัครเข้าโครงการ และเมื่อผ่านการอบรมแล้วทำให้รู้ว่า หากจะประกอบอาชีพอะไร จำเป็นต้องจดบันทึกทางบัญชีทุกกิจกรรมที่ทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาชีพเกษตรกรรมที่มีรายเละเอียดของกิจกรรมและค่าใช้จ่ายหลากหลาย หากไม่จดบันทึกและรอบคอบ จะไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรลด ละ เลิก หรือสิ่งไหนควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
หลังจดบันทึกทางบัญชีและนำข้อมูลมาวิเคราะห์แล้ว ทำให้รู้ว่าการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาผลผลิตในแต่ละปีไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ตลอดเวลา ในขณะที่ปัจจัยการผลิตบางอย่างก็ปรับขึ้นราคาตลอดเวลาเช่นกัน และไม่สอดคล้องกับราคาผลผลิตที่ค่อนข้างต่ำจึงปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรในพื้นที่สวนยางพารา โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวทางการทำเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อลดความเสี่ยงจากราคายางพาราตกต่ำ ด้วยการลดพื้นที่ปลูกยางพาราลงไป 50% และปรับเปลี่ยนพื้นที่อีก 50% ที่เหลือมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งมีทั้งไม้ผลสำหรับสร้างรายได้ระยะยาว ไม้ล้มลุก เช่น กล้วย รวมถึงผักสวนครัว เพาะเห็ด สำหรับบริโภคในครัวเรือนและเหลือจำหน่ายสร้างรายได้
พร้อมกันนี้ ยังขุดร่องน้ำในรูปแบบโคก หนอง นา ในพื้นที่ทำเกษตรแบบผสมผสานด้วย เพื่อกักเก็บน้ำให้มีเพียงสำหรับใช้ทำเกษตร ซึ่งหลังปรับเปลี่ยนวิธีทำเกษตร ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องทั้งรายวัน รายเดือน รายปี จากกิจกรรมทางการเกษตรต่างๆ ที่ทำ โดยไม่ต้องรอรายได้จากยางพาราเพียงอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีราคายังตกต่ำ และปัจจุบัน ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาตามแนวทางของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้ความรู้ในเรื่องวิธีเพาะเห็ดนางฟ้าและแปรรูปผลผลิต ให้เกษตรกร ประชาชน นักศึกษาที่สนใจในพื้นที่และจากพื้นที่อื่นอีกด้วย เมื่อตัวเองทำแล้วประสบความสำเร็จแล้ว ในฐานะที่เป็นครูบัญชีอาสา ก็ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องความสำคัญของการจดบันทึกทางบัญชีสอดแทรกไปทุกครั้งที่มีผู้เข้ามาศึกษาดูงาน และแจกสมุดบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ให้ผู้ที่เข้ามาดูงานนำไปจดบันทึกด้วย ซึ่งหากเป็นคนในชุมชนก็จะมีการติดตามความก้าวหน้าว่ามีการจดบันทึกทางบัญชีตามที่แนะนำไปหรือไม่ หรือหากใครที่ได้รับสมุดไปแล้ว แต่ยังจดบันทึกไม่เป็น จดบันทึกไม่ถูกต้องก็จะไปให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขาทำบัญชีเป็น ซึ่งจากการติดตามพบว่า ผู้ที่มีการจดบันทึกทางบัญชีอย่างสม่ำเสมอ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป รู้จักการใช้จ่ายที่เป็นประโยชน์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับเชิญจากหน่วยงานต่างๆ ไปให้คำแนะนำเรื่องการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดระยองอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
“เมื่อจดบันทึกบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ทำให้รู้ว่าสิ่งไหนที่ทำแล้วขาดทุนหรือมีกำไร เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนการผลิตในปีต่อๆ ไป หากพบว่าจุดไหนไม่คุ้มทุนก็ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมต่อไป ซึ่งการทำบัญชีไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้ว่ามีรายรับจากไหนบ้าง รับมาเท่าไหร่ และใช้จ่ายอะไรไปบ้าง แล้วจดบันทึกไว้ทุกครั้ง เราก็จะรู้ว่าสิ่งไหนจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สิ่งไหนจำเป็นต่อกิจกรรมในการประกอบอาชีพ จึงอยากแนะนำให้เกษตรกรทุกคนหันมาจดบันทึกบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพอย่างสม่ำเสมอ จะบันทึกในสมุดอะไรก็ได้ แต่ทำให้เคยชิน แล้วเราจะรู้ตัวเองมากขึ้น” นายชัยกฤตกล่าว