‘ดร.ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน’รองคณบดีสถาบันการทูตฯ คว้ารองชนะเลิศ จากงานเขียนนิยาย รางวัลชมนาด ปีนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/523682

‘ดร.ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน’รองคณบดีสถาบันการทูตฯ  คว้ารองชนะเลิศ จากงานเขียนนิยาย รางวัลชมนาด ปีนี้

‘ดร.ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน’รองคณบดีสถาบันการทูตฯ คว้ารองชนะเลิศ จากงานเขียนนิยาย รางวัลชมนาด ปีนี้

วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การสื่อสารในปัจจุบันถูกเปลี่ยนไปเป็นหลายรูปแบบ บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือและการเขียนนวนิยาย ในปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่หลากหลายเพื่อให้ผู้อ่านได้เลือกอ่านตามสะดวกในแพลตฟอร์มที่ต่างออกไป ไม่เพียงเรื่องของแพลตฟอร์มเท่านั้น การใช้ภาษาในการถ่ายทอดก็มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปตามกาลและยุคสมัยเช่นกัน

ดร.ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน รองคณบดีสถาบันการทูตและการต่างประเทศมหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลชมนาด ครั้งที่ 9 จากการเขียนนวนิยายเรื่อง “ไผ่ลายหยก”เล่าว่า เริ่มต้นการเขียนเป็นงานอดิเรกถึงแม้ว่าตนจะเป็นอาจารย์ แต่ด้วยใจรักในการเขียนและอยากจะถ่ายทอดความรู้ผ่านตัวอักษร จึงตั้งเป้าหมายในการเขียนให้ได้
1 วันต่อสัปดาห์ สำหรับการเขียนนิยายเรื่องแรกคือ เรื่อง “ภาคินีสีเลือด” ซึ่งเป็นนวนิยายแนวสยองขวัญ มีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับวัฒนธรรมโนราห์ชาตรีทางภาคใต้ ต่อมาในเรื่องที่สอง ตนได้ตัดสินใจส่งเข้าประกวดกับโครงการรางวัลชมนาด ครั้งที่ 9 ซึ่งจัดภายใต้ความร่วมมือของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นธนาคารกรุงเทพ และบริษัท บี. กริมเพาเวอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนักเขียนสตรีไทย สร้างคุณค่าและเสริมพลังแก่ผู้หญิง

“นวนิยายเรื่อง ไผ่ลายหยก เป็นการส่งเข้าประกวดเป็นครั้งแรก ความรู้สึกตอนที่ได้รับรางวัลมันมากกว่าความยินดี แต่คือความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่สองในชีวิตที่เคยเขียน ซึ่งตั้งใจจะเขียนและถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมบาบ๋าในจังหวัดภูเก็ตเมื่อราว 50-60 ปีก่อน พร้อมๆ กับเทิดทูนคุณมารดา”

ถ้าพูดถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้หญิงดร.ณัฏฐ์ธีรตากล่าวว่า นวนิยาย “ไผ่ลายหยก”ต้องการจะสื่อว่าคนเราแม้ว่าจะเกิดมาต่ำต้อยแค่ไหนก็ตาม แต่คุณค่าของคนไม่ได้ถูกกำหนดมาเมื่อเราเกิด คนเราจะต้องพิสูจน์และจะต้องสร้างคุณค่าขึ้นมาด้วยตัวเอง สำหรับเนื้อเรื่องของนวนิยาย บอกเล่าถึงชีวิตผู้หญิงครอบครัวชาวจีนบาบ๋าในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนอกจากจะมีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบงานบ้านแล้ว ยังมีภาระหน้าที่หาเงินจุนเจือครอบครัวอีกด้วย สิ่งนี้คือคุณค่าของผู้หญิงในครอบครัวบาบ๋าในภูเก็ตเมื่อสมัย 50-60 ปีก่อน

จุดเด่นของหนังสือ “ไผ่ลายหยก” คือ การแสดงถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดของคนบาบ๋าในภูเก็ตย้อนไปในสมัยนั้นในปัจจุบันคนรู้จักภูเก็ตในมิติของการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ว่าจริงๆ แล้วคนเข้าใจวิถีชีวิตของคนจีนบาบ๋าในภูเก็ตน้อยมาก หรือแม้แต่คนภูเก็ตเองก็หลงลืมไปมาก สิ่งนี้จึงกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้เขียนอยากจะเผยแพร่วัฒนธรรมบาบ๋า พร้อมทั้งเชิดชูคุณค่าของผู้หญิงไปด้วย สำหรับหนังสือเรื่อง “ไผ่ลายหยก” มีความหมายแอบแฝงอยู่ในชื่อเรื่อง ถ้าดูตั้งแต่หน้าปกจะเห็นได้ว่ามีคติสอนใจ คือ “ยังมีศรัทธาในวันที่สิ้นหวัง ยังมีความรักในวันที่ไม่เหลือใคร”

ด้วยเนื้อหาที่สื่อถึงวัฒนธรรมชาวจีนบาบ๋า และถ่ายทอดแนวคิดที่ให้สติในการดำเนินชีวิต ทำให้หนังสือเล่มนี้มีจุดเด่นที่น่าติดตามแก่ผู้อ่าน และเป็นเหตุผลที่หนังสือเรื่อง “ไผ่ลายหยก” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลชมนาด

ดร.ณัฏฐ์ธีรตาแย้มว่า ในอนาคตอยากจะเขียนเรื่องราวที่มีแง่มุมทางประวัติศาสตร์และมิติด้านการต่างประเทศ ตั้งใจจะนำความรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาถ่ายทอดในรูปแบบนวนิยาย เพื่อให้คนอ่านสนุกสนานไปกับการอ่านนิยาย แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับสารประโยชน์และความรู้ในมิติด้านการเมืองระหว่างประเทศที่แฝงอยู่ด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ดร.ณัฏฐ์ธีรตามีบทบาทเป็นอาจารย์ในด้านสายการทูตแล้วทำไมถึงได้มาเขียนนวนิยายด้วย เพราะว่าธรรมชาติของงานการสอนด้านการทูตกับการเขียนนวนิยายนั้นดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“จริงๆ แล้วส่วนตัวมองว่ามีจุดเหมือนกันจุดหนึ่งในการเขียนหนังสือ หรือแม้แต่การเป็นอาจารย์สอน เราต้องมีการค้นคว้าวิจัยและต้องมีการเขียน เพราะฉะนั้นก็เรียกได้ว่าแทบจะเป็นทักษะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเขียน หรือการค้นคว้าหาข้อมูล ตรงนี้จะมีความคล้ายคลึงกันมากถึงแม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวกับการสอนก็ตาม แต่ว่าสำหรับตัวเอง การเขียนหนังสือจะต้องมีการค้นคว้าเยอะพอกับการทำวิจัย’’

ด้วยยุคสมัยในปัจจุบันที่ปรับเปลี่ยน ทำให้ผู้คนหลงลืมสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่เหนือสิ่งอื่นใด หนังสือคือคลังความรู้ที่มีอยู่อย่างมหาศาลและเป็นสิ่งที่ผู้คนนึกถึงเมื่อต้องการหาคำตอบของปัญหา สิ่งนั้นได้จากหนังสือนิยายเรื่อง “ไผ่ลายหยก” นับเป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์ทางความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมบาบ๋า รวมทั้งมีข้อคิดประการหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะฝากถึงผู้อ่าน

“ไม่อยากจะให้เอากรอบความคิด วิถีชีวิต และความเชื่อของคนในปัจจุบันไปตัดสินการกระทำ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนในอดีต อยากจะให้อ่านแล้วเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เป็นไปมากกว่า ในบางแง่มุมที่คนในปัจจุบันอาจจะรู้สึกว่ารับไม่ได้ หรือในบางแง่มุมอาจจะขัดกับความรู้สึกของคนในปัจจุบัน แต่อยากให้อ่านเพื่อเปิดมุมมอง อ่านเป็นความรู้ค่ะ” ดร.ณัฏฐ์ธีรตา กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment