เรื่องจริงบันดาลใจของอดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม สู่นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ทีมชาติไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/523977

เรื่องจริงบันดาลใจของอดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม  สู่นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ทีมชาติไทย

เรื่องจริงบันดาลใจของอดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม สู่นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ทีมชาติไทย

วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ในเดือนตุลาคมของทุกปีทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์ต่อต้าน “มะเร็งเต้านม” ในปีนี้ทางสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย เน้นให้ความสำคัญ เป็นสื่อกลางในการกระตุ้นตระหนัก เตือนภัยถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งเต้านม ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจร่วมแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยจัดงาน“มะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน : Pink Alert-Check & Share Project 2020 ได้นำเรื่องราวของอดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเป็นเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง โดยยกเรื่องจริง Pink Alert ของ ป้าเจี๊ยบ-นงลักษณ์ ชัยฤทธิไชย อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและนักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ทีมชาติไทย อายุ 63 ปี ที่ผ่านการต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านมมากว่า 2 ปี เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่มีอาการเจ็บจี๊ดๆ เพียงเล็กน้อยบริเวณหน้าอก และอาการก็เป็นๆ หายๆ ไม่ได้เป็นตลอดเวลา จึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยมายาวนาน จนกระทั่ง 1 ปีผ่านไป ก้อนนั้นเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีแผลและเลือดออกเกิดขึ้น จึงรีบไปพบแพทย์ ปรากฏว่าคุณหมอตกใจมากว่าทำไมถึงปล่อยให้ลุกลามขนาดนี้ได้ และคุณหมอได้ทำการหัตถการแผลดังกล่าวให้เรียบร้อย และวางแผนในการรักษาต่อไป เราก็คิดว่าว่า ก้อนนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องดี เลยตัดสินใจบอกกับคุณหมอเลยว่าขอให้ทำการตัดเต้านมออกทันทีด้วยความรวดเร็ว แบบไม่มีลังเลเลย จากนั้นคุณหมอก็ได้นำชิ้นเนื้อไปส่งตรวจ เพื่อดูว่าเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งหรือไม่ ซึ่งได้ทำใจไว้ระดับหนึ่งว่าก้อนเนื้อนั้น ไม่น่าจะใช่เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นแน่นอน ถือได้ว่าเป็นการเตรียมตัว และเตรียมใจยอมรับกับสถานการณ์ล่วงหน้าก็ว่าได้

ผ่านไป 1 สัปดาห์ ผลก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ต้องเตรียมตัวให้ยาเคมีบำบัด ตอนนั้นรู้สึกตกใจหรือเสียใจไหม บอกตรงๆ เลยว่า “ไม่เลย” เป็นเพราะเราได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว แม้คำว่าว่ามะเร็งส่วนใหญ่จะเท่ากับคำว่า “ตาย” แต่ป้าเจี๊ยบก็คิดเสมอว่าคนเราเกิดมายังไงก็ต้องตาย แค่ทำใจเปิดใจยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ พอเริ่มเข้าสู่กระบวนการรับยาเคมีบำบัด การใช้ชีวิตก็ต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิมที่ทำอะไรด้วยตัวเองได้หมด และเดิมเราเป็นคนที่พลังงานเยอะมากๆชอบทำกิจกรรม ก็กลายเป็นต้องลดกิจกรรมต่างๆ ลง เพราะผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดทำให้เราไม่ค่อยมีแรง แถมพ่วงด้วยอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ก็คิดแต่เพียงว่าต้องกินอาเจียนเท่าไหร่ก็ต้องกินกลับไปเท่านั้นเพื่อให้ร่างกายมีแรง กว่าจะผ่านเคมีบำบัดแต่ละครั้งได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เข้าสู่เข็มหลังๆ ก็เริ่มรู้สึกท้อแท้ ร่างกายก็เริ่มล้า แถมเพื่อนร่วมโรคบางคนที่เคยเห็นหน้ากันก็เริ่มลาจากกันไป ลองถามคุณหมอดูว่าจะสามารถอยู่ได้อีกปี คุณหมอก็ตอบว่า “คุณป้าเจี๊ยบสบายมากอยู่ไปอีก 2-3 ปียาวๆ อยากทำอะไรก็รีบทำ อยากกินอะไรก็รีบกิน” พอฟังแล้วแบบจากที่ห่อเหี่ยว กลับกลายมาฮึกเหิม เป็นกำลังใจแรกที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยน ก็เลยเริ่มคิดได้ว่าทุกวันนี้อะไรที่มันทำแล้วคือความสุข ทำเลย อย่ากลัวหรือรอจนไม่กล้าทำ โอกาสมันจะปิด แค่ยอมรับมันให้ได้ ไม่ว่ามันจะร้ายหรือดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้าย ถ้าเรายอมรับมันได้แล้วเราก็จะมีสติที่จะคิดหาวิธีแก้ไข และผ่านมันไปให้ได้ หลังจบเคมีบำบัดและฉายแสง ก็เข้าสู่การฟื้นฟูร่างกาย คุณหมอให้เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกีฬาสเก็ตบอร์ด ออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกับลกชาย โดยลูกออกไปเล่นสเก็ตบอร์ด เราก็ไปเดินยืดเส้นยืดสายตามประสาวัยเกษียณพอลูกวางสเก็ตบอร์ดปุ๊บ เราก็ลองหยิบมันมายืน แล้วก็ไถดู ลูกก็ห้ามว่าระวังล้มนะ ปรากฏว่าครั้งแรกก็ไถและสามารถยืนได้เลย วันที่ 2 ก็ไปลองอีกก็ทำได้อีก คราวนี้เลยอยากหัดจริงจังขึ้นมาทันทีเพราะมีความรู้สึกว่าพอได้อยู่บนสเก็ตบอร์ด รู้สึกได้ถึงความอิสระ ความสนุก ความท้าทาย ความสุขอย่างที่บอกไม่ถูก มีคนบอกเหมือนกันว่าทำไมไม่เป็นเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับวัย แต่ใครเป็นคนกำหนดว่ากีฬาชนิดไหนเหมาะกับคนอายุเท่าไหร่เราเชื่อว่ากีฬาทุกชนิด ถ้ารักและชื่นชอบแล้ว ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถฉีกทุกกฎเกณฑ์ และเล่นมันได้ภายใต้ความปลอดภัย ทุกอย่างถ้ามันได้เริ่มทำแล้ว ไม่มีคำว่ายาก ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง หรือว่าสเก็ตบอร์ดก็ตาม อย่างโรคมะเร็ง พอเป็นแล้วเราก็เดินหน้ารักษา ด้วยความที่เชื่อมั่นในคุณหมอคุณหมอบอกให้ปฏิบัติตัวยังไงทำตามหมดเลย เพราะคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องไม่ตาย ต้องหายเราวางเป้าหมายไว้ชัดเจนมากๆ ตั้งแต่แรกเริ่มไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ทั้งผ่าตัด เคมีบำบัด ฉายแสง เพราะถ้าเรายอมแพ้ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็คงไม่มีป้าเจี๊ยบอย่างทุกวันนี้ การเล่นสเก็ตบอร์ดก็เหมือนกันเล่นมันมาเกือบ 8 ปีแล้ว อยู่กับมันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน จนกระทั่งได้มีโอกาสเป็น 1 ในนักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ทีมชาติไทยอีกด้วย

Leave a comment