#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/514492

ศธ.จับมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการสานอนาคตการศึกษา
วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 15.37 น.
ศธ.จับมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการสานอนาคตการศึกษา ขณะที่หลายภาคส่วนสะท้อนหลักสูตร-กิจกรรมนักเรียน- ศักยภาพผู้บริหารโรงเรียน-ครู -สภาพแวดล้อมโรงเรียน-กรรมการสถานศึกษาให้ศธ.เร่งแก้ไข
วันที่ 27 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงาน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ที่มี นายนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)เป็นประธานการประชุม ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อหลอมรวมการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เป็นการมาแชร์ข้อมูลกัน ซึ่งก่อนนี้แต่ละคณะต่างก็ทำงานของตัวเองไป ไม่มีโอกาสได้มาพบเจอกัน ทำให้การทำงานไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. จึงมีนโยบาย และแนวคิดให้ตั้งคณะทำงานที่มีภาครัฐ ประกอบด้วย ตัวแทนจาก สพฐ. สำนักงบประมาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจากภาคเอกชนในทุกส่วนทั้งหมดมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ เพื่อหารือถึงการทำงานร่วมกันต่อไป
“ซึ่ง รมว.ศธ. ก็ให้นโยบายว่าอยากให้การทำงานขับเครื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว และให้ปลดล็อค ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยให้การทำงานนขับเคลื่อนการศึกษาของภาครัฐอย่างมีมิติมากขึ้น” นายอำนาจ กล่าว
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้หารือกัน 3-4 ประเด็น เช่น เรื่องการทำงานปรากฏว่าเจ้าภาพที่แท้จริงระดับบนนั้นสัมผัสได้ เช่น สพฐ.ก็มีเจ้าภาพ แต่พอลงไปข้างล่างเจ้าภาพที่จะมาช่วยเราไม่มี ดังนั้น จึงต้องมีทีมงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อมาดูแลโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่งอาจจะเป็นรองผอ.เขตพื้นที่ฯ ศึกษานิเทศก์ และเจ้าหน้าที่ไอซีทีซึ่งมีอยู่แล้วในเขตพื้นที่การศึกษา ก็ให้ดำเนินการไป นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพูดถึงงบประมาณที่โรงเรียนในโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) บางโรงเรียนรุ่น 2,3 ที่ยังไม่ได้รับงบบประมาณ ซึ่งทาง CONNEXT ED ได้เปิดเป็น มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการทำงานทั้งระบบ ก็จะมีตัวช่วยด้านงบประมาณที่มีเองและที่ภาครัฐมีอยู่รวมทั้งในส่วนที่จะขอความร่วมมือจากภาคเอกชน
“วันนี้หลายภาคส่วนได้สะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาของเราว่ายังมีข้อจำกัดอยู่ เช่น เรื่องหลักสูตร กิจกรรมนักเรียน ศักยภาพของผู้บริหารโรงเรียน ศักยภาพครู และสภาพแวดล้อมของโรงเรียน รวมถึงกรรมการสถานศึกษา ซึ่งข้อมูลนี้ก็ตรงกับที่สพฐ.มี และทางหลายภาคส่วนก็เสนอวิธีการแก้ไขให้ด้วยว่าจะแก้อย่างไร ซึ่งก็เสนอแนวทางกว้างๆให้กับทุกโรงเรียนเพื่อให้มีแนาทางการทำงานร่วมกันพัฒนาการศึกษาต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยากที่เราเห็นโครงการและแนวทางแล้ว สามารถขับเคลื่อนไปได้” นายอำนาจ กล่าว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า วันนี้ก็ได้เห็นความมุ่งมั่นการทำงานของภาครัฐและเอกชนก็ดีใจมาก เพราะเราทำงานภาคราชการมีข้อกฏหมายเยอะ และมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ก็ได้เห็นแนวทางการทำงานของภาคเอกชน ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการศธ. ก็รับปากว่าจะปลดล็อกการทำงานบางจุดให้ ดังนั้น หากมีการปลดล็อกในบางเรื่อง เช่น เรื่องการบริหารงานบุคคล เพื่อให้ได้ครูดี ผู้บริหารดีในโรงเรียนนี้ ก็จะช่วยการขับเคลื่อนงานของภาครัฐได้มากขึ้น
นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นต่อไปนี้จะมีการประชุมคณะทำงาน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ร่วมกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเดินไปได้อย่างรวดเร็ว