#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/544551

ยาเบาหวานชนิดรับประทานชนิดใหม่
วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
เรามาคุยเรื่องเบาหวานกันต่อนะครับสัปดาห์ก่อนเราพูดถึงยาเบาหวานชนิดรับประทานที่ใช้กันบ่อยคือยาเมทฟอร์มินและยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียวันนี้เรามารู้จักยาลดระดับน้ำตาลหรือยาเบาหวานชนิดรับประทานตัวอื่นๆ กันต่อนะครับ
ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หากมีอาการน้ำตาลต่ำเกิดขึ้นบ่อยหรือยังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้เมื่อได้รับยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียและเมทฟอร์มินแพทย์อาจเปลี่ยนยาหรือเพิ่มยาเบาหวานที่ออกฤทธิ์แบบอื่นเพิ่มเติม ยาดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นยาชนิดใหม่ๆ ที่อาจลดระดับน้ำตาลสู้ยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียไม่ได้ แต่มีข้อดีคือไม่ทำให้เกิดระดับน้ำตาลต่ำ แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงอื่นได้ ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีราคาสูงกว่ายาเมทฟอร์มินและยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียมาก จึงยังไม่สามารถใช้ได้อย่างทั่วถึง ยาเบาหวานชนิดใหม่เหล่านี้ได้แก่ ยากลุ่มกลิทาโซน ยากลุ่มกลิปติน และยากลุ่มกลิโฟรซิน
ยากลุ่มกลิทาโซน ออกฤทธิ์โดยการทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ทำให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้ดีขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาล ยาชนิดนี้ไม่ทำให้เกิดน้ำตาลต่ำ แต่มีผลข้างเคียงที่สำคัญและพบได้บ่อยคือทำให้อ้วนและบวมขึ้นได้ ต้องระวังในผู้ป่วยเบาหวานที่อ้วนหรือมีโรคหัวใจวาย นอกจากนั้นยังอาจทำให้เกิดกระดูกผุได้
ยากลุ่มกลิปติน เป็นยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มระดับฮอร์โมนอินคริตินในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนนี้มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยจะเพิ่มการหลั่งอินซูลิน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร และยังลดการผลิตน้ำตาลจากตับด้วย ยากลุ่มนี้นอกจากไม่ทำให้เกิดระดับน้ำตาลต่ำแล้ว ยังมีผลข้างเคียงน้อยมาก
ยากลุ่มใหม่ล่าสุดคือ ยา กลุ่มกลิโฟรซิน ออกฤทธิ์ในการขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ ยากลุ่มนี้พบว่ามีผลดีในผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตร่วมด้วย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ถึงแม้จะไม่ได้พบบ่อย ได้แก่ อวัยวะเพศอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือเลือดเป็นกรดจากคีโตน ยากลุ่มนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพบว่าการใช้ยากลุ่มนี้นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักลดความดันโลหิตแล้ว ยังช่วยลดการเกิดโรคหัวใจวายลดการเสียชีวิต และลดการเสื่อมของไต อย่างไรก็ตามยากลุ่มนี้ยังมีราคาสูงมาก
ผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยารับประทาน ควรจะทราบว่าตนเองรับประทานยาชนิดใด อาจมีผลข้างเคียงอะไรและจำเป็นต้องรับประทานยาโดยสม่ำเสมอรวมทั้งมาตรวจติดตามผลระดับน้ำตาลกับแพทย์โดยสม่ำเสมอ แพทย์อาจปรับเปลี่ยนยาเบาหวานตามระดับน้ำตาล รวมทั้งผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้น
อย่าลืมติดตาม “ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” ทุกวันอังคารนะครับ
พลอากาศโท นายแพทย์ อนุตตร จิตตินันทน์
ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

