พ่อลูกอ่อน ‘กิก ดนัย’ ลั่น! ถอดเขี้ยวเล็บ หลังเจอภรรยาปราบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/548200

พ่อลูกอ่อน'กิก ดนัย' ลั่น! ถอดเขี้ยวเล็บ หลังเจอภรรยาปราบ

พ่อลูกอ่อน’กิก ดนัย’ ลั่น! ถอดเขี้ยวเล็บ หลังเจอภรรยาปราบ

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.03 น.

เวลาจะเปลี่ยนไปแต่เวลาไม่ได้ทำให้หน้าของ กิก ดนัย จารุจินดา เปลี่ยนตามเลยสักนิด แต่ที่จะเปลี่ยนไปแน่นอนแล้วคือ ความเจ้าชู้ ที่เจ้าตัวได้มาเปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ว่าเลิกแล้วครับ ผมเลิกเจ้าชู้แล้วครับ ตอนนี้เรียกว่าถอดเขี้ยวเล็บคาสโนว่าโยนทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วเปลี่ยนโหมดมาเป็นแฟมิลี่แมนตัวยงที่รักเดียวใจเดียวคือให้ลูกกับภรรยาเท่านั้น พร้อมกับเล่าเรื่องราวชีวิตก่อนที่จะมาเข้าวงการบันเทิงได้นั้นเหมือนผีผลักเข้ามา พร้อมเผยตัวตน แท้จริงแล้วเป็นคนอ่อนไหวและขี้น้อยใจสุดๆ

 และก่อนที่จะมาเป็นดาราคือ กิก ดนัย เขาเป็นนักกีฬามาก่อน

กิก ดนัย : เป็นนักกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่ 6 – 7 ขวบครับ เพราะคุณพ่อทำทีมฟุตบอลด้วยจนเอาเพื่อนๆแถวบ้านมาร่วมตัวกันเพื่อให้เตะฟุตบอลในซอยเพื่อให้ห่างไกลยาเสพติด พออย่างมีงานวันเด็กพ่อก็จะพาไปแข่งฟุตบอลตามสนามทั่วไปจนมันกลายเป็นชีวิตประจำวันของเราไปเลยสำหรับการเตะฟุตบอลพอเข้าโรงเรียนก็เป็นนักกีฬาโรงเรียน นักกีฬามหาลัย

 แต่ที่เข้ามาเป็นดาราได้เพราะผีผลัก

กิก ดนัย : เพราะตอนนั้นไม่คิดว่าจะมาเป็นดาราเพราะตอนนั้นเล่นฟุตบอลอยู่มหาวิทยาลัยตอนปี 1 ตอนนั้นผมโกนหัว  สกินเฮดเลยเพราะเวลามีผมมันขัดต่อการเตะฟุตบอลของเรามาก แล้วมีพี่ๆไปเห็นเขาเลยชักชวนมาเข้าวงการแต่ตอนนั้นเราก็มีความกล้าๆกลัวๆเราก็คิดว่าลองดูไหมหรือยังไงดีสุดท้ายก็ลองดู พอเข้ามาเรื่องแรกก็เจอบทหินบทยากสำหรับเราเลยเพราะเป็นละครดราม่าเข้มข้นในเรื่องจะเป็นการเชิดสิงโต ลูกคนจน พ่อตาย พี่ชายตายมันต้องเป็นฉากอารมณ์ทั้งนั้นเลยทำให้เรารู้สึกว่าผมทำไม่ได้เราต้องมานั่งร้องไห้แล้วนักแสดงที่เราเล่นด้วยรุ่นใหญ่ๆกันหมดเรารู้สึกทำไม่ได้ รู้สึกท้อ แต่ด้วยความที่เราเป็นนักกีฬาคือเป็นคนที่ชอบแข่งขันอยู่แล้วขันแข่งกับตัวเองอยู่แล้ว พอจบเรื่องนั้นเป็นปมของผมเลยเรารู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีเท่ากับโอกาสที่เขาให้เรามาติดอยู่ในใจมาก แต่พอเรื่องที่สองเราก็ไปตระเวนเรียนแอคติ้งหลายครูมากและบอกเหตุผลของเราให้ครูฟังว่าเราเป็นยังไงจนทำให้เรารู้สึกว่าเราเริ่มชอบการแสดง พอยิ่งเรื่องที่สองทำได้มันเลยกลายเป็นรักในการแสดงขึ้นมาเราทำได้เป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่มากนะที่เราร้องไห้ได้ (เพราะเรื่องแรกยังไงก็ไม่ร้อง)

 แต่จริงๆน่าจะเป็นคนที่น่าจะแสดงบทร้องไห้ได้ง่ายๆนะเพราะตัวจริงของ กิก คือ เป็นคน เซนซิทีฟ มาก

กิก ดนัย : คือ จริงๆผมเป็นคนเซนซิทีฟตอนที่ผมเข้ามาเล่นละคร พอเรามาเรียนแอคติ้งเหมือนเปิดเซนรับความรู้สึกได้เร็วขึ้น มันเลยกลายเป็นคนเซนซิทีฟร้องไห้นิดๆหน่อยๆก็รู้สึกกระทบน้ำตาคลอ น้ำตาไหล ถึงขนาดที่ว่าภรรยาผมคลอดรู้ ผมร้องไห้ตั้งแต่ส่งเขาเข้าห้องคลอดเราก็น้ำตาคลอแล้ว แล้วเราก็มานั่งรอพยาบาลก็มาตามว่าจะผ่าแล้วพอเราเข้าไปลูกยังไม่ทันร้องเลยผมน้ำตาไหลออกมาแล้ว แล้วก็อะไรที่เป็นโมเมนต์ที่มันดีๆน่าสงสารเรื่องครอบครัว พี่น้อง ทำให้เรารู้สึกได้น้ำตาเราก็ไหล

แล้วเวลาเตะฟุตบอลเพื่อนไม่ส่งบอลให้จะน้อยใจคืออะไร

กิก ดนัย : ไม่ได้งอน น้อยใจครับ คือเพื่อนจะรู้ว่าเราเป็นคนที่เล่นฟุตบอลเราจะจริงจังมากแล้วเวลาเราคิ้วจนกันเพื่อนก็จะรู้ คือเราไม่ได้โมโหหรืออะไรนะครับ แต่เราเป็นคนที่แบบเวลาเล่นฟุตบอลจะตั้งใจมากเพราะบางทีเราเห็นจังหวะที่ถ้าส่งให้เราก็สามารถยิงเข้าประตูได้เพราะเรามั่นใจว่าถ้าจังหวะนี้เราสามารถจบได้เลย เราอยากให้เพื่อนมั่นใจในตัวเรา

แล้วตามไปน้อยใจคุณพ่อคุณแม่

กิก ดนัย : ที่น้อยใจคือเมื่อตอนเข้าวงการแรกๆด้วยความตอนนั้นเราเป็นวัยรุ่น เรามีผลงานเราก็อยากบอกเขาว่าผมเล่นละครเรื่องนี้ๆนะ แล้วพ่อเขาแบบเหมือนไม่ค่อยสนใจ คือ ไม่ดูไม่สนใจไม่ติดตามเราก็แบบน้อยใจอยู่พักหนึ่งไปปลดทุกข์ระบายกับแม่ แม่เขาบอกว่าเป็นวิธีการเลี้ยงของพ่อ เพราะพ่อผมมีลูกสองคนเขาก็จะแมนจัดเลยเลี้ยงลูกแบบนักกีฬามาตลอดแล้วเขาก็มีความกังวล เมื่อเราเข้าวงการมาเราจะมีความหลงระเริงไหม กลัวหลงแสงสี กลัวเสียการเรียนเขาก็มีวิธีการเลี้ยงแบบว่ากดเราให้อยู่ไม่ให้หลง แต่เขาก็แอบดูผลงานของเรานะเวลาที่เราไม่อยู่ แล้วหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปเราพ่อเข้าก็ตัดแตะเก็บไว้ก็มี พอเราเข้าพ่อแล้วเราก็รู้สึกดีนะครับที่เขาเลี้ยงเราแบบนี้เพราะพอเราโตมาอยู่ในวงการมาสอบกว่าปีเราก็ไม่ได้เปลี่ยนไปชีวิตมันก็ราบเรียบ ไม่ได้เปรี้ยงมากอะไรมากมาย แต่ก็โอเคเรื่อยๆ

จริงๆ กิก เขาเป็นคนที่มีภาพลักษณ์เงียบๆดูดี ดูเป็นคนดีแต่ก่อนหน้านี้ใครจะรู้ว่า กิก คือ หนึ่งในคาสโนว่าตัวพ่อเห็นเงียบๆแต่ฟาดเรียบ

กิก ดนัย : ก็มีบ้างครับ (หัวเราะ) ก็ยอมรับเพราะตอนนี้เราดีแล้วไง ตอนนั้นก็สับหลายรางเหมือนกันเข้าวงการแล้วด้วยครับตอนนั้น ช่วงเป็นวัยรุ่นกำลังซ่าคุยหลายคนมีแฟนหลายคน คือ มีแฟนพร้อมกัน 4 คน เราต้องทำให้เขาเหมือนกันหมดทั้ง 4 คนอย่าง กินข้าว ดูหนัง แต่ที่เจอกันบ่อยคือดินเนอร์บางทีกินข้าวเย็นสามถึงสี่มื้ออย่างเราทำงานเสร็จก็ไปเจอคนนี้ห้าโมง อีกคนทุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่ได้สงสัยกันนะครับ ณ ตอนนั้นด้วยความที่มันไม่ใช่ยุคโซเชียลด้วยครับ

 ที่เขายอมรับหมดเพราะตอนนี้มีคนปราบเขาอยู่หมัดเรียบร้อยแล้วคือ ภรรยาคนปัจจุบันของ กิก ถามจริงๆภรรยาคนหนึ่งในสี่ ที่เป็นแฟน กิก ตอนนั้นไหม

กิก ดนัย : ใช่ครับ ด้วยทั้งชีวิตที่เรามีแฟนมาเจอผู้หญิงที่เขายอมเราตลอดแต่มีเขาคนเดียวที่ไม่เคยยอมเราแล้วทะเลาะบ่อยมาก แล้สเหมือนยิ่งเขาขัดเราเราก็ยิ่งอยากเอาชนะเราก็คบมาเรื่อยๆจากที่สี่คนก็เหลือสองคนและช่วงที่เขาจับได้คือเหลือสองคน คือคนนี้เขารู้แล้วเขาไม่ถามเราเลยนะครับ เขาหายไปเลยเราไม่มีโอกาสพูดคุยกับเขาเลย เราไปที่บ้านเขาก็ไม่ลง ไปที่ทำงานก็ไม่เจอเรารู้สึกว่ามันเป็นความทรมานใจมาก ต้องไปดักเขาเวลาที่เขาเข้างานเจ็ดโมงผมต้องออกจากบ้านตีห้าครึ่งเผื่อไปถึงก่อนเพราะเราไม่รู้ว่าเขาไปทำงานกี่โมงบ้างทีไปก็ไม่เจอเราก็มาดักเช้าเย็นแบบนี้เป็นอาทิตย์ จนเรารู้สึกว่าไม่ได้แล้วไม่สะดวกเราด้วยเราเลยไปเปิดห้องอยู่แถวนั้นเปิดโรงแรมนอนเฝ้าเขาเลย 1 เดือน เพื่อที่จะลงมาเจอเขาก็ได้เจอบ้างไม่เจอบ้างคือเจอเขาเราก็ไม่ได้อธิบายนะครับ ได้แต่เอาของที่เราซื้อมาฝากให้เขาแต่เขาก็รับแล้วบอก ขอบคุณค่ะ แล้วเดินไปเลย ตอนนั้นก็เกือบท้อครับเพราะเราก็พยายามๆแต่เขาก็ยอมไปกินข้างเย็นด้วย ยอมเป็นเพื่อนด้วยกับเรา ทำให้เรารู้สึกเข็ดในสิ่งที่เราทำลงไปในความเจ้าชู้ของเรา ตอนที่ง้อเขาอยู่เราก็เลิกหมดเลยกับทุกคน แล้วกว่าที่เขาจะยอมกลับมาเป็นแฟนคือ 2 – 3 เดือนเพราะเขาเป็นคนที่ใจแข็งมากๆเด็ดเดี่ยวมากๆจนมาถึงช่วงที่ต้องตัดสินใจแต่งงานกันผมก็แอบถามใจตัวเองว่าเราหยุดหรือยังพร้อมที่จะไม่เจ้าชู้แล้วใช่ไหม เพราะคิดว่าถ้ามีลูกแล้วเจ้าชู้เขาเอาลูกหนีเราแน่เพราะเขาใจแข็งมาก เราก็เลยตัดใจแล้วมาโฟกัสเรื่องอื่นๆมาโฟกัสเรื่องการสร้างครอบครัว การทำงานไปดีกว่า ตอนนี้ลูกชาย 1 ขวบแล้วครับ แต่เรามีลูกเราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมนะครับ ไปเที่ยว ไปแคปปิ้ง ก็พาเขาไปด้วย ตอนนี้ก็     แพลนว่ากำลังจะมีคนที่สองต่อครับอยากมีในปีนี้แต่ก็ดูสถานการณ์ก่อน

สามารถชมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ย้อนหลังได้ทาง ยูทูป : https://youtu.be/eMJc2gEIjC0

Leave a comment