#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/548713

‘มานะ เปาทุย’ นำกองกำลังเสื้อฟ้า ฟันฝ่าโควิด : อาทร จันทวิมล
วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564, 14.18 น.
คนทั่วไปมักจะยกย่องแพทย์พยาบาลใส่เสื้อสีขาวที่เป็นผู้นำในการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยมี อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นกำลังสำคัญ แต่อาจไม่ทราบว่ายังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีความสำคัญยิ่งในการป้องกันและตรวจคัดกรองแยกผู้ติดเชื้อโควิดก่อนนำส่งโรงพยาบาล หรือ ศูนย์กักกัน คนเหล่านี้ใส่เสื้อสีฟ้า ทำงานแบบปิดทองหลังพระ อยู่ตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. เรียกชื่อเป็นทางการว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หมออนามัย”
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง สมุทรสาคร ซึ่งควบคุมดูแลโรงพยาบาลตำบล 23 แห่ง ต้องทำงานอย่างหนักในช่วงโควิดระบาด เพราะต้องรับผิดชอบตลาดกลางกุ้งที่เป็นศูนย์กลางโรคระบาด และโรงงานในเขตอำเภอเมืองจำนวนมาก ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวกว่าแสนคน ผู้เป็นหัวหน้าสาธารณสุขอำเภอเมือง สมุทรสาครที่รับภาระเสี่ยงตายที่หนักอึ้งนี้ คือ สาธารณสุขอำเภอเมือง ที่ชื่อ “นายมานะ เปาทุย”
มานะ เปาทุย เรียนจบปริญญาตรีสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต เคยเป็นสาธารณสุขอำเภอกระทุ่มแบนก่อนที่จะย้ายมาเป็นสาธารณสุขอำเภอเมือง สมุทรสาคร เขาเป็นอุปนายกสภาการสาธารณสุขชุมชนระดับประเทศด้วย
นายมานะ เปาทุย ได้รวมพลังนักรบเสื้อสีฟ้า หมออนามัย และพนักงานสาธารณสุขในอำเภอเมือง สมุทรสาครร่วมกับแพทย์พยาบาล ใส่ชุดไอ้โม่งคลุมหัว สวมแว่นตา หน้ากากอนามัย พร้อมถุงมือ คล้ายชุดมนุษย์อวกาศ ทำการตรวจหาเชื้อโควิดของคนไทยและต่างด้าวหลายหมื่นคนในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครนายมานะ เดินทางเข้าไปเจรจาชี้แจงกับแรงงานพม่าที่ตลาดกลางกุ้งด้วยตนเอง โดยใช้ล่ามแปลคำต่อคำ ค้นพบผู้ติดเชื้อโควิดกว่า 2,000 คน นำส่ง “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” เพื่อกักตัว 14วัน จนกว่าจะเกิดภูมิต้านทานในตัวและตรวจไม่พบเชื้อแล้ว จึงจะส่งตัวกลับที่พัก แต่ห้ามออกจากบริเวณควบคุมจนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย โดยคนที่ออกไปนอกเขตจะกลับเข้ามาในบริเวณควบคุมอีกไม่ได้
หมออนามัย หรือนักรบเสื้อฟ้า ที่ทำงานร่วมกับอาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. เป็นกำลังสำคัญในสมรภูมิโควิด ทำการเฝ้าระวัง คัดกรอง ค้นหา ตรวจเชิงรุก ควบคุม และดูแลรักษา ผู้ติดเชื้อโควิด เพื่อป้องกันไม่ให้ระบาดลุกลามไปที่อื่น ด้วยความลำบาก เสี่ยงภัย เสี่ยงชีวิต อย่างใกล้ชิดประชาชน
ที่ทำงานของหมออนามัย อยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งพัฒนามาจากสถานีอนามัย สุขศาลา และโอสถศาลาที่ตั้งมาแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และโรงพระโอสถสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยอาจอาศัยแนวการปฏิบัติงานของ อโรคยาศาล สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7 ยุคเขมรโบราณกว่า 800 ปีมาแล้ว
จังหวัด สมุทรสาคร มีโรงงานกว่า 10,000 แห่ง คนทำงานกว่า 300,000 คน ส่วนหนึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวจาก พม่า มอญ และเขมร ทั้งที่เข้ามาทำงานโดยถูกและผิดกฎหมาย แต่การที่จะตรวจหาเชื้อโควิดจากคนงานทั้งหมดย่อมเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงจัดการให้มีตรวจคนงานทุกคนในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีคนงานเกิน 500 คน จำนวนราว 100 โรงงานเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว และ กำลังทยอยตรวจในโรงงานขนาดกลางและเล็ก โดยสุ่มตรวจจากกลุ่มเสี่ยงราวร้อยละ 10 ของคนงานในโรงงานคือประมาณ 30,000คน หากที่ใดพบผู้ติดเชื้อเกินร้อยละ10 ก็จะขยายการตรวจคนงานทุกคนของโรงงานนั้นทันที
การทำงานอย่างเสี่ยงอันตราย เสี่ยงชีวิต ด้วยความพยายามอย่างหนัก ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมออนามัย ภายใต้การนำของ นายมานะ เปาทุย เป็นสิ่งที่ควรยกย่อง สรรเสริญ อย่างยิ่งไปตลอดกาล