#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/549359

กินยังไงให้สมองอ่อนเยาว์เมื่อเข้าวัย 40 ปี
วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.
สมองของเรากำลังเป็นเบาหวานหรือเปล่า ชอบกินของหวานท้องผูกบ่อย มีอาการหลงลืมมากขึ้นและมักเหม่อลอยระหว่างวัน รูปร่างท้วม ไม่แน่ คุณอาจกำลังเสี่ยงจากโรค “เบาหวานสมอง” ก็เป็นได้
เบาหวานสมอง หรือ โรคสมองเสื่อม คือภัยใกล้ตัวคนไทยที่มีระยะฟักตัวกว่า 10 ปี จึงจะออกอาการร้ายกว่านั้นยังรักษาให้หายขาดไม่ได้อีกด้วย ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น แต่เราลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้ และไม่สายเกินไปที่จะเริ่มดูแลตัวเอง ลองเปิดหนังสือ “กินยังไงให้สมองอ่อนเยาว์เมื่อเข้าวัย 40 ปี”เล่มนี้ ที่ได้รับคำแนะนำดีๆ จากประสาทศัลยแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนการกินเท่านั้น สุขภาพสมองและร่างกายของคุณจะสมดุลดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทุกส่วนในร่างกายของคนเราสัมพันธ์กับสมองทั้งสิ้น หากอาหารของเราเป็นพิษต่ออวัยวะใด โรคเบาหวานสมองหรือสมองเสื่อมก็จะถามหาได้ไม่ยาก
โรคนี้กระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก เริ่มจากหลงๆ ลืมๆ จนกระทั่ง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีผู้ดูแลตลอดชีวิต ถึงเวลาที่เราต้องควบคุมดูแลการกินอาหารอย่างจริงจังเพื่อสร้างสมดุลลำไส้ที่ดี คัมภีร์แห่งความอ่อนเยาว์ยืนยาวอยู่ที่นี่แล้ว
หนังสือเล่มนี้จะช่วยแนะนำอาหารที่ดีต่อสุขภาพและเคล็ดลับการกินที่จะช่วยรักษาสมองให้แข็งแรงไม่เป็นโรคสมองเสื่อม เบาหวาน หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ และไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะโรคเหล่านี้เป็นภัยเงียบที่ฝังตัวในร่างกายได้ทุกช่วยวัยดังนั้น หนุ่มสาวทั้งหลายควรเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ด้วยเคล็ดลับความรู้ที่ครอบคลุมและเข้าใจง่าย ดังตัวอย่างเช่น 1.เพียงแค่เปลี่ยนอาหารสมองก็แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2.อาหารและวิธีกินอาหารที่ทำให้สมองกลับมาอ่อนเยาว์3.เหตุใด “น้ำตาล” จึงทำลายสมอง 4.หากมีความรู้เรื่องน้ำตาลในเลือดจะช่วยป้องกันการแก่ตัวของสมองและโรคต่างๆ ได้

นอกจากนี้ ภายในเล่มมีหลายเรื่องน่าสนใจใกล้ตัวที่คุณรู้จัก แต่ยังไม่รู้จริง ซึ่งมีผลต่อสมองของพวกเราทุกคนหากไม่ระวังให้ดี หากรู้เท่าทันสุขภาพสมองที่ดีดีก็อยู่ไม่ไกลแล้ว อาทิ
– 0 แคลฯ ไม่ได้แปลว่าน้ำตาลเป็น 0 หากถามว่าผลิตภัณฑ์น้ำตาล 0% เป็นสิ่งที่นิยมในสมัยดีนั้นไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรือเสพติดน้ำตาลหรือไม่ ตอบเลยว่าไม่ ปัจจุบันมีผลการศึกษาว่าผู้ที่กินสารให้ความหวานเทียมเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนจำนวนมาก เพราะสารเหล่านี้ไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย สมองจึงต้องการน้ำตาลและทำให้รู้สึกหิวมากขึ้น
-คนจำนวนมากเป็นโรคเบาหวานทั้งที่รูปร่างผอม หลายคนคิดว่าตัวเองผอมจะไม่เป็นเบาหวาน คุณคิดผิด! คนเอเชียจะมีไขมันสะสมในหน้าท้องมากกว่าคนชาติตะวันตก ซึ่งเป็นไขมันอันตรายที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดแดงแข็งอีกด้วย แถมชาวเรายังหลั่งอินซูลินได้น้อยกว่าทำให้แม้น้ำหนักขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นง่ายอีกด้วย คนที่ไม่อ้วนก็ไม่ได้รับประกันว่าไม่มีโอกาสเสี่ยงนะ
-คอเลสเตอรอลเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง รู้หรือไม่ว่าสมองเป็นอวัยวะที่มีคอเลสเตอรอลสูงที่สุด หากสมองขาดคอเลสเตอรอลแล้วล่ะก็ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจะลดลงและเกิดความเครียดได้ง่าย แต่หากสูงเกินไปย่อมเกิดความเสี่ยงต่อโรคอันตรายต่างๆ เช่นนั้นแล้วการกินที่สมดุลเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย!
สมองไม่ได้ทำหน้าที่แค่ดำรงรักษาชีวิตของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่คอยค้ำจุนความเป็นมนุษย์และความเป็นตัวเรา การทำให้สมองมีสุขภาพที่ดีจะส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพดีไปด้วย ดังนั้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ชั่วข้ามคืน แต่หากเราค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนนี้ ย่อมไกลโรคสมองเสื่อมในอนาคตระยะยาวอย่างแน่นอน
จะรักษาสมองหรือทำร้ายสมองขึ้นอยู่กับตัวเราเอง มาเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อให้ร่างกาย จิตใจ และสมองมีสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อตัวคุณเอง และคนที่คุณรักกันเถอะ สามารถสั่งซื้อหนังสือได้ที่โทร.02-6223000 กด 0 หรือ http://www.nanmeebooks.com, http://www.facebook.com/nanmeebooksfan ติดตามข่าวสารและหนังสือที่น่าสนใจอีกมากมายเพียง ADD LINE @nanmeebooks และ @nmbadult