#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/549877

ปวดบวมที่ข้อศอกอย่าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนกล้ามเนื้ออ่อนแรง
วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.
การบาดเจ็บที่ข้อศอกไม่ได้พบแค่เพียงนักกีฬาเท่านั้น แต่คนทั่วไปที่ใช้งานเหยียดข้อศอกหรือกระดกข้อมือในท่าเดิมๆ ซ้ำๆ รวมถึงการวางข้อมือและข้อศอกไม่เหมาะสมในการทำงาน ก็อาจทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อข้อศอกบาดเจ็บได้เช่นกัน หากไม่รีบรักษา อาจลุกลามจนมีอาการปวดเรื้อรังได้
นายแพทย์วรวิทย์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬา โรคข้อไหล่และข้อศอก โรงพยาบาลเวขธานี เปิดเผยว่า Tennis Elbow หรือโรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านนอก เป็นสาเหตุของอาการปวดข้อศอกที่พบได้บ่อย เกิดจากการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อที่มาเกาะตรงปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก (Lateral epicondyle) อาการเริ่มต้นจะปวดบริเวณปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอกเวลาขยับแขนและข้อมือในท่าที่ต้องใช้งานเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ เช่น กระดกข้อมือ ยกของ หรือบิดแขน เป็นต้นหากปล่อยทิ้งไว้อาการจะรุนแรงขึ้นจนปวดร้าวลงกล้ามเนื้อแขนถึงข้อมือแม้จะพักการใช้งานแขนไม่มีแรงกำมือ ส่งผลกระทบต่อการใช้งานมือและแขนในชีวิตประจำวัน เช่น ถือแก้วน้ำ บิดลูกบิดประตูเปิดขวดน้ำ เป็นต้น
.jpg)
นพ.วรวิทย์ อึ๊งบำรุงพันธุ์
โรคปวดข้อศอกด้านนอก พบมากให้นักกีฬาเทนนิสจากท่าวงสวิงแบ็คแฮนด์ (Backhand Swing) จึงถูกเรียกว่า Tennis Elbow แต่ที่จริงแล้วโรคนี้พบได้ในหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อยๆ ต้องเหยียดแขนหรือกระดกข้อมือซ้ำๆ ต่อเนื่อง เช่น นักไวโอลิน นักกีฬายกน้ำหนัก ช่างประปา ช่างไม้ หรือผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และบางรายอาจเกิดจากเส้นเอ็นบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น จากอุบัติเหตุหรือการออกแรงมากเกินไป
สำหรับการวินิจฉัยโรค แพทย์จะซักประวัติ ตรวจสอบโรคประจำตัว อย่างเช่น โรคข้อรูมาตอยด์หรือโรคเส้นประสาท รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุของโรค ตรวจร่างกายดูจุดกดเจ็บที่ด้านนอกของข้อศอกบริเวณปุ่มกระดูก Lateral epicondyle จากนั้นอาจจะให้ผู้ป่วยทดสอบการขยับข้อศอกข้อมือ และนิ้วมือในท่าต่างๆ หรือกดตามจุดที่มีอาการปวดเพื่อวินิจฉัยโรค Tennis Elbow” นายแพทย์วรวิทย์กล่าว
การรักษาโรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านนอกขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการพิจารณาของแพทย์ โดยอาจเริ่มจากพักการใช้งาน กิจกรรมหรือกีฬาที่ต้องใช้แขนหนัก ใส่สนับรัดพยุงข้อศอกช่วยลดการขยับตัวของกล้ามเนื้อและลดแรงที่มากระทำต่อเส้นเอ็น รับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวดและอักเสบ ตลอดจนรักษาโดยการกายภาพบำบัดด้วยท่ายืดกล้ามเนื้อและบริหารกล้ามเนื้อ (Stretching and strengthening exercise) เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแขนส่วนปลาย หรือใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น เครื่องอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) เทคโนโลยีคลื่นกระแทก (Extracorporeal Shock Wave Therapy) เพื่อซ่อมแซมเนื้อและฟื้นฟูเยื่อบริเวณเส้นเอ็น แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นแพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ตรงจุดยึดเกาะเส้นเอ็นเพื่อลดการอักเสบ แต่ไม่ควรฉีดมากกว่า 2-3 ครั้งต่อปี เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นเปื่อยและฉีกขาดได้
นอกจากนี้ ยังสามารถรักษาด้วยการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นหรือ PRP (Platelet Rich Plasma) ซึ่งมี Growth Factor ที่มีคุณสมบัติซ่อมแซมเซลล์ตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูของร่างกาย หยุดยั้งความเสื่อมของเนื้อเยื่อเส้นเอ็น โดยเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีความปลอดภัยและผลข้างเคียงน้อย เพราะเป็นการนำเลือดของผู้ป่วยเองมาปั่นแยกจนเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นที่เหมาะสม และฉีดกลับไปยังบริเวณที่ปวดหรือปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก
แต่ถ้าภายใน 6-12 เดือน อาการยังเรื้อรังหรือรุนแรงขึ้นแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องที่ช่วยให้แผลมีขนาดเล็กผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ โดยเป็นการตัดแต่งเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บหรือสภาพที่ไม่ดีออกไป จากนั้นผู้ป่วยต้องใส่เฝือกชั่วคราว 1 สัปดาห์ และทำกายภาพบำบัดต่ออย่างน้อย 2 เดือน เพื่อให้เอ็นและกล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้เป็นปกติ แต่หากปล่อยทิ้งไว้และไม่รับการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เส้นเอ็นบาดเจ็บเส้นเอ็นฉีดขาด กล้ามเนื้อปลายแขนอ่อนแรงเป็นต้น
ส่วนการป้องกันโรค Tennis Elbow ควรออกกำลังกายบริหารข้อมือและแขนสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หลีกเลี่ยงการใช้แขนและข้อมือในอิริยาบถเดิมๆ เป็นเวลานาน ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการเล่นกีฬาทุกครั้งเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ สำหรับผู้ที่เคยมีอาการ Tennis Elbow ควรเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาเดิมๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวด แต่ถ้าไม่สามารถเลี่ยงได้ควรปรับวิธีเพื่อลดแรงกดต่อกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด