วัคซีนโควิดจากอินเดีย เพื่อคนจน : อาทร จันทวิมล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/550752

วัคซีนโควิดจากอินเดีย เพื่อคนจน  : อาทร จันทวิมล

วัคซีนโควิดจากอินเดีย เพื่อคนจน : อาทร จันทวิมล

วันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 07.00 น.

เมื่อเดือนเมษายน 2563    นายอดาร์  ปุณณวัลลา (Adar Poonawalla) ชาวอินเดียวัย 39 ปี เจ้าของบริษัท ซีรัมอินสติติว แห่งอินเดีย (Serum Institute of India SII) ซึ่งเป็น บริษัท ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก  ประกาศว่าจะผลิตวัคซีนป้องกันโควิด จำนวน หนึ่งพันล้านชุด ภายในพ.ศ. 2565  โดยจะเริ่มด้วยการผลิตวัคซีนโควิชีล (Covishield) หรือ AZD1222 ที่พัฒนาโดยสถาบันเจนเนอร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดของอังกฤษและบริษัทเอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ของสวีเดน วัคซีน โคโนแวกซ์  (Conovax)  จากบริษัทโนวาแวกซ์ของสหรัฐอเมริกา   และวัคซีนป้องกันโควิดอีก 3 ชนิดที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศอินเดีย โดยบริษัทจะต้องเดิมพันกับการขาดทุนอย่างมหาศาล หากวัคซีนที่ผลิตขึ้นไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้จากสาธารณสุขอินเดียและองค์การอนามัยโลก

ปุณณวัลลา กล่าวว่า “การรับความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของทุกธุรกิจ   ผมเชื่อว่าเนื่องจากเรามีความสามารถและมีกำลังการผลิตวัคซีนสูงที่สุดในโลก   ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องรับมือกับปัญหานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด กำลังเกิดต่อเนื่อง รุนแรงทั่วโลก”

โควิชีล (Covishield) หรือ ChAdOx1 nCoV-19 เป็นวัคซีนป้องกันโควิดที่ผลิตโดย สถาบันเซรั่มแห่งอินเดีย  โดยได้สิทธิบัตรมาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและบริษัทแอสตร้า เซนเนก้า  พร้อมกับวัคซีน ChAdOx1 nCoV-19 ของบริษัท โนวาแวกซ์ ที่พัฒนามาพร้อมกับกับวัคซีน  BNT162b2 ของบริษัทไฟเซอร์   และ  โควาซิน (Covaxin) ของบริษัท  Bharat Biotech  รัฐบาลอินเดียวางแผนจะฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนอินเดียราว 30 ล้านคนภายในเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งจะเป็นการฉีดวัคซีนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

สถาบันเซรั่ม แห่งอินเดีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509คือกว่า 50 ปีมาแล้วโดย ไซรัส  ปุณณวัลลา ผู้เป็นบิดาของอดาร์ โดยแยกสาขาออกมาจากธุรกิจฟาร์มม้าของครอบครัว  อดาร์  ปุณณวัลลา เข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารสถาบัน เมื่ออายุเพียง 30 ปี  หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ ประเทศอังกฤษ   เขาเป็นกรรมการของ GAVI Alliance ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ผลิตวัคซีนทั่วโลก

สถาบัน ซีรัม แห่งอินเดียมีนโยบายที่จะผลิตวัคซีนในอินเดีย รวมทั้งในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางอื่นๆ เพื่อประชาชนที่ยากจนจะได้ใช้วัคซีนป้องกันโรคในราคาที่เหมาะสม  สถาบันฯ มีกำลังการผลิตวัคซีนชนิดต่างๆราว1.5 พันล้านชุดต่อปี ส่งไปจำหน่ายใน 140 ประเทศทั่วโลก เช่น วัคซีน  Poliovac  ป้องกันโปลิโอชนิดหยอดทางปากที่ขายดีที่สุด วัคซีนบีซีจี Tubervac (BCG) ป้องกันวัณโรค วัคซีน  Swineflu  ป้องกันไข้หวัดนก  วัคซีน   Rabishield  ป้องกันโรคสุนัขบ้า โดยสถาบันกำลังจะเตรียมผลิตวัคซีนป้องกันไข้เลือดอออก และมะเร็งปากมดลูกต่อไป     นอกจากนี้ สถาบันฯยังได้ร่วมลงทุนกับบริษัทผลิตวัคซีน Bithoven Biologicals ของเนเธอร์แลนด์  และบริษัทผลิตยาในประเทศ เชค-สโลวัค  และร่วมมือกับองค์กรสากล เช่น UNICEF   และ GAVI

สถาบันได้เริ่มต้นผลิตวัคซีนโควิด 40 ล้านชุด ซึ่งจะขายในราคา 4 เหรียญสหรัฐ ต่อชุดสำหรับการจัดซื้อผ่านรัฐบาลอินเดีย และ  6 เหรียญสหรัฐสำหรับการขายภาคธุรกิจ  โดยจะผลิตวัคซีนโควิดได้ถึง 100 ล้านชุด ในเดือนหน้า

นอกจากนี้ สถาบันยังได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการผลิตวัคซีนกับ Codagenix  ซึ่งเป็น บริษัท เทคโนโลยีชีวภาพของอเมริกา  และบริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Merck และ  Novavax ของสหรัฐฯด้วย

เกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณวัคซีน Covishield  ของ  AstraZeneca  และ Conovax ของบริษัท  Novavax  ที่สถาบันผลิตขึ้นจากโรงงานที่เมืองปูเน่จำนวน 300 ล้านชุดจะจัดไว้สำหรับอินเดียและประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรือต่ำ  โดยสถาบันกำลังเตรียมการขยายงานเพื่อผลิตวัคซีนโควิดจำนวน  2,300 ล้านชุดสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป

มูลนิธิบิลและเมลินด้าเกตส์ ได้ให้การสนับสนุนเงินจำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่สถาบันเซรั่มแห่งอินเดีย เพื่อผลิตวัคซีนโควิดของแอสตร้าเซนเนก้า และ โนวาแวกซ์  และได้รับเงินอีก  150 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก Gavi Vaccine Alliance  ซึ่งเป็นหน่วยงานร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยฉีดวัคซีนโควิดให้เด็กครึ่งหนึ่งของโลก

ผลงานทั้งหมดนี้  ได้ผลักดันให้นาย  อดาร์ พูนวัลลา ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการระดับครอบครัวชาวอินเดีย กลายเป็นข่าวดังระดับโลกได้รับยกย่องจากหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ ของสิงคโปร์ ให้เป็นบุคคลดีเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2563  และวารสารฟอร์จูน ได้ยกย่องเขาให้เป็น  บุคคลผู้ทรงอิทธิพลในด้านการดูแลสุขภาพที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี

Leave a comment