#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/551116

‘กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์’ เปิดโอกาสเสนอโครงการผลิตเนื้อหาเพื่อสังคม
วันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.
“ที่ผ่านมาเราก็เห็นว่า การผลิตสื่อมันอยู่ภายใต้กรอบแนวคิดของธุรกิจเป็นหลัก คนเวลาจะผลิตสื่อก็ต้องตั้งโจทย์แรกที่เขาตอบ มันจะขายได้ไหม? จะมีคนดูไหม? เรตติ้งจะมีไหม? โฆษณาจะเข้าไหม? ซึ่งสื่อที่มันถูกขับเคลื่อนในระบบตลาดอยู่ทุกวันนี้มันก็ขับเคลื่อนอยู่ด้วยเม็ดเงินโฆษณาปีละ 1 แสนล้านบาท ปีไหนเศรษฐกิจไม่ดีอาจจะลดลงมาเหลือ 8 หมื่นล้านบาท กองทุนที่มันเกิดก็เพราะเห็นว่าสื่อดีมันต้องสร้าง”
ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงความเป็นไปในแวดวงสื่อสารมวลชน ที่ด้านหนึ่งสื่อมีอิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้คนในสังคม แต่อีกด้านหนึ่งคนทำงานด้านสื่อกลับต้องมุ่งเน้นผลิตเนื้อหาต้องมุ่งตอบโจทย์ด้านธุรกิจเพื่อความอยู่รอด จึงเป็นที่มาของ พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ.2558 กฎหมายที่ออกมาเพื่อจัดตั้งแหล่งทุนที่ไม่ขึ้นอยู่กับระบบธุรกิจ เป็นช่องทางสำหรับหนุนเสริมบุคคลหรือองค์กรที่ต้องการผลิตสื่อที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อสังคม
โดยการให้ทุนสนับสนุนของกองทุนฯ นั้นแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1.ประเภทเปิดรับทั่วไป (Open Grant) จะเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เนื้อหาที่นำเสนอเข้าถึง เช่น เด็กและเยาวชน เพราะปัจจุบันถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงมาก , ผู้สูงอายุ เนื่องด้วยกระแสโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย , คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อ และสุดท้ายคือประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ผู้ผลิตสื่ออาจไม่ต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกับกลุ่มเป้าหมายก็ได้ อาทิ เยาวชนอาจผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับผู้สูงอายุ หรือผู้ใหญ่อาจทำเนื้อหาที่เกี่ยวกับเด็ก เป็นต้น
2.ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Grant) จะมีการตั้งประเด็นประจำปีโดยพิจารณาจากสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เช่น ในปี 2563 ที่ผ่านมา กองทุนฯ ให้ความสำคัญกับปัญหาข่าวปลอม (Fake News) กับการกลั่นแกล้งรังแกทางออนไลน์ (Cyber Bullying) โดยให้ผู้สนใจผลิตสื่อสร้างความตระหนักรู้กับสังคมในประเด็นดังกล่าวเขียนโครงการเสนอเข้ามาขอรับการสนับสนุนทุน ขณะที่ในปี 2564 “ความเห็นต่างของผู้คนโดยเฉพาะมุมมองทางการเมือง จนนำไปสู่ความขัดแย้งและแตกแยกในสังคม” เป็นประเด็นที่กองทุนฯ ให้ความสำคัญ
“แท้จริงแล้วมนุษย์ไมได้เห็นต่างกันไปทุกเรื่อง และเรื่องราวในโลกนี้มันก็มีมากมายมหาศาล ถามว่าเรื่องที่ไม่ทำให้คนทะเลาะกันมีไหม? มี! หลายเรื่องมันอยู่เหนือพ้นความเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง มันอยู่เหนือพ้นจากองค์ความรู้ที่แต่ละคนมี มันอาจจะเป็นเรื่องของรสนิยม อาจจะเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์ อาจจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม หรืออาจเป็นเรื่องสำนึกบางอย่างที่เราเองเชื่อว่าคนในสังคมมีจุดร่วมได้ ใน Content (เนื้อหา) เหล่านั้น ทำไมเราไม่หยิบประเด็นที่คนไม่ต้องทะเลาะกันมาพูดคุยกัน มาผลิตเป็นเนื้อหาสาระของสื่อ” ธนกร กล่าว
ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ยังกล่าวถึงอีกประเด็นที่กองทุนฯ ให้ความสำคัญในปีนี้คือ “สิทธิและหน้าที่พลเมือง ตลอดจนจิตสำนึกผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย” อาทิ การสร้างความตระหนักรู้ว่าการใช้สิทธิของตนเองบางครั้งเกินขอบเขตจนไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือไม่ หรือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย จะใช้ข้อมูลชุดใด จะเรียนรู้อย่างไรเพื่อให้คนในสังคมมีจุดร่วมกัน ไม่เป็นการใช้ประวัติศาสตร์หรือกำหนดนิยามความรักชาติในลักษณะเอนเอียงไปในมุมมองทางการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง
การสนับสนุนทุนผลิตสื่อประเภทเชิงยุทธศ่าสตร์ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจประเด็นอื่นๆ ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เช่น การส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม การใช้วัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การผลิตสื่อเพื่อยกย่องและสนับสนุนคนทำความดี การสร้างความตระหนักรู้ผลกระทบจากการใช้สื่อออนไลน์ เป็นต้น และสุดท้ายคือ 3.ประเภทความร่วมมือ (Collaborative Grant) เป็นการให้ทุนเพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรที่ขับเคลื่อนภารกิจภายใต้วัตถุประสงค์ของกองทุนฯ ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
“ภาพรวมของการให้ทุนจึงเป็นภาพรวมที่จะ Cover (ครอบคลุม) ทั้ง 3 กลุ่มหลัก สำหรับเวทีของนักคิดนักสร้างสรรค์ที่ต้องการผลิตสื่อ โดยเอาเป้าหมายเป็นตัวตั้ง กลุ่มที่ 1 ประเด็นปัญหาสังคมที่กองทุนเห็นว่าสื่อควรจะมาทำหน้าที่ผลักดันหรือการสร้างความตระหนักรู้หรือแก้ไขปัญหาที่สังคมเผชิญอยู่ ก็เป็นกลุ่มที่ 2 เชิงยุทธศาสตร์ กลุ่มของภาคีเครือข่ายองค์กรที่มีภารกิจร่วมกัน ก็เป็นทุนประเภทที่ 3” ธนกร ระบุ
นับตั้งแต่ปี 2560-2563 กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้การสนับสนุนเงินทุนไปแล้ว 446 โครงการ คิดเป็นเงินรวม 1,100 ล้านบาท ทำให้กองทุนฯ เห็นว่าหลายผลงานสามารถขยายผลได้ จนนำมาสู่การต่อยอดเป็นรายการ “เล่าสื่อกันฟัง” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 99 (ช่องสาระดี) ผ่านระบบจานดาวเทียม PSI ซึ่งใช้ต้นทุนไม่สูงนักเพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่จำกัด โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. 2564 เวลา เวลา 08:30-08:55 น เพื่อเป็นอีกช่องทางที่ทำให้ผลงานดีๆ เหล่านี้ได้เผยแพร่ในวงกว้าง
สำหรับการขอรับการสนับสนุนทุนผลิตสื่อจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและยื่นข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaimediafund.or.th หรือสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-273-0116-9 หรือที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” ตั้งแต่วันนี้-19 ก.พ. 2564 เวลา 16.30 น.
“ผมจะพูดเสมอว่า บางทีคลิปวีดีโอเพียงคลิปเดียวมันเปลี่ยนโลกเปลี่ยนชีวิต หนึ่งงานสร้างสรรค์ก็สร้างผลกระทบต่อสังคมได้อย่างมหาศาล ซึ่งอันอื่นอาจจะทำยากแต่สื่อทำง่าย แล้วมันมีโอกาสเกิดมาแล้วด้วย โลกยุคใหม่สื่อใหม่เราจะเห็นทุกคนมีโอกาสเป็นสื่อ หน้าที่ของกองทุนก็คือทำให้ทุกคนที่จะเป็นสื่อต้องเป็นสื่อที่มีคุณภาพ นำเสนอสิ่งที่มันปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไม่สร้างผลกระทบในเชิงลบต่อสังคม” ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวในท้ายที่สุด