#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/556301

นิวซีแลนด์ เปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติ กลับเข้าประเทศรอบ 2 อีกราวพันคน
วันพุธ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
รายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ประกาศเปิดพรมแดนต้อนรับรับนักศึกษาต่างชาติ รุ่นที่ 2 อีกจำนวน 1,000 คน สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทให้สามารถเดินกลับเข้าประเทศนิวซีแลนด์เพื่อไปศึกษาต่อจนสำเร็จ
การประกาศเปิดพรมแดนต้อนรับนักศึกษาต่างชาติของนิวซีแลนด์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยเป็นการต่อยอดจากการประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาที่ได้อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติกลุ่มแรกสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกและปริญญาโทจำนวน 250 คน สามารถเข้าสู่นิวซีแลนด์และศึกษาต่อได้ นับเป็นสัญญาณที่ดีและยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการให้ความสำคัญยิ่งของรัฐบาลนิวซีแลนด์ต่อการศึกษานานาชาติและยังคงต้อนรับนักเรียนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
นายกร้านท์ แม็คเฟอร์สัน (Mr.GrantMcPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education NewZealand (ENZ) กล่าวว่า การศึกษาระหว่างประเทศมีประโยชน์อย่างมากต่อนิวซีแลนด์ดังนั้นจึงมีมาตรการจัดการอย่างรอบคอบสำหรับการกลับมาของนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งการจัดการเป็นกลุ่มเล็กๆเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศของรัฐบาลนิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติติดอันดับต้นๆ ของโลก และได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้ในโลกปัจจุบัน โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติกว่า 125,000 คนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงนักเรียนไทยในปี 2019 มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์กว่า 3,000 คน
“ประเทศนิวซีแลนด์เต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมองที่หลากหลายและนานาทัศนะของนักศึกษานานาชาติ ที่นำมาสู่ห้องเรียนห้องบรรยาย และชุมชนของเรา อีกทั้งชื่อเสียงของการศึกษานิวซีแลนด์ในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนสู่อนาคตนั้น มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการปรับตัวให้สอดคล้องต่อผลกระทบของแนวโน้มโลกและสิ่งที่ไม่คาดฝัน อย่างเช่นการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งกำลังพลิกโฉมโลกของเรา” นายแม็คเฟอร์สัน กล่าว
มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่าการประกาศครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่มีต่อภาคการศึกษาระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความพยายามเพื่อนักศึกษาต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดด้วยการศึกษานิวซีแลนด์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นรัฐบาลดำเนินการรับนักศึกษาต่างชาติกลับนิวซีแลนด์อย่างปลอดภัยและหวังว่าจะได้มีโอกาสได้ต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาไทยได้มากขึ้นเมื่อเวลาที่เหมาะสมต่อไป โดยทาง Education New Zealand กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในฐานะประเทศจุดหมายปลายทางสำหรับการศึกษาระดับโลกที่พร้อมให้การต้อนรับการกลับมาของนักศึกษาต่างชาติอีกครั้ง
สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีสิทธิ์ใน 1,000 คน จะต้องเป็นผู้ที่ถือวีซ่าที่ถูกต้องสำหรับการศึกษาในปี 2020 และได้ศึกษาในนิวซีแลนด์ในปี 2019 หรือปี 2020 และจะกลับไปศึกษาต่อให้จบกับสถาบันการศึกษาเดิมของพวกเขาทั้งนี้นักศึกษาที่มีสิทธิ์จะได้รับการลงทะเบียนจากสถาบันระดับอุดมศึกษาหลายแห่งรวมถึงมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคสถาบันเทคโนโลยี สถานศึกษาที่สอนด้วยภาษาเมารีและสถาบันการศึกษาเอกชนและจะสามารถเดินทางกลับไปนิวซีแลนด์ในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการจัดการสถานที่กักตัวที่ได้รับการดูแลภายใต้รัฐบาลนิวซีแลนด์อย่างเหมาะสมซึ่งสถาบันการศึกษาของนิวซีแลนด์จะเป็นผู้ระบุและเสนอชื่อนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ โดยนักศึกษาไม่ต้องดำเนินการด้วยตนเองทั้งนี้ทุกคนที่เดินทางกลับเข้านิวซีแลนด์จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพและความปลอดภัยของ COVID-19 รวมถึงการกักกันตัวเองและอยู่ในสถานที่กักตัวที่มีการจัดการอย่างดีเป็นเวลา 14 วัน
นิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่รับมือสู้โควิดดีที่สุดในโลก จากการสำรวจจัดอันดับจาก 98 ประเทศทั่วโลก (ใช้ข้อมูลถึงวัน 9 มกราคม 2564) โดยสถาบันโลวีซึ่งเป็นสถาบันวิชาการอิสระที่ทำการศึกษาวิจัยด้านการเมือง ยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ตั้งอยู่ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
