#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/556857

ศิลปินแกรมมี่แชร์ประสบการณ์โดนไซเบอร์บูลลี่ พร้อมเผยวิธีรับมือ
วันศุกร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ไซเบอร์บูลลี่ หรือ “การกลั่นแกล้งผ่านโลกออนไลน์” กำลังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงและเป็นภัยร้ายที่กำลังลุกลามไปยังสังคมวงกว้าง กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้มีความห่วงใยต่อสังคมพร้อมทั้งรณรงค์ในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องโดยครั้งนี้ได้ร่วมกับ ศิลปินแกรมมี่ ได้แก่ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย, แพท (วงเคลียร์)-รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย และ มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ในฐานะของ “บุคคลสาธารณะ” กลุ่มคนที่มักตกเป็นเครื่องมือของการไซเบอร์บูลลี่จากสังคมได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์และวิธีรับมือ
ลุลา-กันยารัตน์ เปิดเผยว่า “เมื่อก่อนสิ่งที่โดนวิจารณ์บ่อยที่สุด ก็คือเรื่องเสียงว่าทำไมลุลาต้องดัดเสียง ส่วนปัจจุบันคนมักจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของภาพลักษณ์ภายนอกซึ่งเคยเสียใจกับคำพูดเหล่านั้นมากแต่เมื่อมาคิดไตร่ตรองดีๆ แล้วอาชีพของลุลาคือการขายคุณภาพของการเป็นนักร้องนั่นคือเสียงเพลงและการแสดง สิ่งอื่นใดๆ ที่เค้าพูดในเชิงลบไม่ได้มีผลกับลุลาอีกแล้วเพราะมันคือตัวเราทั้งหมดถ้าลุลาไม่ได้เป็นแบบนี้ลุลาก็คงไม่ใช่ลุลาค่ะเพราะฉะนั้นอยากให้นึกถึงใจเขาใจเรา ไม่ใช่แค่ระบายอารมณ์ลงโซเชียลผ่านตัวอักษรเพื่อความสะใจเพราะนิ้วที่กำลังพิมพ์ของคุณอาจสร้างความเจ็บปวดทางใจให้คนอื่นสังคมคงจะแย่ลงหากเราไม่ปรับทัศนคติให้ดีขึ้น ทุกคนควรได้รับกำลังใจและถูกยอมรับในสิ่งที่เราเป็น คิดต่างไม่ได้หมายความว่าเราเป็นตัวประหลาด แค่อย่าเป็นอันตรายต่อสังคมก็พอค่ะ”
แพท (วงเคลียร์) เปิดเผยว่า “สำหรับเหตุการณ์ไซเบอร์บูลลี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากคอนเสิร์ตงานนึง คือมีช่างภาพสมัครเล่น เขาอาสามาช่วยถ่ายภาพแล้วก็มีการใช้แฟลชใช้แสงที่อาจจะไม่ได้โปรมากและเมื่อรูปเซตนี้ถูกแชร์ออกไปในโซเชียลทำให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นเรื่องรูปลักษณ์ของเราต่างๆ นานาเราก็มองเป็นเรื่องขำๆ ไป แต่ที่เราอ่านแล้วรู้สึกเสียใจคือมีหลายคนคอมเมนท์บูลลี่ช่างภาพครั้งนั้นเราเลยรู้สึกว่าเราต้องออกมาพูด เพราะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับช่างภาพคนนั้น เพราะคุณอาจจะทำให้เค้าไม่กล้าหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายอีกเลยพวกคุณอาจกำลังทำลายอาชีพใครอยากฝากถึงคนที่อาจพลั้งเผลอให้ลองคิดถึงใจเขาใจเราเรารู้สึกว่าอะไรก็ตามที่ไม่กล้าพูดต่อหน้ากันก็ไม่ควรจะพิมพ์ลงไปในโซเชียล เพราะเราไม่รู้เลยว่า คอมเมนท์ที่เราพลั้งด่าออกไปจากอารมณ์ชั่ววูบอาจทำลายชีวิตใครได้และสำหรับผู้ถูกกระทำก็ต้องมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพราะชีวิตคนเรามันมีค่ามากเกินกว่าที่จะมานั่งรับพลังลบจากคนอื่น”
มุก-วรนิษฐ์ เปิดเผยว่า “พอทำงานตรงนี้ แน่นอนว่าจะมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ สำหรับคนที่ไม่ชอบมุก เขาก็มักจะแสดงความคิดเห็นในทางที่ไม่ดี อาจจะใช้ถ้อยคำรุนแรงใส่อารมณ์ ทำให้มุกรู้สึกไม่ดี แต่หากมุกใส่ใจกับคำวิจารณ์ในทางลบมากเกินไป ก็จะเกิดผลเสียกับตัวเองเพราะช่วงแรกที่มุกเข้าวงการยอมรับว่าแทบจะอยู่ไม่ได้เครียดมากไม่กล้าเล่นโทรศัพท์ เพราะเมื่อเห็นคอมเมนท์ที่ไม่ดี ก็จะยิ่งทำให้รู้สึกเครียดและกังวลแต่พอถึงจุดที่ภูมิคุ้มกันของเราเริ่มแข็งแรงขึ้น วิธีของมุกก็คือพยายามที่จะไม่เก็บมาเป็นพลังลบให้กับตัวเองมุกมองว่าเรื่องนี้เป็นมารยาททางสังคมนะคะซึ่งอาจจะมีคนบางกลุ่มที่ระรานคนอื่นทางโลกไซเบอร์มาโดยตลอด เพราะคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะคอมเมนท์อะไรก็ได้ถ้าพูดในเรื่องของกฎหมายการกระทำเหล่านี้นับเป็นความผิดเพียงแต่หลายคนไม่ค่อยเอาความก็เลยยิ่งทำให้เป็นเรื่องที่ลุกลามกันไปในวงกว้าง มุกอยากให้ทุกคนช่วยกันรณรงค์เรื่องการไซเบอร์บูลลี่อย่างจริงจังนะคะ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองและคนที่เรารัก รวมถึงคนในสังคม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการไซเบอร์บูลลี่อีกต่อไปค่ะ”