#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/557149

‘ถ่ายเถา สุจริตกุล’ จากผู้เขียนมือสมัครเล่น สู่นักเขียนมือทอง พร้อมส่ง ‘เรยา’ ครองใจแฟนๆ!!
วันเสาร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นทั้งนักเขียน นักแปล และนักประพันธ์นวนิยายชื่อดัง สำหรับคุณ “ถ่ายเถาสุจริตกุล” ที่ได้สร้างผลงานนวนิยายดังมากมาย อาทิ กล้วยไม้จากซานฟราน, มงกุฎดอกส้ม, ดอกส้มสีทอง ตุ๊กตาในป่าหนาว ฯลฯ และยังเป็นเจ้าของรางวัลสุรินทราชา รางวัลราทิพย์ ฯลฯ จนผู้จัดละครหลายคน หลายค่ายต่างคอยจับจ้อง ที่จะนำผลงานชิ้นดังขึ้นหิ้งชั้นครูของเธอ มาต่อยอดให้เป็นบทละครโทรทัศน์ หนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้น นวนิยายเรื่องดังที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ อย่าง“เรยา” ที่ผู้จัด ถา-สถาพร นาควิไลโรจน์ ได้ขอลิขสิทธิ์โดยตรงมาทำเป็นละครให้กับทาง ช่อง 8 จนเป็นที่พูดถึงในสังคมถึงการรอคอยที่จะดูละคร จากนวนิยายดังเรื่องนี้ในวันจันทร์ 8 มีนาคม เวลา 19.00 น.ตอนแรก และรับชมย้อนหลังได้ผ่านแอปพลิเคชั่น AIS PLAY เท่านั้น งานนี้ได้มีโอกาสเจอคุณถ่ายเถา เลยขอนั่งสัมภาษณ์ถึงความเป็นมา
‘ก่อนเริ่มต้นมาเขียนนวนิยาย?’
หลายๆ คน คงทราบกันมาบ้างแล้วว่าก่อนเขียนนวนิยาย ดิฉันเคยแปลหนังสือมาก่อน จนมีอยู่วันหนึ่งดิฉันคิดอยากลองเขียนนวนิยายบ้าง เลยใช้เค้าโครงจากนวนิยายของจีนมาดัดแปลง จนเกิดเรื่อง “มงกุฎดอกส้ม” ตอนนั้นดิฉันอยู่ที่อเมริกา และได้เขียนส่งลงนิตยสารรายปักษ์ พอเริ่มได้2-3 บท ก็ปรากฏว่ามีนักสร้างละครโทรทัศน์โทรศัพท์ทางไกลจากกรุงเทพฯ มาขอไปทำละคร แต่ฉันบอกให้รอก่อนเพิ่งอ่านไม่กี่บท เรื่องราวอาจจะไม่สนุกอย่างที่คิดก็ได้ ที่บอกไปแบบนั้นเพราะดิฉันเป็นคนต้องการให้ความยุติธรรมกับทุกคนจนสุดท้ายก็ได้ทำ เมื่อมีการทำภาค 2“ดอกส้มสีทอง” ปรากฏว่ามีคนสนใจมาก ตอนนั้นก็ตกใจเหมือนกัน เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักประพันธ์มืออาชีพ แต่เป็นแค่นักเขียนมือสมัครเล่นที่บังเอิญโชคดีได้เงิน
ทำไมถึงเขียน ‘เรยา’ หลังจากภาคก่อน 2 ปี ซึ่งจริงๆตอนนั้นดังมาก ถ้าเขียนต่อเลยคนก็จะยิ่งตาม?
ตอนนั้น “ดอกส้มสีทอง” อยู่ในจุดสูงสุดของตัวมันอยู่แล้ว ดิฉันคิดว่าถ้ายื้อต่อไปในทันทีที่จบ อย่างเก่งก็แค่เสมอตัว แต่มีโอกาสก็ดิ่งลง จึงตัดสินใจพักไว้ก่อนเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม หลังจากนั้น 2 ปี จึงลงมือเขียน “เรยา” ซึ่งเป็นภาคอวสานของนวนิยายชุดดอกส้ม เราสร้างตัวละครขึ้นมาแล้ว มันต้องมีที่มาที่ไปและถึงจุดจบในที่สุด
เรยาไม่ได้มาจากจินตนาการเท่านั้น แต่จากประสบการณ์จริง?
“นวนิยายของดิฉันแต่ละเรื่อง ดิฉันใช้จินตนาการเป็นส่วนน้อย แต่ใช้ประสบการณ์ที่เคยสัมผัสมาด้วยตัวเองมาเป็นองค์ประกอบ รวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตมนุษย์ เคยมีนักอ่านท่านหนึ่งถามดิฉันว่าทำไมชอบทรมานใจคนอ่าน ในเมื่อเรยาร้ายกาจขนาดนี้ ทำไมไม่เขียนให้ถูกฟ้าดินลงโทษให้สาสม เช่น ถูกธรณีสูบ ฟ้าผ่าตายหรืออะไรทำนองนั้น ดิฉันตอบเธอไปว่าชีวิตคนเราจริงๆ เป็นแบบนั้นหรือคะคนทำเลวได้ดีเยอะแยะไป ส่วนคนทำดีไม่มีใครมองเห็นก็มาก นวนิยายของดิฉันยึดติดกับวิสัยปุถุชนธรรมดา ไม่มีใครเลวจนไม่มีอะไรดีเสียเลย คนที่ว่าดีก็ไม่เลิศจนทำความเลวไม่เป็น แต่ถึงอย่างไร มนุษย์ทุกคนมีเหตุผลให้กับตัวเองเสมอ ทำดีทำชั่วมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น อย่างเช่นเรยา ทุกสิ่งที่ทำลงไป ไม่ว่าดีเลวอย่างไร เรยาก็มีเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง เรยาเป็นอย่างนี้เกิดจากใคร เพราะอะไร ฯลฯ เรยามีเหตุผลรองรับการกระทำของตัวเองตลอด ถึงแม้ทุกคนจะประณามเรยาเรื่องมีสามีหลายคน แต่อย่าลืมนะคะว่าจริงๆ แล้วเธอมีทีละคน มีชู้ทางใจไม่ผิดบาปอะไรใช่ไหม ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าดิฉันเข้มงวดเรื่องความถูกต้องและศีลธรรมในนวนิยายของดิฉันเสมอ
‘หลายๆ คนอยากเห็นจุดจบของเรยา?’
คงต้องรอดู ทุกคนมีจุดจบของตัวเองกันทั้งนั้น เรยาก็เช่นกัน อย่าลืมว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะดูดซับสิ่งที่ดีรอบตัวได้ แต่ถึงอย่างไรคนที่ได้รับการศึกษามักมีโอกาสมากกว่าคนที่มีการศึกษาน้อยเรยาบังเอิญไม่ชอบเรียนหนังสือซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กๆ เธอเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่อยากได้ใคร่ดีและดิ้นรนเพื่อไปให้ถึงความฝัน เรยาผิดร้ายนักหรือ
‘พลอย’ มารับบท ‘เรยา’?
ดีใจค่ะที่พลอยมารับบทเรยา ดิฉันติดตามผลงานของเธอมาแล้วหลายเรื่อง คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้นอกจากสวย ฝีมือการแสดงของเธอยังอยู่ในระดับเด่นจริงๆ พลอยเหมาะมากสำหรับบท “เรยา”
‘สิ่งที่อยากบอกแฟนๆที่ตั้งหน้าตั้งตารอ?’
ไม่อยากให้ดู “เรยา” เพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่อยากให้ใช้เป็นแง่คิดลึกๆถึงเหตุถึงผลของการกระทำของตัวละครซึ่งเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆ อะไรไม่ถูกไม่ควร ก็อย่าจดจำเป็นแบบอย่าง แต่ใช้วิจารณญาณคัดกรองและนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้ในชีวิตค่ะ




